"แกร็บ" เตรียมให้บริการเพย์เมนต์ พร้อมรุกส่งอาหารต่างจังหวัดรับยอดออร์เดอร์พรวด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • IT
  • News >
  • “แกร็บ” เตรียมให้บริการเพย์เมนต์ พร้อมรุกส่งอาหารต่างจังหวัดรับยอดออร์เดอร์พรวด

“แกร็บ” เตรียมให้บริการเพย์เมนต์ พร้อมรุกส่งอาหารต่างจังหวัดรับยอดออร์เดอร์พรวด

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
08 Jul 2019 | 7:00 pm 3677

แกร็บ ประเทศไทย ครบ 6 ปี เผยบริการส่งอาหารโตพรวดครึ่งปี’62 ยอดสั่ง 4 ล้านออร์เดอร์ เตรียมรุกตลาดต่างจังหวัดเต็มสูบ พร้อมเปิดตัวระบบเพย์เมนต์ไตรมาสนี้

ธรินท์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า แกร็บให้บริการในประเทศไทยมา 6 ปีแล้ว และได้รับการตอบรับจากชาวไทยเป็นอย่างดี โดยมีการเรียกใช้บริการการเดินทาง การส่งอาหาร และการส่งของรวมกว่า 320 ล้านครั้ง เชื่อมต่อกับผู้คนใน 16 จังหวัด 18 เมืองของไทย นอกจากนี้ยังให้บริการครอบคลุมไปถึงระบบการจองโรงแรมและระบบรีวอร์ด 

“12 เดือนที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีหลายๆ อย่างเข้ามาในแกร็บ ทั้งการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คือ BNK48 มีการให้บริการแกร็บฟู้ดซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก ทำให้ 6 เดือนหลังจากนี้มองว่าแกร็บฟู้ดจะเป็นตัวหลักในธุรกิจของเรา จากตัวเลขแนวโน้มการเติบโตปีก่อนที่มียอดใช้บริการ 3 ล้านออร์เดอร์ ปีนี้เพียงครึ่งปีมียอดใช้บริการ 4 ล้านออร์เดอร์ซึ่งเร็วกว่าเดิมค่อนข้างมาก เนื่องจากการปรับตัวของผู้บริโภค โดยคาดว่าอาจถึง 20 ล้านออเดอร์ในปีนี้ ซึ่งมั่นใจว่ามาร์เก็ตแชร์ของแกร็บฟู้ดในขณะนี้เป็นเบอร์ 1 และมีสัดส่วนเกินครึ่งของตลาด”

ยอดการใช้บริการแกร็บในประเทศไทย

ธรินทร์ กล่าวอีกว่า การแข่งขันในตลาดรับส่งอาหารยังคงรุนแรง และการทำสงครามราคาจะยาวนานไปอีก 1 ปี ส่วนทิศทางของเราในปีนี้นอกจากกรุงเทพฯ แล้ว ก็จะทำการตลาดเชิงรุกในต่างจังหวัดมากขึ้น และจะขยายบริการแกร็บฟู้ดไปในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการให้บริการส่งอาหารในเชียงใหม่หรือพัทยาก็ได้รับการตอบรับดี และยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก แต่ต้องอาศัยการพูดคุยทำความเข้าใจกับร้านค้าท้องถิ่นมากขึ้น

 

เตรียมให้บริการระบบเพย์เมนต์

ธรินทร์ ระบุว่า ในครึ่งปีหลังนี้เราจะยังเปิดตัวบริการแกร็บเพย์ วอลเล็ต ซึ่งเป็นการร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย โดยพร้อมให้บริการในระบบนิเวศของแกร็บในไตรมาสนี้ และภายในต้นไตรมาส 4 จะสามารถให้บริการแบบโอเพ่น คือใช้แกร็บเพย์จ่ายเงินกับระบบข้างนอกได้

“เรามองว่าแกร็บเพย์ยังไม่ใช่ธุรกิจที่เจอการแข่งขันหนัก เราไม่ได้แข่งกับใคร แต่ความท้าทายคือทำอย่างไรให้ประชาชนคิดว่าใช้อันนี้แล้วดี อย่างไรก็ตาม ไทยเป็นประเทศที่คนยังไม่มีบัตรเครดิตเยอะมาก เป็นกลุ่มขนาดใหญ่ในสังคม และเรายังมีโอกาสอีกมากในการเข้าถึงตลาดตรงนี้”

 

แกร็บคาร์-แกร็บไบค์ รอความชัดเจนรัฐบาล

ธรินทร์ กล่าวว่า สำหรับบริการเรียกรถอย่างแกร็บไบค์กับแกร็บคาร์ ตอนนี้ถือว่าอิ่มตัวระดับหนึ่งแล้ว ส่วนเรื่องกฎหมายที่ตอนนี้ประเทศไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่แกร็บยังไม่ถูกกฎหมายนั้น ต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลซึ่งต้องรอให้การจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นก่อน จากนั้นเราก็พร้อมให้ความร่วมมือในการหาทางออกเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่าย

ธรินท์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย

“บริการของแกร็บวันนี้นอกจากตอบโจทย์ผู้โดยสารทั้งเรื่องความปลอดภัย ราคา การสะสมแต้ม ยังส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวของไทยด้วย โดยที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวกว่า 5 ล้านคนที่ใช้บริการในไทย นอกจากนี้เรายังช่วยเหลือผู้ขับขี่ให้มีรายได้อีกด้วย”

“การอยู่ในสถานการณ์ที่ก้ำกึ่งในเรื่องกฎหมายไม่เชิงกระทบกับแกร็บ แต่มองว่าเป็นโอกาสที่เสียไปสำหรับคนไทยมากกว่า บางคนอาจยังไม่กล้ามาขับเพราะกลัวผิดกฎหมาย ทำให้เขาขาดโอกาสในการหารายได้ในส่วนนี้  เรามองว่าการขับแกร็บทำให้ชีวิตของหลายคนดีขึ้นได้ ถ้ากฎหมายยังล่าช้า กลุ่มคนตรงนี้อาจขาดโอกาสในการหารายได้เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ตัวเองให้ดีขึ้น”

ธรินทร์ กล่าวอีกว่า ตัวอย่างที่ จ.บุรีรัมย์ ที่ทั้งจังหวัดมีแท็กซี่อยู่เพียง 15 คัน แต่ในช่วงที่มีการแข่งขันกีฬาต่างๆ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยอะ ถ้าแกร็บไม่นำระบบตรงนี้ลงไป นักท่องเที่ยวก็ไปไหนไม่ได้ ไม่มีเม็ดเงินกระจายลงไปในพื้นที่ ดังนั้น ถ้าเราปลดล็อกไปเรื่อยๆ ประกอบกับในอนาคตประเทศไทยส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองมากขึ้น ถ้ามีระบบแกร็บก็จะทำให้คนในเมืองรองมีโอกาสหารายได้มากขึ้น

ทั้งนี้ หากเรื่องกฎหมายเรียบร้อย คาดว่าปีหน้าอาจให้บริการเรียกรถและส่งอาหารครบทั่วประเทศไทยได้

 

จัดเต็มกิจกรรมและโปรโมชั่นฉลอง 6 ปี

สำหรับโอกาสครบรอบ 6 ปี แกร็บจัดเต็มส่วนลดสำหรับบริการของแกร็บทั้งการเดินทาง สั่งอาหาร และส่งของ สูงสุด 60% นอกจากนี้ยังมีดีลพิเศษจากแกร็บฟู้ดถึง 666 ดีล และของรางวัลอีกหลายรายการ อาทิ ทริปไป-กลับฮ่องกง สมาร์ทโฟน Huawei เป็นต้น รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 17 ล้านบาท

 

 

 

รายงานโดย กนกวรรณ มากเมฆ / Online Content Creator


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP