กองทุน Disrupt Health Impact Fund ปิดดีลแรกลงทุนใน ‘DiaMonTech’ ชูนวัตกรรมวัดระดับกลูโคสไม่ต้องเจาะเลือด

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ปิดดีลแรกลงทุนใน ‘DiaMonTech’ ชูนวัตกรรมวัดระดับกลูโคสไม่ต้องเจาะเลือด

FORBES THAILAND / ADMIN
13 Nov 2024 | 08:00 AM
READ 3128

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ที่เปิดตัวเมื่อพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ปิดดีลเข้าลงทุนในบริษัท “DiaMonTech” สตาร์ทอัพ DeepTech สัญชาติเยอรมัน ผู้คิดค้นและเป็นเจ้าของหลายสิทธิบัตรนวัตกรรมการตรวจวัดระดับกลูโคสในร่างกาย โดยไม่ต้องเจาะเลือด เผยอยู่ระหว่างหาโอกาสเข้าลงทุนบริษัท DeepTech เพิ่มเติมให้ครบ 15 บริษัทภายใน 3 – 5 ปี ตามแผน


    นายกระทิง พูนผล ประธานกองทุน Disrupt Health Impact Fund กองทุน 500 TukTuks และ ORZON Ventures เปิดเผยว่า Healthcare เป็นหนึ่งใน 3 ตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากปัจจัยสังคมสูงวัยที่แนวโน้มอายุขัยเฉลี่ยพลเมืองโลกที่มีอายุยืนขึ้น รวมถึงเกิดเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ที่นำไปสู่การพลิกโฉมทางการแพทย์

​นายกระทิง พูนผล ประธานกองทุน Disrupt Health Impact Fund กองทุน 500 TukTuks และ ORZON Ventures​

​

    ขณะเดียวกันยังได้ผลดีจากตลาดการดูแลตัวเอง หรือ Self-care ซึ่งทั้งภาครัฐและผู้บริโภคต่างหันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพมากขึ้น ส่งผลตลาด Self-care medical device ในปี 2575 จะขยายตัวสู่ 42,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.44 ล้านล้านบาท (จากปี 2566 ที่อยู่ราว 24,400 ล้านเหรียญสหรัฐ)

    ทั้งนี้ การลงทุนใน DiaMonTech จึงเป็นโอกาสสร้างการเติบโตในอุตสาหกรรม Healthcare เพราะการตรวจวัดค่าน้ำตาลเป็นปัญหาสำคัญ เป็นที่ต้องการมากในตลาด และมีมูลค่าตลาดรวมขนาดใหญ่ ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยและกลุ่มคนทั่วไป ที่สำคัญคือเป็นโซลูชันที่สามารถขยายไปได้ทั่วโลก

นางสาวจันทนารักษ์ ถือแก้ว กรรมการผู้จัดการ Disrupt

​

    นางสาวจันทนารักษ์ ถือแก้ว กรรมการผู้จัดการ ดิสรัปท์ เทคโนโลยี เวนเจอร์ หรือ Disrupt และผู้บริหารกองทุน Disrupt Health Impact Fund กล่าวว่า “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งกับโอกาสในการเข้าลงทุนกับ “DiaMonTech” สตาร์ทอัพ DeepTech สัญชาติเยอรมัน ผู้คิดค้นและเป็นเจ้าของสิทธิบัตรนวัตกรรมการตรวจวัดระดับกลูโคสในร่างกายโดยไม่ต้องเจาะเลือด เพียงวางนิ้วมือบนเครื่อง 30 วินาทีก็สามารถวัดค่าได้ ทำให้วัดค่าได้บ่อยและสะดวกกว่าการเจาะเลือด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานกว่า 530 ล้านรายทั่วโลก”

    อย่างไรก็ตาม เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่ใช้เวลานานในการรักษา และอาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้ ในประเทศไทยมีผู้เป็นเบาหวานมากถึง 5.2 ล้านคน หรือ 1 ใน 11 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าเทคโนโลยีของ DiaMonTech จะช่วยให้การ self-care เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น และยังได้ข้อมูลที่จะช่วยให้แพทย์สามารถติดตามอาการได้ดีขึ้น ซึ่งจะสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมากต่อชีวิตผู้คน ทั้งกลุ่มผู้ป่วย และกลุ่มคนทั่วไปในการป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นเบาหวาน

​

    นางสาวณรัณภัสสร์ ฐิติพัทธกุล ผู้บริหารกองทุน Disrupt Health Impact Fund กล่าวว่า ทางกองทุน Disrupt Health Impact Fund เฟ้นหาสตาร์ทอัพทั่วโลกมากกว่า 1,000 ราย และคัดเลือกเพียง 97 รายที่ตรงกับเกณฑ์ ก่อนคัดกรองเหลือเพียง 49 รายและนำไปวิเคราะห์ศึกษาข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการลงทุน ซึ่งมี DiaMonTech เพียงรายเดียวที่ได้รับการสนับสนุนจากเสียงส่วนมากของทั้งผู้บริหารกองทุน ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จากทางเครือโรงพยาบาลสมิติเวช และคณะที่ปรึกษาด้านการแพทย์และวิศวกรรมจากทางมหาวิทยาลัยมหิดล

    “เหตุผลหลักที่เลือกลงทุนกับ DiaMonTech คือเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนและเลียนแบบยาก เจ้าของสิทธิบัตรพัฒนามาจากงานวิจัยกว่า 10 ปีของศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเกอเธ่ จากการศึกษาตลาดเครื่องวัดกลูโคสทั่วโลก พบว่าหลายบริษัทได้พยายามคิดค้นวิธีการวัดระดับกลูโคสในร่างกายแบบไม่ต้องเจาะเลือด ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ความท้าทายหลักก็คือความในการตรวจวัดที่แม่นยำเทียบเท่ากับการเจาะเลือด วิธีการของ DiaMonTech มีความน่าเชื่อถือเพราะเป็นการวิจัยแบบการศึกษาไปข้างหน้า หรือ prospective study และผลวิจับยังได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสารวิชาการระดับโลกอีกด้วย ทำให้เรามั่นใจว่าการสนับสนุน DiaMonTech จะช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการดูแลสุขภาพของประชาชน และเป็นการลงทุนที่มีโอกาสเติบโตสูง” นางสาวณรัณภัสสร์ กล่าว

​ นายธอร์สเทน ลูบินสกี ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร DiaMonTech​


    นายธอร์สเทน ลูบินสกี ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร DiaMonTech กล่าวว่า เครื่องวัดระดับกลูโคสในร่างกายโดยไม่ต้องเจาะเลือด หรือ D-pocket ขณะนี้กำลังอยู่ช่วงขอการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ก่อนนำออกสู่ตลาด การได้รับเงินลงทุนและความร่วมมือจากกองทุน Disrupt Health Impact Fund เชื่อว่าจะช่วยให้ DiaMonTech สามารถนำนวัตกรรมดังกล่าวเข้าไปถึงผู้คนได้มากขึ้นและเร็วขึ้น รวมถึงมีเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Healthcare ทั้งจากภาครัฐและเอกชนในไทยและในภูมิภาค

    กองทุน Disrupt Health Impact Fund มีเป้าหมายลงทุนระยะแรกราว 17 – 50 ล้านบาทต่อ 1 บริษัท โดยในช่วง 3 – 5 ปีจากนี้ มีแผนลงทุนใน 15 บริษัท DeepTech ด้าน Healthcare ทั้งในไทยและต่างประเทศ ด้วยนโยบายลงทุน 5 ด้าน คือ

    - การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง (Self Care)
    - เวชศาสตร์ป้องกันโรค (Preventive Care)
    - ผู้สูงวัย (Silver Age)
    - การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness)
    - โรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital)

    ทั้งนี้ กองทุนฯ จะเฟ้นหานวัตกรรมระดับโลกในระยะออกสู่ตลาดแล้ว (Commercialized) หรืออยู่ระหว่างการวิจัยในคน (Clinical Trial) เพื่อขอการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ในด้านของนักลงทุน ปัจจุบันกองทุนมีนักลงทุนรวม 7 ราย เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 รายซึ่งเป็นนักลงทุนส่วนบุคคลที่สนใจธุรกิจ Health & Wellness ที่ต้องการร่วมกันต่อยอดโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มโอกาสในการลงทุนตรงในบริษัทที่มีศักยภาพ



ภาพ: Disrupt



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Ring ในไทยแล้ว แหวนอัจฉริยะติดตามสุขภาพ ราคา 14,900 บาท

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine