คุ้มไหม? ถ้า Starbucks จะปิดดีล ซื้อแบรนด์ร้านอาหารเม็กซิกัน "Chipotle" เพื่อขยายอาณาจักรให้แกร่งขึ้น หรือนี่จะกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งในช่วงที่ธุรกิจของ Starbucks เองก็ยังฟื้นตัวไม่เสร็จ
มีข้อมูลการรายงานของ Financial Times ออกมาว่า Starbucks กำลังพิจารณาหารือกับที่ปรึกษาธุรกิจเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเข้าซื้อแบรนด์ร้านอาหารเม็กซิกัน Chipotle Mexican Grill
แต่ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันว่า Starbucks จะเร่งเดินหน้าปิดดีลจริงหรือไม่ โดยเหล่านักวิเคราะห์การลงทุนยังประเมินถึงโอกาสของการปิดดีลนี้ไว้ในระดับต่ำประมาณ 20%

ทำไมดีลนี้ถึงดูเหมาะสมและคุ้มค่า
1. CEO รู้จักธุรกิจ Chipotle เป็นอย่างดี
Brian Niccol ซีอีโอ Starbucks เคยบริหารธุรกิจให้กับแบรนด์ Chipotle นานกว่า 6 ปี และมีบทบาทสำคัญในการพลิกฟื้นธุรกิจ จึงเข้าใจแบรนด์ ปัญหา และโอกาสเติบโตของบริษัทเป็นอย่างดี

2. กระจายความเสี่ยงและสร้าง Restaurant Group
Starbucks มีธุรกิจกาแฟ ส่วน Chipotle เน้นอาหารมื้อหลัก หากธุรกิจหนึ่งชะลอตัว อีกธุรกิจอาจช่วยพยุงผลประกอบการได้ และยังเปิดทางให้ Starbucks ช่วยขยาย Chipotle ไปตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น
3. มีโอกาสลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ร่วมกัน
ดีลนี้มีโอกาสช่วยลดค่าใช้จ่ายสำนักงานและตำแหน่งงานที่ซ้ำซ้อน และยังใช้ประโยชน์จากทำเลร้านที่อยู่ใกล้กัน โดยราว 90% ของร้าน Chipotle อยู่ห่างจาก Starbucks ไม่เกิน 1 ไมล์ นอกจากนี้ การรวมระบบสมาชิกและสะสมแต้มน่าจะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าใช้จ่ายกับทั้งสองแบรนด์มากขึ้นตามไปด้วย
4. รูปแบบการบริหารร้านมีความใกล้เคียงกัน
ทั้งสองบริษัทบริหารร้านเองเป็นส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ จึงมีแนวทางควบคุมคุณภาพและการดำเนินงานที่สอดคล้องกันมากกว่าการซื้อกิจการที่พึ่งพาระบบแฟรนไชส์เป็นหลัก

ทำไมดีลนี้ควรพัก เพราะอาจจะสร้างภาระให้มากกว่า
1. Starbucks ยังฟื้นตัวไม่เสร็จ
ปัจจุบัน Niccol ซีอีโอ Starbucks ยังต้องแก้ปัญหาธุรกิจ ทั้งเรื่องของการบริการลูกค้า ยอดขาย และอัตรากำไร ดังนั้นการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่อาจดึงเวลาและทรัพยากรของผู้บริหารออกจากธุรกิจหลักและอาจฉุดยอดขายของ Starbucks ให้ร่วงหล่นได้
2. ราคาแพงแถมเพิ่มความเสี่ยงทางการเงิน
Chipotle มีมูลค่าตลาดประมาณ 4.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ หาก Starbucks เสนอซื้อด้วยราคาพรีเมียม 20% และใช้หนี้เป็นหลัก ภาระหนี้อาจเพิ่มสูงขึ้นจนมีอัตราหนี้ต่อกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ราว 6 เท่า ตามการประเมินของนักวิเคราะห์
และหากใช้หุ้นแลกแทนเงินสด ก็อาจทำให้กำไรต่อหุ้น (EPS) ลดลงประมาณ 10% ตามการประเมินอีกกรณีหนึ่ง
3. รวมสององค์กรใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย
การควบรวมสององค์กรขนาดใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจสร้างปัญหาด้านวัฒนธรรมองค์กร บุคลากร ระบบ และการจัดสรรทรัพยากร จนอาจทำให้ทั้งสองแบรนด์เสียสมาธิจากการพัฒนาธุรกิจของตัวเอง
4. ประวัติการซื้อกิจการร้านอาหารมีบทเรียนราคาแพง
หากย้อนดูอดีตในปี 2022 Jack in the Box เคยซื้อแบรนด์ Del Taco ด้วยมูลค่า 585 ล้านเหรียญ แล้วตัดสินใจขายทิ้งในเวลาต่อมาด้วยราคาประมาณ 119 ล้านเหรียญ ขณะที่หุ้นของ Jack in the Box ร่วงลง 73% ในช่วงที่เป็นเจ้าของ Del Taco อย่างเป็นทางการ
ซึ่งทั้งหมดจากเหตุผลข้างต้นรวมถึงตัวอย่างนี้ล้วนสะท้อนให้ว่า การเข้าซื้อกิจการหรือรวมหลายแบรนด์ไว้ในมือนั้น ไม่สามารถรับประกันความเสี่ยงได้ว่าจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่หุ้นและเป็นผลดีต่อกลุ่มนักลงทุนได้เช่นกัน
แปลและเรียบเรียงจากบทความ : Why a Starbucks takeover of Chipotle would - and wouldn’t - make sense for both companies
ภาพ : Brandon Bell AFP, Starbucks และ Chipotle
ออกแบบ : ชัยกานต์ มณีจักร์
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Pandora ทุ่ม 150 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ปักหมุดโรงงานในเวียดนามครั้งแรกนอกประเทศไทย หนุนกำลังผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น 50%
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


