ปฏิวัติวงการตลาดสด! TikTok Shop เจาะขุมทรัพย์ซีฟู้ด ยอดพุ่ง 40% ชูครีเอเตอร์พ่วงประมูลสด หวังดันยอดโต 3 เท่า

ปฏิวัติวงการตลาดสด! TikTok Shop เจาะขุมทรัพย์ซีฟู้ด ยอดพุ่ง 40% ชูครีเอเตอร์พ่วงประมูลสด หวังดันยอดโต 3 เท่า

"อาหารทะเลสด" กลายเป็นดาวรุ่งดวงใหม่บน TikTok Shop กวาดการเติบโต 40% แพลตฟอร์มไม่รอช้า จับมือภาครัฐอัดแคมเปญลดแลกแจกแถม พร้อมนำร่องฟีเจอร์ "Live Auction" ประมูลสินค้าหายาก และใช้ครีเอเตอร์เป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้า หวังดันยอดขายฝั่งครีเอเตอร์ทะยาน 3 เท่า


    สมรภูมิอีคอมเมิร์ซไทยกำลังเผชิญกับคลื่นการเปลี่ยนแปลงลูกใหม่ที่น่าจับตา นั่นคือการขยับตัวของ "ตลาดอาหารทะเลสด" ที่กำลังย้ายฐานจากหน้าแพปลาและตลาดสด มาสู่หน้าจอสมาร์ทโฟนอย่างเต็มตัว ควบคู่ไปกับการเติบโตของพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการช้อปปิ้งผ่านไลฟ์สตรีมมิงและวิดีโอสั้นมากขึ้น จนทำให้การซื้อของสดออนไลน์ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการจับจ่ายใช้สอยในยุคนี้


สัญญาณบวก ทะลวงพฤติกรรมผู้บริโภค

    โดยการเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนชัดเจนผ่านสถิติของ TikTok Shop ประเทศไทย ที่ระบุว่า ยอดขายสินค้ากลุ่มอาหารทะเลเติบโตขึ้นกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้บริหารมองว่านี่เป็นเพียง "สัญญาณเริ่มต้น" เท่านั้น เพราะตลาดยังมีศักยภาพที่จะพุ่งทะยานแตะระดับตัวเลขสามหลักได้ไม่ยากในอนาคตอันใกล้

    ปัจจัยหลักที่ดันให้ตัวเลขพุ่งสูงขนาดนี้ มาจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เปิดใจซื้อของสดออนไลน์มากขึ้น โดยไตรมาสล่าสุดมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ซื้อเริ่มทลายกำแพงความเชื่อที่ว่า "ของสดต้องเดินไปเลือกที่ตลาดเท่านั้น"

    อีกทั้งบนแพลตฟอร์มยังมีสินค้ารองรับหลากหลาย ตั้งแต่สินค้าราคาย่อมเยาหลักสิบ ไปจนถึงวัตถุดิบพรีเมียมราคาหลักพัน จึงสามารถตอบโจทย์กระเป๋าสตางค์ของผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มอย่างครอบคลุม


Creator Economy จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของตลาดอาหารทะเล

    อย่างไรก็ตาม แม้ผู้บริโภคจะเปิดใจแต่ข้อจำกัดสำคัญของการขายอาหารทะเลออนไลน์คือ ผู้ซื้อไม่สามารถดมกลิ่น สัมผัสความสด หรือกะขนาดด้วยตาตัวเองได้ นี่จึงเป็นจุดที่ "ครีเอเตอร์" เข้ามามีบทบาทสำคัญในการอุดช่องโหว่นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จำนวนครีเอเตอร์ที่กระโดดเข้ามาทำคอนเทนต์ขายอาหารทะเลเพิ่มขึ้นถึง 70% ส่งผลให้ยอดขายจากฝั่งครีเอเตอร์พุ่งทะยานถึง 171% โดยแบ่งเป็นยอดขายจากวิดีโอสั้นที่เติบโตถึง 220% (มีคลิปเกิดใหม่ราว 6,000 คลิป/เดือน) และจากการไลฟ์สตรีมที่โต 154% (ราว 2,000 ไลฟ์/เดือน)


    อาวุธสำคัญที่ทำให้ตัวเลขเหล่านี้เติบโต คือการใช้พลังคอนเทนต์มาสร้างความต้องการ (demand) ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ เช่น ครีเอเตอร์ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ขายของ แต่ยังสาธิตวิธีแกะหอยนางรมภาคใต้ หรือแนะนำเมนูเด็ดจากกุ้งเจ็ดสี

    ซึ่งการรีวิวที่เห็นภาพ แหล่งที่มา และรสชาติชัดเจนแบบนี้ จะทำให้สินค้าที่เคยขายยากบนโลกออนไลน์ สามารถกระตุ้นความอยากรู้และดึงให้คนดูตัดสินใจกดสั่งซื้อได้ทันที


ยกระดับ Live Commerce ด้วยฟีเจอร์ "Live Auction"

    นอกเหนือจากพลังของครีเอเตอร์แล้ว TikTok Shop ยังเข้ามาลบข้อจำกัดของการเดินตลาดสด ด้วยการชูระบบ live commerce ที่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อและผู้ขายพูดคุยกันได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการขอดูความสด พลิกตาดูลายเนื้อปลา หรือสอบถามวิธีเก็บรักษา ก็ทำได้ทันทีเหมือนยืนอยู่หน้าแผง

    ยิ่งไปกว่านั้น แพลตฟอร์มยังเตรียมอาวุธใหม่เพื่อยกระดับการขายให้สนุกขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการซุ่มทดสอบฟีเจอร์ "Live Auction" (การประมูลผ่านไลฟ์) ซึ่งได้ไอเดียมาจากตลาดปลาชื่อดังในญี่ปุ่นอย่างโทโยสุหรือสึกิจิ

    โดยฟีเจอร์นี้ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์สินค้าทะเลที่หายาก ไซส์พรีเมียม หรือมีจำนวนจำกัดโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยสร้างสีสันในการขายและเพิ่มโอกาสทำราคาให้ผู้ขายได้ โดยที่ระบบไม่ได้หักค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการใช้ฟีเจอร์นี้เลย


จิ๊กซอว์ด้านโลจิสติกส์ ข้อต่อที่ต้องเร่งอุดรอยรั่ว

    ถึงแม้แพลตฟอร์มจะมีเครื่องมือสนับสนุนการขายที่ครบครันจนดันให้ตลาดขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่โจทย์ใหญ่ระดับโครงสร้างที่ยังเป็นความท้าทายสำคัญคือ "ระบบขนส่ง"

    เนื่องจากแพลตฟอร์มจัดสินค้ากลุ่มนี้ให้อยู่ในหมวด FMCG ทำให้ผู้ขายได้เปรียบเรื่องโครงสร้างค่าธรรมเนียม (GP) ที่แข่งขันได้ง่าย โดยสินค้าประเภทอาหารทะเลแปรรูปหรือของแห้งสามารถใช้ระบบขนส่งพื้นฐานของแพลตฟอร์มได้เลยโดยไม่มีปัญหา

    แต่เมื่อเป็น "อาหารทะเลสด" ที่ต้องการการควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด ปัจจุบันผู้ขายยังต้องใช้ระบบ seller own fleet หรือการติดต่อขนส่งรถเย็นด้วยตนเองเป็นหลัก ประเด็นนี้จึงกลายเป็นงานท้าทายที่ทั้งผู้ขายและแพลตฟอร์มต้องร่วมมือกันบริหารจัดการ เพื่อควบคุมต้นทุนและรักษาคุณภาพสินค้าให้ส่งถึงมือลูกค้าอย่างสมบูรณ์ที่สุด โดยอาศัยระบบการให้คะแนนและฟีดแบ็กจากผู้ซื้อเป็นตัวช่วยคุมมาตรฐาน


ผนึกกำลังภาครัฐ อัดแคมเปญเขย่าตลาด

    แม้โจทย์เรื่องระบบขนส่งจะเป็นหลังบ้านที่ต้องเร่งพัฒนากันต่อไป แต่ในฝั่งของการขยายตลาด เพื่อดันยอดขายที่กำลังเป็นขาขึ้นให้เติบโตอย่างเต็มที่ TikTok Shop จึงเดินหน้าจับมือกับกรมการค้าภายใน เพื่อทลายกำแพงระหว่างแพปลา ชาวประมง และผู้บริโภคทั่วประเทศ

    โดยเตรียมอัดแคมเปญใหญ่ยาวไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้ ไม่ว่าจะทั้งการแจกคูปองส่วนลด โค้ดส่งฟรี และอัดฉีดค่าคอมมิชชัน เพื่อดึงครีเอเตอร์ให้มาช่วยโปรโมต และจูงใจให้ผู้บริโภคกล้าซื้อของสดออนไลน์มากขึ้น โดยมีเป้าหมายระยะสั้นที่ตั้งไว้ คือการดันยอดขายผ่านช่องทางครีเอเตอร์ให้เติบโตขึ้นอีก 3 เท่าตัว

    สุดท้ายแล้วปรากฏการณ์ซีฟู้ดบน TikTok จึงไม่ใช่แค่กระแสชั่วข้ามคืน แต่คือการพลิกโฉมวงการตลาดสดไทย เมื่อวัตถุดิบคุณภาพดีมารวมกับทักษะการรีวิวของครีเอเตอร์ และระบบอีคอมเมิร์ซที่ซื้อง่ายขายคล่อง ก็ทำให้ "ของสดจากทะเล" วิ่งตรงจากแพปลาถึงหน้าบ้านลูกค้าได้ง่ายๆ แค่กดตะกร้าในมือถือ


ภาพ : TikTok Shop




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : คนเมืองรักสุขภาพมาก! “แกร็บ” เผยยอดเรียกรถไปสวนโต 5 เท่า เรียกรถไป HYROX เพิ่มขึ้นเกือบ 2.5 เท่า สั่งกาแฟดำ-เคลียร์มัตฉะทะลุ 10 ล้านแก้ว

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine