คุยเทรนด์เทคโนโลยีมาเเรง ปี 2019 กับซีอีโอ Synnex รุกจับกระเเสตลาด Gaming & E-Sport - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • IT
  • News >
  • คุยเทรนด์เทคโนโลยีมาเเรง ปี 2019 กับซีอีโอ Synnex รุกจับกระเเสตลาด Gaming & E-Sport

คุยเทรนด์เทคโนโลยีมาเเรง ปี 2019 กับซีอีโอ Synnex รุกจับกระเเสตลาด Gaming & E-Sport

ศิริลักษณ์ หาพันธ์นา

ธุรกิจเทคโนโลยีกลายเป็นธุรกิจดาวรุ่งที่ทำเงินมหาศาลในทุกวันนี้ พร้อมพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อีกหนึ่งกระเเสความนิยมที่กำลังมาเเรงที่สุดในกลุ่มคนรุ่นใหม่ คงหนีไม่พ้น Gaming & E-Sport ด้วยพลังกำลังซื้อที่มี “ความกล้าที่จะจ่าย” ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตอย่างน่าจับตามอง  หลายบริษัทไอทีเริ่มปรับใช้ Game Marketing สร้างการรับรู้เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าต่างๆ เปิดทิศทางเทรนด์เทคโนโลยีมาเเรงปี 2562 เเละตลาดชาวเกมเมอร์ กับ Synnex  ผู้นำเข้าสินค้าไอทีเบอร์หนึ่งของไทยกับรายได้เกินเป้า 37,500 ล้านในปีที่ผ่านมา

สุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Synnex เผยถึงแนวโน้มความนิยมในเทคโนโลยี Gaming และ E-Sport ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศว่า ตลาด Gaming ขยายตัวอย่างมาก จึงเป็นโอกาสที่จะไปจับตลาดใหม่ และวันนี้ภาครัฐบาลได้ส่งเสริมให้กลายเป็นกีฬา โดย Synnex  เป็นบริษัทผู้จัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยีมากมายและมีสินค้าที่เกี่ยวกับ Gaming เต็มรูปแบบ จึงอยากเเสดงความชัดเจน และกระตุ้นให้รับรู้ว่าตลาดนี้มีศักยภาพสูง รวมถึงสนับสนุนในภาคการศึกษาเเละพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมนี้ด้วย

ทั้งนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้เซ็นอนุมัติรับรองให้ E-Sport เป็นชนิดกีฬาอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้หลายภาคส่วนรวมถึงภาคการศึกษา หันมาให้ความสำคัญในการผลิตบุคลากร รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอย่างจริงจัง

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ระบุว่า ในปี 2562 ตลาดเกมในไทยจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นราว 15% เทียบจากปี 2561 ที่มีมูลค่ารวมราว 2 หมื่นล้านบาท และจะเพิ่มเป็นมากกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2568

“กำลังซื้อในตลาด Gaming ถือว่าค่อนข้างดีเเละมีความเเตกต่าง เพราะลูกค้ากลุ่มนี้มีความกล้าที่จะจ่าย ยอมจ่ายให้สินค้าระดับพรีเมียมเพื่อให้ตนเองได้ใช้ของที่มีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังจ่ายให้กับสินค้ารุ่นใหม่ๆที่ออกมา เพื่ออัพเกรดอุปกรณ์ด้วย เเละเมื่อมีการจัดให้เป็นประเภทหนึ่งของกีฬา การเล่นเกมจะไม่ใช่เเค่เล่นเกมทั่วไปเเล้ว พวกเขาจะกล้าลงทุนมากขึ้นเพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นเกมเมอร์มืออาชีพ” สุธิดากล่าว

สำหรับยอดขายสินค้าเกี่ยวกับ Gaming ทั้งหมดของ Synnex ปี 2561 อยู่ที่ 2 พันล้านบาท ถือเป็น 10% ของตลาด Gaming ในเมืองไทย โดยกลยุทธ์การตลาดในปีนี้จะเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ ตั้งเเต่ผู้ใช้จริงไปจนถึงดีลเลอร์ทั่วประเทศ และจะมีการจัดกิจกรรมสนับสนุนด้านเกมมิ่งต่อไป เป็นการรุกทำการตลาดทั้งทางตรงเเละทางอ้อม

“หากนำมาเทียบในยอดขายสินค้าไฮเทคทั้งหมด สินค้า Gaming ยังอยู่ระดับกลาง เเต่เรามองว่าในอนาคตตลาดนี้จะมีการเติบโตต่อไป เเละสามารถขายสินค้าอื่นๆ ไปร่วมด้วย เราเป็น main player ที่เข้ามาเร็วเเละเติบโตได้ดี ด้วยความหลากหลายของสินค้าทำให้ลูกค้ามาหาเราที่เดียวก็ได้ทุกอย่างที่ต้องการ ในปีที่ผ่านมา กลุ่มโน๊ตบุ๊คเพื่อการเล่นเกม เเม้จะไม่เติบโตมาก เเต่ในส่วนตลาดเกมโดยรวมของเราโตกว่า 30%”

เมื่อถามถึงปัจจัยในการเลือกซื้อสินค้าเทคโนโลยีของชาวเกมเมอร์ ซีอีโอแห่ง Synnex ตอบว่า  “ตอนนี้ส่วนใหญ่ยังดูที่เเบรนด์เเละฟังก์ชั่นเป็นหลัก เรื่องราคาไม่ใช่ปัจจัยในการตัดสินใจซื้อมากนัก”

Game Marketing เข้าถึงผู้ใช้จริง

Synnex ประเดิมทำมาร์เก็ตติ้งตีตลาดชาวเกมเมอร์ ทุ่มงบกว่า 10 ล้านบาท จับมือค่ายเกมสุดฮิตในตอนนี้อย่าง PUBG และ 18 พันธมิตรชั้นนำทางธุรกิจ จัดงาน “SYNNEX GAMING & ESPORT TOURNAMENT 2019” ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยในระดับอุดมศึกษา ซึ่งนับเป็นอีกกลยุทธ์ในการรุกตลาด Gaming และ e-Sport ภายใต้คอนเซ็ปต์ “GET CLOSER to GAMER” เพื่อสนับสนุนเยาวชนก้าวสู่การเป็น Professional e-Sport อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมมากถึง 279 ทีม 74 มหาวิทยาลัย จากทั้งหมด 150 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการแข่งขันและเฟ้นหาทีมผู้ชนะเลิศในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

“ลูกค้าหลักของตลาด Gaming ทั่วประเทศ ยังคงเป็น young generation คนรุ่นใหม่ที่อยู่กับเทคโนโลยีตั้งเเต่เกิด รู้ว่ามีการเล่นเกมเพื่อเป็นกีฬา มีผู้ชมเเละผู้สนใจจากทั่วโลก เรียกได้ว่าพอมีการเเข่งขันเวทีหนึ่ง ก็คนดูทางออนไลน์เยอะเท่ากับการดูการเเข่งขันบาสเกตบอลที่อเมริกาเลยทีเดียว”

ทั้งนี้ ในอนาคต Synnex เผยว่าจะมีการร่วมมือจัดการเเข่งขันกับเกมอื่นๆ ด้วย โดยต้องดูตามเทรนด์ของตลาดว่าในขณะนั้น เกมไหนกำลังมาเเรง คาดว่าจะเป็นสีสันให้คนมาสนใจเเละหันมาซื้อสินค้าเทคโนโลยีกลุ่มนี้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน Synnex เตรียมปรับภาพลักษณ์คอมพิวเตอร์เฮาส์แบรนด์ Lemel ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค โดยร่วมมือกับเจ้าของเกม PUBG ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้มาตรฐานการรับรองด้วย PUBG Certified สร้างความมั่นใจให้ลูกค้ากลุ่มเกมเมอร์โดยเฉพาะ ซึ่งจะมาพร้อมกับหน้าจอ ตัวเครื่อง และ Gaming Gear ต่างๆ รวมถึงเกม PUBG ของเเท้ในราคาจำหน่ายทั้งชุดที่ 66,990 บาท

“เมื่อได้ PUBG Cerified เเสดงว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้สามารถเล่น PUBG เกมออนไลน์ที่กินสเปกมากที่สุดในตอนนี้ได้อย่างแน่นอน เเละเป็นระดับที่ได้รับการนำไปเเข่งขันในงาน E-Sport tournament อย่างเป็นทางการด้วย” 

เผยเทคโนโลยีมาเเรง 2562 โหม AI & IoT

เเม้เศรษฐกิจทั่วโลกจะชะลอตัว เเละกำลังซื้อในไทยค่อนข้างเงียบ เเต่ซีอีโอ Synnex  คาดว่าตลาดรวมน่าจะยังโตประมาณ 5-7% ใกล้เคียงกับปี 2561 ที่ผ่านมา ที่ตลาดเติบโตได้ราว 5% ซึ่งบริษัทสามารถเติบโตได้มากกว่าตลาด โดยทำรายได้มากกว่าเป้าที่วางไว้ที่ 37,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากแรงซื้อของสินค้าโมบาย และ Gadget รวมถึงได้โดรน กล้อง VR, AR โดยเฉพาะ IoT (Internet of Things) ที่ผลักดันให้ตลาดรวมโตขึ้น

โดยในปี 2562 Synnex  ตั้งเป้าเติบโต 12-15% พร้อมนำแบรนด์ใหม่ราว 7-8 แบรนด์เข้ามาจัดจำหน่ายเพิ่ม จากปัจจุบันที่มีกว่า 60 แบรนด์ โดยครอบคลุมทั้งสินค้าคอนซูเมอร์ เช่น กล้องและโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ cloud ซึ่งมีโอกาสในตลาด EEC ที่จะทำเกี่ยวกับ smart factory

สำหรับเทรนด์เทคโนโลยีที่จะมาเเรงในปี 2019  จะให้ความสำคัญกับ AI (Artificial Intelligence) และสินค้า IoT ไปพร้อมกับสินค้าเดิมที่เราทำอยู่อย่างต่อเนื่องอย่างสินค้าไอทีในชีวิตประจำวัน สินค้าหมวดไลฟ์สไตล์อย่างพวก cloud , smart home เเละ smart ออฟฟิศที่ใช้ระบบจดจำใบหน้า เทคโนโลยีที่ใช้ในการประชุม โดยปีนี้จะมีการนำเข้ามาอีกหลายเเบรนด์อย่างเเน่นอน

“เเม้กำลังซื้อของคนทั่วไปจะชะลอลง เเต่ภาคเอกชนยังไม่ชะลอ เห็นได้ชัดว่าองค์กร มีการเปลี่ยนอุปกรณ์เทคโนโลยีภายในบริษัทมากขึ้น เเละเปลี่ยนง่ายขึ้นเพราะราคาถูกลงเเละประสิทธิภาพสูง มี AI  มาช่วยทำงานในส่วนของฮาร์ดเเวร์เเละซอฟต์เเวร์ราคาเป็นไปได้มากขึ้น อีกทั้งองค์กรเริ่มนิยม “เช่า” อุปกรณ์มากกว่า “ซื้อ” เพราะเป็นการลดต้นทุนเเละจะได้ใช้รุ่นที่อัพเดตอยู่เสมอด้วย”

ขณะที่ในส่วนของภาครัฐ ปีนี้หวังว่าจะมีโปรเจ็กต์มากมายเกี่ยวกับสินค้าไอทีน่าจะดีขึ้น โดยสองปีที่ผ่านมาธุรกิจไอทียังคงเป็นธุรกิจดาวรุ่ง ติดท็อป 3 เเละคิดว่าหลังเลือกตั้งจะกระตุ้นให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มสินค้าที่มียอดขายมากที่สุดของ Synnex ยังคงเป็นกลุ่มโมบาย สัดส่วนรายได้อยู่ที่ 40% รองลงมากคือกลุ่ม Networking Product เเละอันดับ 3 คือกลุ่ม Component ซึ่ง Gaming รวมอยู่ในส่วนนี้

“ในตลาดสมาร์ทโฟน บริษัทยังเป็นตัวแทนจำหน่ายครบทุกแบรนด์ โดยเเบรนด์หลักคือ Huawei , Apple และ Samsung รุ่นตัวกลางยังขายได้ดี และปีนี้จะเพิ่มแบรนด์ Net Fos เข้ามาทำตลาดกลุ่มต่ำกว่า 3,000 บาท โดยเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดที่ยังมีความต้องการสูง นอกจากนี้มือถือเกมมิ่งก็เป็นอีกกลุ่มที่ต้องจับตามอง”

สำหรับสินค้ากลุ่มโดรน ที่เพิ่งตีตลาดเมื่อกลางปีที่ผ่านมานั้น สุธิดาเผยว่ามีการตอบรับดี เเต่ยังติดเรื่องกฎหมาย ซึ่งอาจจะทำให้ไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่ เเต่ด้วยความที่เป็นเเบรนด์ระดับโลกอย่าง DJI ลูกค้าก็ไว้วางใจ ซึ่งบริษัททำทุกไลน์อัพตั้งเเต่ท่องเที่ยวจนถึงการเกษตร ซึ่งจำเป็นต้องใช้โดรน ในส่วนนี้จึงมีการเติบโตที่ดี

“ในอนาคตเราเชื่อว่ากฎหมายของโดรนจะเอื้อต้อผู้ใช้มากขึ้น เนื่องจากเเนวโน้มของโลกที่เปลี่ยนไปเเละมีการใช้อย่างเเพร่หลาย”

โอกาสทองเจาะอาเซียน หวังเศรษฐกิจดีหลังเลือกตั้ง

เมื่อถามถึงการเข้าไปทำตลาดในอาเซียน ซีอีโอ Synnex มองว่า เป็นโอกาสครั้งสำคัญ เพราะตลาด Gaming กำลังเติบโตได้ดีในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสินค้าเทคโนโลยีค่อนข้างมาก เเละมีรายได้รวมราว 1 พันล้านบาท โดยในเมียนมาและลาว มีการเปิดสาขาอยู่แล้ว ส่วนกัมพูชาก็มีการขายสินค้าส่งเข้าไป เเละน่าจะโอกาสไปเติบโตในตลาดกัมพูชาได้อีกทาง เนื่องจากในวันนี้เเม้จะยังไม่มีสาขาเเต่การเติบโตค่อนข้างเยอะ ซึ่งบริษัทกำลังมองหาพาร์ทเนอร์เเละการเปิดสาขาในกัมพูชาต่อไป

“ความท้าทายของ Synnex ในปีนี้ คือการรับมอกับเศรษฐกิจโลกเเละเศรษฐกิจไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเศรษฐกิจโลกจะดีขึ้นเเละเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง จะมีความชัดเจนหลายอย่าง ทั้งการลงงบประมาณเเละกระตุ้นเศรษฐกิจองค์รวม ดังนั้นปีนี้เราต้องพัฒนาตัวเองให้เข็มเเข็ง ภาคเอกชนพยายามเติบโตด้วยตนเอง ก็อยากจะเห็นเศรษฐกิจโลกเเละในประเทศดีขึ้น”

 

 

 

BACK TO TOP