เมื่อรายได้ระดับพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน ไม่ได้มาจากธุรกิจหลักอย่าง “ChatGPT” ด้าน Sam Altman ซีอีโอ OpenAI สะท้อนให้เห็นชัดว่าธุรกิจ API กำลังเติบโตอย่างเงียบๆ พร้อมเผยแผนใหญ่ เตรียมส่งโฆษณาลง ChatGPT เล็งส่วนแบ่งยอดขายจากลูกค้าที่ใช้บริการ
Sam Altman โพสต์บน X ระบุว่า “OpenAI เพิ่มรายได้ประจำต่อปีมากกว่า 1 พันล้านเหรียญในช่วงเดือนที่ผ่านมา จากธุรกิจ API ของเราเพียงอย่างเดียว ผู้คนมักมองว่า Open AI เกี่ยวข้องกับ ChatGPT เป็นหลัก แต่ทีม API (Application Programing Interface) กำลังทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม”
OpenAI เปิดให้นักพัฒนาและบริษัทต่างๆ สามารถนำ API ไปบูรณาการเข้ากับผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ซอฟต์แวร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพภายในองค์กร ไปจนถึงเครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรม โดยสตาร์ทอัพชื่อดังหลายแห่งในซิลิคอนวัลเลย์ต่างใช้โมเดลของ OpenAI เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก เช่น Perplexity ที่ใช้ขุมพลังของ OpenAI ขับเคลื่อนระบบสืบค้นและตอบคำถาม ขณะที่ Harvey สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีกฎหมายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ก็พึ่งพาโมเดลเหล่านี้ในการช่วยทนายความค้นคว้าและร่างเอกสาร
ความคิดเห็นของ Sam Altman สะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานกำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโต แม้ว่าบริษัทจะต้องเผชิญกับต้นทุนมหาศาลจากค่าประมวลผลและศูนย์ข้อมูลก็ตาม แรงกดดันเหล่านี้บีบให้ OpenAI ต้องมองหาช่องทางรายได้อื่นที่นอกเหนือไปจากค่าสมาชิก
โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทระบุว่ากำลังเตรียมทดสอบการนำโฆษณามาใช้ใน ChatGPT เนื่องจากต้องรับมือกับภาระค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะสูงถึง 1.4 ล้านล้านเหรียญในอนาคต
นับเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญสำหรับบริษัทที่เคยนิยามการโฆษณาว่า “เป็นเรื่องต้องห้าม” ก่อนหน้านี้ในระยะเวลาไม่ถึงสองปี Altman เคยกล่าวว่าโฆษณาคือ “ทางเลือกสุดท้าย” และเคยระบุในงานที่มหาวิทยาลัย Harvard เมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 ว่าการนำโฆษณามาใช้ร่วมกับ AI เป็นสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของเขาเริ่มเปลี่ยนไป โดยในเดือนมิถุนายน Altman เผยผ่านพอดแคสต์ว่าเขาไม่ได้ต่อต้านการมีโฆษณาเสียทีเดียว เพียงแต่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง
นอกจากนี้ Sarah Friar ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ OpenAI ยังได้เสนอแนวคิดโมเดลการให้สิทธิ์ใช้งาน (Licensing Models) ที่เปิดโอกาสให้บริษัทมีส่วนแบ่งจากรายได้จากผลิตภัณฑ์ของลูกค้าประสบความสำเร็จ โดยเธอยกตัวอย่างในรายการ The OpenAI Podcast ว่า “หากมีการใช้เทคโนโลยีของเราจนเกิดการค้นพบครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยาและยานั้นมียอดขายที่ดี เราก็ควรจะได้รับส่วนแบ่งตามสิทธิ์จากยอดขายเหล่านั้นด้วย”
ภาพ AFP
แปลและเรียบเรียงจากบทความ OpenAI is generating over $1 billion from something that has nothing to do with ChatGPT
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ: 10 ปีที่แล้วดีกว่าตรงไหน? ทำไมมิลเลนเนียลและ Gen Z ถึงยกให้ปี 2016 เป็นช่วงเวลาที่ ‘ใจฟู’ ที่สุด
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

