Bill Gates มองอนาคตอีก 10 ปี มนุษย์อาจทำงานแค่ 2-3 วัน/สัปดาห์ และ ‘ครู-แพทย์’ จะไม่ใช่อาชีพขาดแคลนอีกต่อไปเพราะมี AI เข้ามาช่วย - Forbes Thailand

Bill Gates มองอนาคตอีก 10 ปี มนุษย์อาจทำงานแค่ 2-3 วัน/สัปดาห์ และ ‘ครู-แพทย์’ จะไม่ใช่อาชีพขาดแคลนอีกต่อไปเพราะมี AI เข้ามาช่วย

Bill Gates มหาเศรษฐีโลกผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft เปิดเผยวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการขับเคลื่อนโลกในมิติต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง เมื่อเร็วๆ นี้เขาได้แบ่งปันความคิดเห็นว่าในอีกราว 10 ปีข้างหน้า AI จะเข้ามาทำหน้าที่สำคัญหลายอย่าง บางอาชีพอาจถูกลดบทบาทลง แต่ก็มีอาชีพซึ่ง AI ยังยากจะเข้ามาแทนที่


    ในรายการ The Tonight Show ทางช่อง NBC เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2025 ที่ผ่านมา Bill Gates ได้พูดคุยกับ Jim Farllon พิธีกรรายการ ในประเด็นว่าด้วยเรื่องของ AI และโลกอนาคตที่องค์ความรู้ต่างๆ จะกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

    Gates มองว่า ณ ปัจจุบัน การเป็น ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ หมายถึง ‘ความหายาก’ และในหลายแวดวงยังต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญที่เป็นมนุษย์อยู่ โดยยกตัวอย่างแพทย์และครูขึ้นมา พร้อมกล่าวว่า “ในทศวรรษหน้า ด้วย AI สิ่งเหล่านั้นจะกลายมาเป็นของฟรีที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ ทั้งคำแนะนำทางการแพทย์และการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ”

    สิ่งที่ Gates ต้องการจะสื่อคือทุกวันนี้โลกเรายังคงมีความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาและสาธารณสุข ผู้คนในพื้นที่ห่างไกลไม่สามารถเข้าถึงทรัพยากรเพื่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดี บุคลากรทางการศึกษาและการแพทย์ยังคงขาดแคลน แต่ AI จะเป็นตัวแปรสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว

    Gates ค่อนข้างมีความเชื่อมั่นว่า AI จะมาขับเคลื่อนด้านการแพทย์ เพราะเมื่อ Fallon ให้เขาลองบอกเหตุผลสักข้อที่ทุกคนควรมองอนาคตของ AI ในแง่ดี คำตอบคือ “ความสามารถในการยกระดับสาธารณสุข” พร้อมชี้ว่าอาจมีวิธีการรักษาโรคอัลไซเมอร์และโปลิโอให้หายขาดได้ในอีกไม่นานเกินรอ


AI จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์จริงไหม?

    ความสามารถในการทำงานต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของ AI ยังจะทำให้มนุษย์มีงานน้อยลง Gates คาดการณ์ความเป็นไปได้ว่า ในอนาคต วันทำงานอาจเหลือแค่ 2-3 วันต่อสัปดาห์เท่านั้น

    ทั้งนี้ ประเด็นที่หลายคนวิตกกังวลคือเรื่องที่ AI อาจจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ ทำให้เกิดการ disruption ในหลายวงการ และผู้คนจำนวนมากอาจต้องตกงาน ซึ่งก็มีบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่แย้งว่า AI จะช่วยให้มนุษย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม ตลอดจนจะมีงานใหม่ๆ เกิดขึ้นและผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโต

    Mustafa Suleyman ซีอีโอ Microsoft AI เคยเปิดเผยในหนังสือ The Coming Wave: Technology, Power, and the Twenty-first Century's Greatest Dilemma ของเขาซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2023 ว่า ความก้าวหน้าของ AI จะสั่นคลอนแรงงานหลายร้อยล้านคน ทำให้พวกเขาต้องเรียนรู้และพัฒนาทักษะของตัวเองเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่งานรูปแบบใหม่ สอดคล้องกับรายงานของ McKinsey & Company ในปี 2017 ที่ว่าแรงงาน 800 ล้านคนทั่วโลกจำเป็นต้องมองหาบทบาทและงานที่แตกต่างออกไปจากเดิมภายในปี 2030


งานไหนบ้างที่ยังจำเป็นต้องใช้มนุษย์อยู่?

    Fallon ได้ถามในรายการ The Tonight Show เช่นกันว่า “เราจะยังจำเป็นต้องมีมนุษย์อยู่อีกไหม?”

    Gates ตอบว่า “ไม่สำหรับงานส่วนใหญ่” แต่ “มนุษย์จะเป็นผู้ตัดสินเองว่าบทบาทใดที่ยังต้องให้มนุษย์ทำ”

    “อย่างเช่นเบสบอล เราคงไม่อยากดูคอมพิวเตอร์เล่นเบสบอลกันหรอกครับ” มหาเศรษฐีผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft ยกตัวอย่าง “ดังนั้นจึงยังมีอีกหลายสิ่งที่เราสงวนไว้ให้มนุษย์ด้วยกันเอง”

    และสำหรับงานที่ต้องใช้ ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ เฉพาะทาง ในทัศนะของ Gates มีอยู่ 3 งาน ซึ่งต้องอาศัยแรงงานมนุษย์อย่างแน่นอน โดย AI ทำได้เพียงช่วยเหลือบางส่วนเท่านั้น ได้แก่


1. นักเขียนโค้ด (Coder)

งานของพวกเขาคือการเขียนและแก้ไข code เพื่อออกคำสั่งคอมพิวเตอร์ รวมถึงทดสอบการทำงานต่างๆ ของซอฟต์แวร์ ซึ่ง AI อาจสร้าง code ต่างๆ ขึ้นจากฐานข้อมูลได้ก็จริง แต่ยังขาดความถูกต้อง แม่นยำ และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน จึงต้องมีนักเขียนโค้ดที่เป็นมนุษย์คอยตรวจสอบและกำกับดูแล


2. ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน (Energy Expert)

หากมองภาพรวมของอุตสาหกรรมพลังงาน จะพบว่ามีขอบเขตกว้างขวางมาก อาทิ พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล พลังงานนิวเคลียร์ พลังงานทดแทน และอื่นๆ โดยในแต่ละหมวดหมู่ยังมีความซับซ้อนเกินกว่าจะนำเอา AI และระบบอัตโนมัติเข้าใช้ดำเนินงานแทนได้ ทั้งการพัฒนากลยุทธ์การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน การตอบรับความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลกที่ยากจะคาดเดา และรับมือกับความท้าทายด้านกฎระเบียบต่างๆ


3. นักชีววิทยา (Biologist)

ในที่นี้ยังรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านอื่นๆ ในขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยา คอยวิจัย สรรหาความรู้ และค้นพบนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ซึ่ง Gates มองว่า AI ยังไม่เข้าใจความคิดสร้างสรรค์ การแพทย์ขั้นสูง และความละเอียดอ่อนของชีวิต ดังนั้น AI จึงอาจมีบทบาทในฐานะผู้ช่วยเท่านั้น แต่ไม่สามารถเข้ามาทำงานแทนได้


    กล่าวโดยสรุปก็คือ Gates มีความเชื่อมั่นว่า AI จะเข้ามาช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการแพทย์ ซึ่งอาจกระทบอาชีพที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างครูและแพทย์ ทั้งนี้หากพิจารณาภาพรวมแล้ว AI จะทำให้ความเป็นอยู่ของผู้คนดีขึ้น แม้จะมีหลายงานที่ไม่ต้องพึ่งพามนุษย์อีกต่อไป แต่ AI ก็จะทำให้งานใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้นมา และสิ่งที่แรงงานต้องทำคือการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นสำหรับงานเหล่านั้นนั่นเอง


แหล่งที่มา:

Bill Gates: Within 10 years, AI will replace many doctors and teachers—humans won’t be needed ‘for most things’

Bill Gates Says AI Will Replace Doctors, Teachers and More in Next 10 Years, Making Humans Unnecessary 'for Most Things'

Jobs lost, jobs gained: What the future of work will mean for jobs, skills, and wages

Will AI take over jobs? Bill Gates lists three professions that are safe


ภาพ: AFP


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 15-2-Half Rule เสริมพฤติกรรมดีๆ แค่วันละนิด สู่ชีวิตยืนยาวและสุขภาพแข็งแรง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine