ไปรษณีย์ไทย ดึงบิ๊กพาร์ตเนอร์ค้าปลีก-การเงิน-บริการ ขยาย EMS Point ใกล้บ้านกว่า 5,000 จุด ตอกย้ำความเชื่อมั่น “ส่งง่าย ส่งได้ทุกที่”

ไปรษณีย์ไทย ดึงบิ๊กพาร์ตเนอร์ค้าปลีก-การเงิน-บริการ ขยาย EMS Point ใกล้บ้านกว่า 5,000 จุด ตอกย้ำความเชื่อมั่น “ส่งง่าย ส่งได้ทุกที่”

FORBES THAILAND / ADMIN
10 Jul 2026 | 01:30 PM
READ 118

บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เร่งเครื่องธุรกิจ EMS ส่งด่วนพิเศษในประเทศ เดินหน้ายกระดับ “เครือข่ายเพื่อนพี่ไปรฯ” ผสานความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจค้าปลีก บริการทางการเงิน และเครือข่ายบริการสาธารณูปโภครายใหญ่ทั่วประเทศ ขยายจุดให้บริการส่งด่วน EMS ไปสู่ทุกจุดที่ผู้บริโภคใช้ชีวิตประจำวัน สร้างเครือข่ายรับฝากพัสดุที่เข้าถึงง่าย ครอบคลุม และใช้งานได้จริงในทุกมิติ


    ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยจับมือกับกลุ่มธุรกิจที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ กลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ บริการทางการเงิน เครือข่ายบริการสาธารณูปโภค เพื่อขยายจุดให้บริการ EMS เพิ่มขึ้น

    โดยในปัจจุบัน EMS Point กว่า 80% เปิดให้บริการลูกค้าในจุดของเครือข่ายพันธมิตร อาทิ Lotus’s, CJ, Big C, Tops, NT, Jiffy และศรีสวัสดิ์ ซึ่งถือเป็นการปรับโมเดลโครงข่ายจากการลงทุนเปิดสาขาแบบเดิมสู่การร่วมมือทางธุรกิจกับพันธมิตรเพื่อเพิ่มความครอบคลุม ความสะดวก และยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้บริการในทุกมิติ ซึ่งล่าสุดในปี 2569 จะขยายจุด EMS Point เพิ่มเป็น 5,000 จุด


    โดยไปรษณีย์ไทยคาดว่า จากการขยายเครือข่ายและการเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ จะส่งผลให้ปริมาณการใช้บริการส่งด่วน EMS จากจุดบริการ EMS Point เติบโตอย่างต่อเนื่องในเชิงรายได้ 23.79% เชิงปริมาณ 27.02% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

    “ไปรษณีย์ไทยยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายเพื่อนพี่ไปรฯ อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงศักยภาพของโมเดลพันธมิตรที่ช่วยให้สามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ประกอบการในหลายด้าน สามารถบริหารเวลาได้มีประสิทธิภาพและนำเวลาไปโฟกัสกับการขายหรือพัฒนาสินค้าได้มากขึ้น

    “นอกจากนี้ การเข้าถึงจุดให้บริการได้ง่ายและมีความยืดหยุ่นสูง ยังช่วยเพิ่มความถี่ในการจัดส่งสินค้า ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตอบสนองคำสั่งซื้อได้รวดเร็วขึ้น และมีโอกาสสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากการปิดการขายได้ในระยะเวลาที่สั้นลง

    “ในขณะเดียวกันเจ้าของจุด EMS Point ก็ได้รับรายได้จากค่าตอบแทนในอัตราสูงสุด 40 บาทต่อชิ้น เป็นการสร้างรายได้เสริมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการเปิดจุดให้บริการ เนื่องจากไปรษณีย์ไทยจะสนับสนุนในเรื่องของระบบรับฝาก การเข้ารับสิ่งของที่ลูกค้าฝากส่ง ณ จุดให้บริการ อุปกรณ์การให้บริการ และสื่อประชาสัมพันธ์ จึงเป็นการช่วยลดต้นทุนในการเปิดจุดให้บริการอีกด้วย”



    ดร.ดนันท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโครงข่าย EMS Point Post Service ร้านไปรษณีย์ไทย และ ที่ทำการไปรษณีย์ มีจำนวนรวมกันกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งการขยายเครือข่ายการให้บริการด้านโลจิสติกส์ผ่านพันธมิตรที่มีจุดให้บริการที่ตั้งครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่อย่างกว้างขวาง ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ของไปรษณีย์ไทยในการเข้าถึงผู้ใช้บริการในทุก touch point และตอกย้ำการเป็น lifestyle brand ที่เข้าใจทุกวิถีชีวิตและความต้องการของผู้บริโภค

    ในเชิงโมเดลธุรกิจ การขยายเครือข่ายผ่านพันธมิตรยังสะท้อนโมเดล asset-light ที่ทำให้การบริหารทรัพยากรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยังสะท้อนความเป็น sharing economy ที่เปิดโอกาสให้พันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน แต่ได้รับประโยชน์ในมิติที่แตกต่างกัน ทั้งการเพิ่มทราฟฟิกในพื้นที่ การสร้างรายได้เสริม และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ขณะเดียวกัน ผู้ใช้บริการก็ได้รับความสะดวก ความเชื่อมั่น และทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น นำไปสู่การเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน และความร่วมมืออื่นๆ ในอนาคต



ภาพ: ไปรษณีย์ไทย



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : SYNEX มั่นใจ! Apple ขึ้นราคาไม่สะเทือน เตรียมเซ็นแบรนด์ใหม่ เติมพอร์ตสินค้า ปักธงรายได้ปีนี้ 5.3 หมื่นล้าน

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine