สมาร์ทวอทช์หรูฝังเพชร ราคา 1.4 แสน! WATCH Kids ถอดเป็นกล้องพกพาได้ ส่องไฮไลต์ HUAWEI ขนนวัตกรรมระดับโลกเปิดตัวในไทย

สมาร์ทวอทช์หรูฝังเพชร ราคา 1.4 แสน! WATCH Kids ถอดเป็นกล้องพกพาได้ ส่องไฮไลต์ HUAWEI ขนนวัตกรรมระดับโลกเปิดตัวในไทย

HUAWEI ขนนวัตกรรมระดับโลกจัดงานเปิดตัวในไทย ไฮไลต์ สมาร์ทวอทช์หรูฝังเพชร 99 เม็ด ราคา 1.4 แสนบาท พร้อมแท็บเล็ต-สมาร์ทโฟน-แก็ดเจ็ตรุ่นใหม่อีกเพียบ


    หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ HUAWEI เปิดตัวผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์รุ่นใหม่ในงาน “Now Is Your Spark: HUAWEI Innovative Product Launch 2026” ที่จัดขึ้น ณ เพลนารีฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยมีทั้งสมาร์ทวอทช์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ตรุ่นใหม่ และแก็ดเจ็ต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขยายประสบการณ์การใช้งานด้านสุขภาพ การทำงาน และไลฟ์สไตล์ดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “Now Is Your Spark”

    James Warren ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อมวลชนต่างประเทศ บริษัท หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวถึงการเปิดตัวในครั้งนี้ว่า กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ “วัฒนธรรม” และ “นวัตกรรม” หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว HUAWEI รู้สึกตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้นำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ซึ่งจะเข้ามาจุดประกายให้กับทุกช่วงเวลาในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านสุขภาพ การทำงาน ความคิดสร้างสรรค์ และไลฟ์สไตล์ 

    ในปีที่ผ่านมา HUAWEI มีรายได้รวมมากกว่า 126,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และนำเกือบ 22% ของรายได้กลับไปลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์การเดินหน้าสร้างนวัตกรรมระยะยาว โดยปัจจุบัน HUAWEI มีสิทธิบัตรมากกว่า 165,000 รายการทั่วโลก

    ด้านผลิตภัณฑ์ HUAWEI ได้นำเสนออุปกรณ์หลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่สมาร์ตโฟนรุ่นเรือธงอย่าง Mate 80 Pro ที่ชูจุดเด่นด้านกล้อง True Color Camera ไปจนถึงหูฟัง FreeClip 2 ที่มาพร้อมดีไซน์ C-Bridge เน้นความสบายและแฟชั่นในการสวมใส่

    ขณะที่กลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ Watch GT 6 Series ถูกวางตำแหน่งให้เป็นผู้ช่วยด้านสุขภาพและการออกกำลังกายสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ส่วนแท็บเล็ต MatePad ยังคงชูจุดเด่นด้านการทำงานและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ โดยมีผู้ใช้งานเลือก MatePad เพื่อการสร้างสรรค์งานมากขึ้นต่อเนื่อง ในปีที่ผ่านมามีครีเอเตอร์เกือบ 2 ล้านคนต่อเดือนใช้งานแอป GoPaint เพื่อสร้างผลงาน ขณะที่ยอดจัดส่งแท็บเล็ตทั้งปีทะลุ 12 ล้านเครื่อง

    James ยังเผยว่า มีผู้ใช้งานอุปกรณ์และบริการด้านสุขภาพของ HUAWEI มากกว่า 118 ล้านคนทั่วโลกในแต่ละเดือน และยอดจัดส่งอุปกรณ์สวมใส่ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่เกือบ 36 ล้านชิ้น สะท้อนการเติบโตของตลาดเทคโนโลยีสุขภาพและอุปกรณ์สวมใส่ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น

    “เทคโนโลยีไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อความล้ำสมัย แต่ต้องสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับผู้ใช้งานจริงในทุกมิติของชีวิต นวัตกรรมจะไม่หยุดนิ่ง และบริษัทจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทั้งด้านกีฬา สุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการแสดงออกถึงตัวตน เพื่อสร้าง Intelligent Experience รูปแบบใหม่ให้กับผู้บริโภคทั่วโลก” James กล่าว

    สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในครั้งนี้ประกอบด้วย HUAWEI WATCH FIT 5 Series, HUAWEI WATCH ULTIMATE Spring Edition, HUAWEI nova 15 Max และ HUAWEI MatePad Pro Max รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เคยเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ เช่น HUAWEI FreeClip 2, HUAWEI WATCH GT Runner 2 และ HUAWEI Mate 80 Pro


HUAWEI WATCH ULTIMATE Spring Edition



    ไฮไลต์แรกที่เรียกเสียงฮือฮาได้ทั้งงาน คือ HUAWEI WATCH ULTIMATE Spring Edition สมาร์ทวอทช์ที่ HUAWE ระบุว่าเป็นรุ่นแรกของบริษัทที่มีการประดับอัญมณี โดยออกแบบร่วมกับ Francesca Amfitheatrof ดีไซเนอร์เครื่องประดับจาก Tiffany & Co.

    ตัวเรือนประดับเพชรธรรมชาติ 99 เม็ด และรองรับการโทรผ่าน eSIM โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน รองรับทั้ง Android และ iOS พร้อมเทคโนโลยี Multi-Sensing X-Tap และระบบ TruSense สำหรับการตรวจวัดสุขภาพเชิงลึก โดยราคาอยู่ที่ 3,799 ยูโร (ประมาณ 143,000 บาท)


HUAWEI WATCH FIT 5 Series



    HUAWEI WATCH FIT 5 Series เป็นสมาร์ทวอทช์ที่ปรับดีไซน์ใหม่ พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้น โดยรุ่น Pro รองรับความสว่างสูงสุด 3,000 nits และใช้กระจก Sapphire Glass

    ตัวนาฬิกามีให้เลือก 8 สี พร้อมฟีเจอร์ด้านสุขภาพ เช่น การตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) สำหรับรุ่น Pro, ระบบแจ้งเตือนภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วผ่านคลื่นชีพจร (PWAP), ระบบติดตามการนอน TruSense System และฟีเจอร์ตรวจจับความเครียด รวมถึง Fall Detection และ Mini Workout สำหรับการออกกำลังกายระหว่างวัน

    ด้านการใช้งาน รองรับแอปพลิเคชัน 7-Eleven บนสมาร์ทวอทช์ การโทรออก-รับสายผ่านตัวนาฬิกา แบตเตอรี่ใช้งานสูงสุด 10 วัน และโหมดออกกำลังกายมากกว่า 100 รูปแบบ รวมถึงโหมดเทนนิส พร้อมระบบ Sunflower Positioning System สำหรับติดตามกิจกรรม โดยราคาอยู่ที่ 199 ยูโร (ประมาณ 7,500 บาท)


HUAWEI MatePad Pro Max



    HUAWEI MatePad Pro Max เป็นแท็บเล็ตรุ่นเรือธงที่เน้นการใช้งานด้านการทำงานและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ตัวเครื่องหนา 4.75 มม. น้ำหนัก 511 กรัม มาพร้อมหน้าจอ PaperMatte ความละเอียดระดับ 3K

    รองรับการทำงานผ่านแอป PC-level WPS ที่เปิดหลายหน้าต่างพร้อมกันได้ และใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ด Huawei Glide รวมถึงฟีเจอร์ AI Speech-to-text

    ด้านงานสร้างสรรค์ รองรับ GoPaint และ M-Pencil Pro สำหรับการวาดเขียน พร้อมระบบ Reverse Charging 40W ที่สามารถใช้แท็บเล็ตชาร์จอุปกรณ์อื่นแบบไร้สายได้ โดยราคาอยู่ที่ 1,399 ยูโร (ประมาณ 53,000 บาท)


HUAWEI nova 15 Max



    HUAWEI nova 15 Max พัฒนาภายใต้แนวคิด “Max Your Fun” มาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.84 นิ้ว ความละเอียด 444ppi ความสว่างสูงสุด 1600 nits และรีเฟรชเรต 120Hz

    ตัวเครื่องหนา 7.98 มม. น้ำหนัก 232 กรัม พร้อมกล้อง Ultra-Clear ความละเอียด 50MP ใช้เซ็นเซอร์ RYYB และรูรับแสง F1.9 รวมถึงฟีเจอร์ AI Best Expression สำหรับเลือกภาพสีหน้าและรอยยิ้มที่เหมาะสม

    สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ยังรองรับ Wi-Fi 7, ปุ่มลัด X-Button ที่ตั้งค่าได้เอง ผ่านมาตรฐาน SGS Premium Performance Mark Drop resistance ระดับ 5 ดาว และมาตรฐาน IP65 กันน้ำและฝุ่น แบตเตอรี่ความจุ 8500mAh รองรับ Reverse Charging และระบบ Energy Booster สำหรับจัดการพลังงาน โดยราคาอยู่ที่ 449 ยูโร (ประมาณ 17,000 บาท)


HUAWEI WATCH Kids X1 และ WATCH Kids X1 Pro



    อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ HUAWEI เปิดตัว คือ WATCH Kids X1 และ WATCH Kids X1 Pro สมาร์ทวอทช์สำหรับเด็ก โดยทั้งสองรุ่นใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 1.82 นิ้ว พร้อมดีไซน์ตัวเรือนที่สามารถหมุนหรือพลิกได้ โดยออกแบบเน้นความแข็งแรงในสไตล์สปอร์ต 

    ความพิเศษคือในรุ่น Pro สามารถถอดตัวเรือนออกจากสายนาฬิกา และนำไปใช้งานร่วมกับเคสกล้องได้ ซึ่งจะทำให้นาฬิการุ่นนี้เป็นเหมือนกล้องพกพาขนาดเล็ก

    ทั้ง WATCH Kids X1 และ WATCH Kids X1 Pro ยังมาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รองรับมุมมองกว้าง 110 องศา ขณะที่ตัวกล้องสามารถหมุนได้ 36 องศา โดยราคาอยู่ที่ 249 ยูโร (ประมาณ 9,500 บาท)




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Lenovo ทำนิวไฮไตรมาสล่าสุด รายได้พุ่ง 2.2 หมื่นล้านเหรียญ! ธุรกิจเกี่ยวกับ AI โตแรง 72% เดินเกมรุกทั้งตลาดองค์กรและผู้ใช้ทั่วไป

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine