G-Able เปิดเกมรุก Health Tech จับมือพันธมิตรโรงพยาบาล ยกระดับการแพทย์สู่ Smart Hospital เต็มรูปแบบ คาดเติบโตเกิน 20% - Forbes Thailand

G-Able เปิดเกมรุก Health Tech จับมือพันธมิตรโรงพยาบาล ยกระดับการแพทย์สู่ Smart Hospital เต็มรูปแบบ คาดเติบโตเกิน 20%

FORBES THAILAND / ADMIN
29 Aug 2023 | 11:00 AM
READ 1141

จีเอเบิล ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการโซลูชันระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและดิจิทัล ในฐานะ “Tech Enabler” ของไทยที่มีความเชี่ยวชาญทั้งบุคลากรด้านไอทีและโซลูชันด้านเทคโนโลยีดิจิทัลครบวงจรในระดับองค์กร (Enterprise Solution and Services) เราได้เติมเต็มศักยภาพและสนับสนุนธุรกิจมากมายในหลายภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่ระดับ SME ไปจนถึง Top 10 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และวันนี้จีเอเบิลพร้อมแล้วที่จะผนึกความเชี่ยวชาญของบุคลากรไอทีเข้ากับเทคโนโลยีโซลูชันระดับโลก เพื่อต่อยอดและผลักดันพันธมิตรธุรกิจเฮลท์แคร์สู่ Smart Hospital


    อุกฤษฏ์ วงศราวิทย์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ และประธานบริหารสายงานโซลูชันและเทคโนโลยี บริษัท จีเอเบิล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากความสำเร็จในการเป็นพันธมิตรด้านไอทีกับธุรกิจธนาคารและธุรกิจโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศไทยตลอดระยะเวลา 34 ปี ด้วยจุดแข็งสำคัญที่เป็นพื้นฐานของจีเอเบิล ทั้งโครงสร้างพื้นฐานไอที (IT Infrastructure), ระบบวิเคราะห์และจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Analytics), ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Cybersecurity) ทำให้จีเอเบิลมุ่งมั่นที่จะต่อยอดจุดแข็งเหล่านี้ไปสู่ธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะธุรกิจเฮลท์แคร์ที่กำลังมาแรงและมีความต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาสร้างระบบจัดการข้อมูลที่มีอยู่มากมายให้พร้อมใช้งานได้ทันท่วงที 

    ซึ่งหนึ่งในผลงานที่ผ่านมาของจีเอเบิล เราได้ใช้เทคโนโลยีและทีมงานผู้เชี่ยวชาญสนับสนุนงานการแพทย์ระดับประเทศมาแล้ว จึงได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของโซลูชันที่จีเอเบิลมีว่าจะสามารถสร้างการเติบโตในตลาดเฮลท์แคร์ได้เกิน 20% จากข้อมูลที่การ์ทเนอร์ได้คาดการณ์ว่าทิศทางการลงทุนด้านไอทีในธุรกิจเฮลท์แคร์จะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยประมาณ 20% ต่อปี โดยมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 7,000 ล้านบาท”

    ในปัจจุบัน จีเอเบิล มีไอทีโซลูชันที่พร้อมสนับสนุนธุรกิจเฮลท์แคร์สู่ Smart Hospital ที่สอดรับกับทิศทางของการ์ทเนอร์ที่ว่าในการทำ Digital Transformation ผู้บริหารระดับสูงในธุรกิจเฮลท์แคร์ควรกำหนดกลยุทธ์ “Digital First Strategy” ในทุกกิจกรรมทางธุรกิจและการจัดการทั้งหมด และจากงานวิจัย Forrester พบว่า Data ที่ถูกสร้างภายในองค์กรและไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์มีจำนวนมากถึง 60% -70% ส่งผลให้เกิดแนวคิดการทำ Data Fabric ขึ้นเพื่อเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกับข้อมูลที่นับวันจะยิ่งมีจำนวนมากและซับซ้อน ซึ่งสอดคล้องกับแผนการทำงานของจีเอเบิลที่มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ และแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Informed/Data-driven decision) นำข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ (Insights) ช่วยปรับปรุง Core Business Process, การบริการ, การบริหารจัดการ, งบประมาณ ฯลฯ

    จีเอเบิลมีความพร้อมในการผลักดันธุรกิจเฮลท์แคร์สู่ Smart Hospital ได้อย่างครบวงจร

       · ตั้งแต่การออกแบบและติดตั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ Data Center ระบบสารสนเทศและการสื่อสารและระบบ Cloud

       · การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) สามารถบริหารจัดการ ผสานรวม วิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ ที่ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Informed/Data-driven decision) โดยการนำข้อมูลไปใช้งานครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการ, การติดตาม KPI ขององค์กร, Operation, Customer 360 และ Marketing ฯลฯ

       · ระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งการป้องกันภัยทางไซเบอร์, ระบบบริหารจัดการ PDPA, ระบบสำรอง

       · ข้อมูลและกู้คืนข้อมูล (Disaster Recovery) รวมถึงการให้บริการ Security Operations Center (SOC) ตลอด 24/7

       · การออกแบบและติดตั้งศูนย์ประมวลผล AI เพื่อช่วยดำเนินงานในด้านงานวิจัยและพัฒนาการให้บริการได้ดียิ่งขึ้น เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลภาพ X-Ray, ข้อมูล MRI เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค และการวิเคราะห์ DNA สำหรับงานวิจัยเพื่อการพัฒนายารักษาโรคและวัคซีน ฯลฯ

       · ระบบ Healthcare Operations Center (HOC) ระบบวิเคราะห์ข้อมูลและแจ้งเตือนเมื่อการบริหารทรัพยากรในโรงพยาบาลไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทั้งการจัดการทีมงาน การจัดการเตียง การจัดตารางห้องผ่าตัด การจัดการคนไข้ ฯลฯ ผ่านจอ Dashboard แบบกึ่งเรียลไทม์

       · ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ป่วยรักษาภายนอกโรงพยาบาล เช่น ระบบศูนย์สั่งการ (Command Center) ที่ทำงานร่วมกับ รถพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Ambulance) เพื่อให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน บริการการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) การให้คำปรึกษา (Health Teleconsultant) การขอคำปรึกษาแพทย์ประจำตัวหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ต้องพบแพทย์เพื่อติดตามอาการและรับประทานยาต่อเนื่อง การติดตามผู้ป่วยระยะไกล (Remote Patient Monitoring) ผ่านทางอุปกรณ์การแพทย์ส่วนบุคคล (Personal Healthcare Devices) รวม Wearable Devices หรือ Home Devices ต่างๆ การผ่าตัดทางไกล (Telesurgery) คือ การใช้หุ่นยนต์สามารถผ่าตัดผู้ป่วยได้แม้จะอยู่ต่างสถานที่กัน รวมถึงการผสานใช้เทคโนโลยี 5G เพื่อส่งภาพการผ่าตัดที่มีความละเอียดความคมชัดสูงและแสดงผลตามเวลาจริงและรวมถึงการรับส่งคำสั่งการควบคุมอุปกรณ์การผ่าตัด

    ซึ่งทั้งหมดนี้คือไอทีโซลูชันที่จีเบิลยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์และพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเสริมศักยภาพให้ธุรกิจเฮลท์แคร์ของไทยมุ่งสู่ Smart Hospital ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคนไทยทุกคน

    

    อ่านเพิ่มเติม :

    ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine