‘บริติช เคานซิล’ มองการศึกษาไม่เท่าเทียมกระทบทักษะภาษาอังกฤษคนไทย แนะแก้ทั้งการสอนและการวัดระดับ

‘บริติช เคานซิล’ มองการศึกษาไม่เท่าเทียมกระทบทักษะภาษาอังกฤษคนไทย แนะแก้ทั้งการสอนและการวัดระดับ

“ทักษะภาษาอังกฤษของคนไทยอยู่ในระดับต่ำมาก” คำที่หลายคนอาจเคยได้ยินจากข่าวผลสำรวจดัชนีความสามารถทางภาษาอังกฤษ (English Proficiency Index) ของประเทศต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ ซึ่งพบว่าภาษาอังกฤษของคนไทยอยู่ในโซนอันดับท้ายๆ แทบทุกปี และบางปีก็รั้งท้ายในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยซ้ำ


    ประเด็นการอ่อนทักษะภาษาอังกฤษนี้เรียกได้ว่าเป็นประเด็นระดับชาติ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าทักษะภาษามาพร้อมกับโอกาส และทักษะนี้เองก็มีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติด้วย ทำให้หลายหน่วยงานพยายามหาแนวทางแก้ไข รวมถึงผลักดันให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ยกระดับการเรียนรู้และเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษของคนไทย

    ล่าสุด คือ บริติช เคานซิล (British Council) ที่ได้จัดงานสัมมนากำหนดทิศทางการทดสอบและการวัดระดับทักษะทางภาษาระดับนานาชาติ ประจำปี 2567 (New Directions East Asia 2024) ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2024 ที่กรุงเทพมหานคร โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 12 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ อิทธิพลของการวัดระดับทักษะภาษาที่มีต่อบุคคลและสังคม เชิญชวนให้พิจารณาถึงผลของการเรียนรู้และการวัดระดับทักษะภาษาที่มีต่อการพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจ การพัฒนาด้านสังคมและเศรษฐกิจ การยกระดับคุณภาพการศึกษา ตลอดจนการเสริมสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักรที่จะมีการฉลองครบรอบ 170 ปี ในปี 2568

    Danny Whitehead ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน New Directions East Asia 2024 งานสัมมนานี้ยังคงเป็นเวทีสำคัญในการหารือระดับโลกถึงบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปของการวัดระดับทักษะภาษา”

​

Barry O'Sullivan


    Barry O'Sullivan ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยภาษาอังกฤษบริติช เคานซิล เผยบนเวทีสัมมนาว่า ปัจจัยสำคัญของระบบการศึกษาที่แข็งแกร่ง ได้แก่ การวัดระดับภาษา การสอนภาษา และนโยบายด้านภาษา ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้ต้องไปด้วยกันจึงจะประสบความสำเร็จสูงสุด อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของไทยตลอด 10 ปีที่ผ่านมากลับไม่เป็นเช่นนั้น

    Whitehead ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมโดยขยายความจาก O'Sullivan เกี่ยวกับความท้าทายของการวัดระดับทักษะและความสามารถทางภาษาอังกฤษ ซึ่งไม่เพียงเป็นวาระสำคัญในภาคการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาในภาคเศรษฐกิจและแรงงานที่รัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ เขาชี้ว่าตลาดแรงงานไทยนั้นมีอัตราการว่างงานเพียงราว 2% ณ ไตรมาส 2 ปี 2024 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ดังนั้นสิ่งที่ต้องมุ่งยกระดับจึงเป็นผลิตภาพ (Productivity)

    ในการยกระดับผลิตภาพของเศรษฐกิจไทยนั้น ก็ต้องดำเนินการผ่านการพัฒนาทักษะแรงงานที่จะเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ กล่าวคือต้องพัฒนาการศึกษาเพื่อให้แรงงานเหล่านี้มีความรู้และทักษะมากเพียงพอ และหัวใจสำคัญของพัฒนาการศึกษาก็ไม่พ้นการทดสอบวัดระดับ


ผนึกกำลังสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา

    ไทยและสหราชอาณาจักรมีความสัมพันธ์ด้านการศึกษาที่แน่นแฟ้นตลอดระยะเวลาเกือบ 170 ปีที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรจึงมีความยินดีให้ความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือกระทรวงศึกษาธิการในการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามนโยบายของรัฐบาล ด้วยเป้าหมายสร้าง ‘ความเสมอภาค (Equality)’ ด้านการศึกษาภาษาอังกฤษทั่วประเทศ

    ประเทศไทยมีความหลากหลายสูง ซึ่งนับเป็นข้อดี ไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย มีเมืองใหญ่ที่ดึงดูดชาวต่างชาติและการลงทุน ทว่าความหลากหลายเหล่านั้นก็ยังรวมเอาพื้นที่ที่การพัฒนาเข้าถึงได้ยาก นำมาสู่ความเหลื่อมล้ำทั้งด้านคุณภาพชีวิตและการศึกษา

    Whitehead ชี้ว่า “ณ ตอนนี้ หนึ่งในปัญหาท้าทายที่สุดของการศึกษาภาษาอังกฤษในไทย คือครูผู้สอนในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศนั้นมีระดับความรู้และทักษะภาษาอังกฤษแตกต่างกัน” ทำให้ผู้เรียนจากต่างพื้นที่ได้รับความรู้ที่ไม่เท่าเทียมกัน คุณภาพของการศึกษาจึงไม่เท่ากันไปด้วย

    สหราชอาณาจักรในฐานะพันธมิตรทางการศึกษาพร้อมช่วยจัดหาทรัพยากรคุณภาพสูงให้ครูได้ใช้พัฒนาตัวเองและใช้ประกอบการเรียนการสอน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ยากจะเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ โดยอาศัยประโยชน์จากอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยี และปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อให้ไม่ว่าจะนักเรียนในเมืองใหญ่หรือนักเรียนในพื้นที่อันห่างไกลก็สามารถเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน

​

บรรยากาศในงาน New Directions East Asia 2024


ออกแบบการสอบวัดระดับที่วัดผลได้จริง

    Whitehead เผยว่าการพัฒนาการศึกษาควรเริ่มต้นจากการวัดระดับทักษะภาษา เพื่อให้สามารถออกแบบหลักสูตรและเนื้อหาบทเรียนได้อย่างเหมาะสม เพราะในโรงเรียน ครูมักต้องการให้นักเรียนสอบผ่าน และสอนเนื้อหาเพื่อการสอบเท่านั้น อีกทั้งการสอบยังมักเป็นแบบมีตัวเลือก (Multiple Choices) และการท่องจำคำศัพท์เพียงจำนวนหนึ่ง ทำให้ความรู้และทักษะที่นักเรียนได้รับมีจำกัด โดยเฉพาะสมรรถนะทางการสื่อสาร (Communicative Competence) ซึ่งเป็นส่วนที่ทดสอบได้ยาก จึงควรมีการออกแบบการเรียนการสอนและตำราภาษาอังกฤษที่เน้นทักษะดังกล่าวให้มากขึ้น

    การวางมาตรฐาน (Standardization) ก็สำคัญเช่นกัน การศึกษาในระดับอุดมศึกษาของไทยยังไม่มีการสอบวัดระดับทักษะภาษาที่เป็นมาตรฐานกลาง ปัจจุบันแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีการจัดสอบภาษาของตัวเอง ยากจะบอกได้ว่าการสอบของมหาวิทยาลัยใดสามารถยึดถือได้จริงๆ ซึ่งในส่วนนี้ส่งผลกระทบไปถึงภาคเศรษฐกิจ เพราะองค์กรและบริษัทต่างๆ ต้องการแรงงานที่มีทักษะภาษาอังกฤษในระดับที่เหมาะสม แต่เมื่อไม่มีการสอบที่เป็นมาตรฐานกลาง ก็ยากที่จะบอกได้ว่าใครมีทักษะเพียงพอ

    ไทยจึงควรสร้างข้อสอบกลางที่มีคุณภาพ ยกตัวอย่าง ข้อสอบ IELTS ที่ทุกมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรใช้ในการคัดนักศึกษาเข้าเรียนเหมือนกันทั้งหมด

    อย่างไรก็ตาม การนำข้อสอบจากต่างประเทศมาใช้ก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมนัก นอกจากค่าสอบที่สูงแล้ว ข้อสอบเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงบริบททางการศึกษาของไทย ภารกิจที่สหราชอาณาจักรและไทยต้องร่วมมือกันจึงเป็นการสร้างการสอบวัดระดับทักษะภาษาและระบบการเรียนการสอนที่ครอบคลุม (Comprehensive Learning System) เฉพาะสำหรับประเทศไทยนั่นเอง


AI เครื่องมือทรงอานุภาพที่ต้องใช้ให้เป็น

    กล่าวถึง AI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีมาแรง จนหลายคนกังวลว่าจะถูกแย่งงานหรือไม่ ต้องยอมรับว่าการมาของ AI ส่งผลกระทบต่อแวดวงภาษาและการศึกษาในปัจจุบันจริง โมเดล AI หลายตัวเข้ามามีอิทธิพลต่อการทำงาน เช่น ChatGPT ที่ช่วยในการค้นหาข้อมูลและสรุปเนื้อหาต่างๆ อย่างง่ายดาย

​

Danny Whitehead


    “มีครูหลายคนถามผมว่า AI จะมาแทนที่ครูไหม หรือ AI จะมาแทนที่คนออกข้อสอบหรือเปล่า” Whitehead เล่าและแสดงความคิดเห็นว่า “ไม่ AI จะไม่มาแทนที่ครู แต่ครูที่ใช้ AI เป็นจะมาแทนที่ครูที่ใช้ AI ไม่เป็น”

    เขามองว่าเทคโนโลยีต่างๆ รวมถึง AI เป็นเครื่องมือทรงพลังที่จะช่วยให้การศึกษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับงานอื่นๆ สิ่งสำคัญคือมนุษย์ต้องปรับตัวและเรียนรู้เพื่อใช้เครื่องมือเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    ครูและบุคลากรทางการศึกษาก็ควรนำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ส่วนนักเรียนก็ควรรู้จักการใช้ AI อย่างเหมาะสม เช่น อาจใช้เป็นตัวช่วยในการเขียนการบ้าน แต่ไม่ใช่ให้ AI เขียนแล้วส่งเลย ควรตรวจสอบ เรียบเรียง และทำความเข้าใจเนื้อหาด้วยตัวเองอีกครั้ง ซึ่งอันที่จริงแล้วครูก็ดูออกว่างานไหนเขียนโดยมนุษย์ งานไหนเขียนโดย AI

    ดังนั้น เพื่อเสริมแกร่งทักษะแรงงานไทยอันจะนำไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จในอนาคต หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจึงควรร่วมมือกันผลักดันการศึกษาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะภาษาอังกฤษซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารในระดับนานาชาติ ซึ่งงานสัมมนาในครั้งนี้ก็ได้ช่วยชี้ให้เห็นแล้วว่าจุดตั้งต้นควรเป็น ‘การวัดระดับทักษะภาษา’ ที่มีประสิทธิภาพ


ภาพ: New Directions East Asia 2024


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “กระหายการเรียนรู้และไม่หยุดพัฒนา” หลักการสำหรับผู้แสวงหาความสำเร็จที่ซีอีโอ Amazon แนะนำ

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine