“แพคริม กรุ๊ป” จับมือ “Skooldio” เร่งทำ “Digital Transformation” องค์กรในไทย - Forbes Thailand

“แพคริม กรุ๊ป” จับมือ “Skooldio” เร่งทำ “Digital Transformation” องค์กรในไทย

FORBES THAILAND / ADMIN
15 Dec 2021 | 12:12 PM
READ 1309

“แพคริม กรุ๊ป” (PacRim Group) จับมือ “Skooldio” ผนึกพลังและความเชี่ยวชาญด้าน “People Skills” และ “Digital Skills” ของทั้งสองฝ่าย เพิ่มโอกาสความสำเร็จและขับเคลื่อนอัตราเร่งการทำ “Digital Transformation” ให้องค์กรในประเทศไทย

จากผลการศึกษาจากสถาบันต่างๆ ทั่วโลก รวมถึง McKinsey & Co ที่พบว่าร้อยละ 70 ของการทำทรานส์ฟอร์เมชัน ไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยสาเหตุหลักประการหนึ่งมาจากปัญหาในเรื่องของ “คน” ที่ยังไม่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง “แพคริม กรุ๊ป” บริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาผู้นำและองค์กรชั้นนำในประเทศไทย จึงได้ตัดสินใจผนึกพลังความร่วมมือกับ  “Skooldio” สถาบันพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลในระดับแถวหน้าของไทยในการพัฒนาหลักสูตรและโซลูชันที่บูรณาการความเชี่ยวชาญด้าน “People Skills” หรือ “Leadership Skills” ของ “แพคริม” กับความเชี่ยวชาญด้าน Digital Skills ของ “Skooldio”

พรทิพย์ อัยยิมาพันธ์ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร แพคริม กรุ๊ป  กล่าวว่า Skooldio” และ “แพคริม” ขอเสนอตัวเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ขององค์กร ในการช่วยสร้างระบบนิเวศน์ใหม่สำหรับการพัฒนาคนที่จะช่วยให้การทำ “Digital Transformation” และการทรานส์ฟอร์มองค์กรประสบผลสำเร็จสูงสุด

“ด้วยประสบการณ์ของ ‘แพคริม’ ในการเป็นพันธมิตร และทำงานเคียงคู่กับองค์กรชั้นนำนับพันแห่งตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี เราได้เรียนรู้บทเรียนและเห็นถึงความท้าทายในการทรานส์ฟอร์มองค์กรต่างๆ มากมาย”

“การจับมือร่วมเป็นพันธมิตรกับ ‘Skooldio’ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้าน ‘Technical Skills และ Digital Skills เป็นอย่างสูง รวมทั้งมีปณิธานและแพสชันเช่นเดียวกับ ‘แพคริม’ ในการช่วยสร้างคนดี คนเก่ง ในทุกๆ เจเนอเรชัน... ตั้งแต่นักเรียนไปจนถึงซีอีโอ ..ให้กับประเทศไทยครั้งนี้ ดิฉันมีความมั่นใจว่าจะช่วยให้เราสามารถร่วมกันพัฒนา สรรหาโซลูชันและหลักสูตรที่ดีที่สุด ที่ตอบโจทย์องค์กรในโลกยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ได้”

ด้าน วิโรจน์ จิรพัฒนกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ Skooldio กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้มาจากความเชื่อที่ว่า ทุกการทรานส์ฟอร์มที่ประสบผลสำเร็จจะต้องเริ่มต้นด้วยคน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะทั้งด้าน “Hard Skills” และ “Soft Skills” ควบคู่กันไป

ยกตัวอย่างเช่น การสร้าง Digital-driven Culture นั้นพบว่าสิ่งที่ยากที่สุดคือการนำเอาคนในฝ่าย technical มาคุยกับฝ่าย non-technical ให้รู้เรื่อง สามารถมองเห็นโอกาส แปลความหมายและประยุกต์ insights จากข้อมูลมาใช้ประโยชน์ทางธุรกิจได้

“Business value เกิดสูงสุดตอนนี้เอง ที่คนสองกลุ่มนี้คุยกันรู้เรื่อง ซึ่งบางครั้งเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่ได้ผลตอบแทนสูง (low-hanging fruits) ที่หลายองค์กรเสียโอกาสตรงนี้ไปเยอะมาก” 

อ่านเพิ่มเติม: JLL ชี้ ตลาดการลงทุนซื้อขายโรงแรมในไทยฟื้นตัวคึกคัก


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine