ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล เปิดตัว คราวน์ โทเคน “CWT” ต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • IT
  • News >
  • ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล เปิดตัว คราวน์ โทเคน “CWT” ต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา

ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล เปิดตัว คราวน์ โทเคน “CWT” ต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา

Forbes Thailand / Admin
02 Mar 2022 | 12:08 pm 778

บริษัท ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว Crown Token (CWT) นวัตกรรมใหม่ของสินทรัพย์ดิจิทัลเชื่อมโยงทรัพย์สินทางปัญญาสู่โลก NFT และ Metaverse โดยจะเริ่มเปิดให้เทรดเหรียญบน Zipmex แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดแพลตฟอร์มแห่งหนึ่งในเอเชียแปซิฟิกและเป็นพาร์ตเนอร์ที่สำคัญของ CWT

ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ทีแอนด์บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) กล่าวว่า “คราวน์ โทเค็น” หรือ “CWT” นับเป็นมิติใหม่ของวงการ Utility Token ในการนำเอาจุดเด่นของทรัพย์สินทางปัญญา Intellectual Property (IP) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสำคัญของบริษัท ภาพยนตร์ และซีรีส์แอนิเมชัน มาต่อยอดทางธุรกิจให้มีความหลากหลาย

การสร้าง NFT บน NFT Platform ที่บริษัทจะพัฒนาร่วมกับพันธมิตรชั้นนำของไทยและต่างประเทศ และต่อยอดสู่การนำไปใช้จริงใน Metaverse รวมถึง Translucia Metaverse อีกหนึ่งอภิมหาโปรเจ็กต์ที่บริษัทกำลังพัฒนา และจะนำไปสู่การสร้างปรากฎการณ์ครั้งสำคัญทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน


ข้อมูลสำคัญ:

  • Andrew Gordon ผู้สร้างหนึ่งใน “Monsters, Inc.” “Ratatouille” “Finding Nemo” “Toy Story” นั่งตำแหน่ง Executive Producer ของโปรเจ็กต์ “CWT” ของ T&B และร่วมวางแผนพัฒนา NFT
  • ผู้ถือครอง “CWT” จะได้รับสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษต่างๆ จากการสร้างสรรค์และเผยแพร่ภาพยนตร์และซีรีส์แอนิเมชันระดับโลก แพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่ง SMO รวมถึงโครงการต่างๆ ของกลุ่มบริษัท
  • คราวน์ โทเคน (ยูทิลิตี้โทเคน) รวมเอาจุดเด่นของทรัพย์สินทางปัญญาไปสร้าง NFT และต่อยอดสู่การนำไปใช้จริงใน Metaverse
  • ผู้ถือ CWT เข้าถึงอุตสาหกรรมเอนเตอร์เทนเมนท์ มีเดีย และเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะตลาดจีน
  • บริษัท VUCA Digital บริษัทในเครือ T&B จับมือบริษัท Pellar Technology ประเทศออสเตรเลีย ร่วมสร้าง NFT Platform “ADOT”

สำหรับโปรเจกต์แอนิเมชัน บริษัทได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับและทีมงานระดับโลก อาทิ Andrew Gordon หนึ่งใน Executive Producer ของโปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่ของ T&B และได้มีการวางแผนพัฒนา NFT ร่วมกันในขณะนี้ Mr. Gordon มีผลงานเป็นที่รู้จักจากแอนิเมชันชื่อดังอย่าง “Monsters, Inc.” “Ratatouille” “Finding Nemo” “Toy Story

นอกจากนี้ T&B มีพาร์ตเนอร์ที่สำคัญมากมายในจีน เพื่อนำแอนิเมชันที่คนไทยร่วมเป็นเจ้าของบุกตลาดจีนซึ่งมี Box office ใหญ่ติดอันดับโลก โดย Kenji Xiao อดีตซีอีโอ ThreeZero และ Chief Planner/bureau member of Wu Zhen International Project of Future Visual Arts ผู้มีประสบการณ์ในวงการแอนิเมชันของจีน เป็นหนึ่งในทีม Executive Producer ของโปรเจ็กต์ที่เน้นบุกตลาดจีน

โดย T&B เตรียมเปิดตัวแอนิเมชันสุดอลังการสู่ตลาดโลกเร็วๆ นี้ ในระหว่างปี 2022-2025 เตรียมพบกับ Legends of the Two Heroes, FriendZSpace, Looking for Gods, New Legend, The Forestias และ Blue City ซึ่งนับว่าเป็นโปรเจ็กต์ขนาดใหญ่ที่ T&B ทุ่มทุนสร้างเพื่อตอบโจทย์โลกแอนิเมชันที่นับวันยิ่งก้าวล้ำและมีกลุ่มแฟนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

T&B ไม่ได้มองเพียงแค่ตลาดในประเทศเท่านั้น หากแต่กลุ่มแฟนจะมาจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน อินเดีย ออสเตรเลีย ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่าประเทศเหล่านี้เป็นตลาดที่ใหญ่และเติบโตสูงมาก การบุกตลาดโลกจะเป็นการสร้างทั้งชื่อเสียงและเม็ดเงินจำนวนมหาศาลแก่ IP โปรเจกต์

นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม SMO ที่จะเป็นศูนย์กลางทั้งในด้านการสร้าง community การสร้าง engagement ของ creators ศิลปิน และกลุ่มแฟน จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สร้างอีโคซิสเท็มที่แข็งแกร่งให้กับคราวน์โทเคนอีกด้วย ทั้งนี้ T&B จะเริ่มเปิดให้เทรดเหรียญบน Zipmex แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัล

ด้าน พรรณธร ลออรรถวุฒิ CFA, ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มบริษัท T&B Media Global และ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท VUCA Digital กล่าวว่า

“Crown Token (CWT)” มีความโดดเด่นทั้งในแง่ของผลประโยชน์ และการพัฒนาอีโคซิสเท็ม (ecosystem) อย่างครบวงจร เพื่อรองรับการใช้งาน (use case) อย่างหลากหลาย รวมถึงการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรและบริษัทในเครือ โดยบริษัท VUCA Digital ได้จับมือกับบริษัท Pellar Technology ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน blockchain technology และมีประสบการณ์และความสำเร็จจากโปรเจกต์ NFT ระดับสากล มาร่วมสร้าง NFT Platform “ADOT” ที่จะเปิดให้บริการในเร็วๆนี้ โดย ADOT ได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในประเทศและระดับสากล ซึ่งจะเป็นการช่วยพัฒนาต่อยอด IP ของบริษัทไปสู่ตลาด NFT และเชื่อมโยงไปถึง Metaverse ซึ่งเป็นหลักไมล์สำคัญของบริษัทในอนาคตอีกด้วย

คุณพรรณธร กล่าวว่า IP ยังสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจอื่นได้อีกมากมายเช่น เกม การ์ตูน Licensing & Merchandising นิยาย และสวนสนุกธีมพาร์ค ซึ่งมีมูลค่าตลาดโลกโดยรวมกว่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ

IP จากแอนิเมชันรวมถึงแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่ง SMO จะสร้างผลประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ แก่ผู้ถือโทเคน ผ่านระบบ Staking การได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ การได้รับ NFT airdrop การได้รับ SMO points เพื่อสิทธิพิเศษบนแพลตฟอร์ม การเข้าไปมีส่วนร่วมกับแอนิเมชัน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการโหวตกำหนดเรื่องราว การสร้างอวตารของตัวเองให้โลดแล่นอยู่บนแอนิเมชันระดับโลก การโฆษณาประชาสัมพันธ์ นอกจากนี้ ผู้ถือจะได้รับสิทธิในการเข้าร่วมประมูล NFT คอลเล็กชั่นพิเศษ และสิทธิพิเศษในการเข้าถึง Translucia Metaverse อีกด้วย

CROWN Token (CWT) เป็นมิติใหม่และเป็นก้าวสำคัญของยูทิลิตี้โทเคนให้กับผู้ซื้อทั้งชาวไทยและต่างชาติ ด้วยโปรเจ็กต์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ซื้อสินทรัพย์ดิจิตัล CROWN Token ถูกออกแบบมาอย่างครบวงจร ตอบสนองไลฟ์สไตล์ทางการเงินยุคดิจิทัลอย่างไร้ขีดจำกัด

CROWN Token (CWT) มีจำนวนโทเคนจำกัดทั้งหมด 140 ล้านโทเคน โดยจะเปิดให้ซื้อขายในวันที่ 3 มีนาคม 2565 บน Zipmex แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิตัลอันดับต้นของไทย นอกจากนี้เรายังได้เตรียมความพร้อมเพื่อเปิดให้ซื้อขาย CWT ในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม: Olivier Bron ยกระดับการเดินทางจากรากฐานตำนานห้างเซ็นทรัล-โรบินสัน สู่ Global Standard


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

 

BACK TO TOP