รัฐบาลจีนโจมตี "Li Ka-shing" อย่างหนัก หลังเศรษฐีรายนี้เอ่ยปาก "เข้าข้าง" ผู้ประท้วงฮ่องกง - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • News >
  • รัฐบาลจีนโจมตี “Li Ka-shing” อย่างหนัก หลังเศรษฐีรายนี้เอ่ยปาก “เข้าข้าง” ผู้ประท้วงฮ่องกง

รัฐบาลจีนโจมตี “Li Ka-shing” อย่างหนัก หลังเศรษฐีรายนี้เอ่ยปาก “เข้าข้าง” ผู้ประท้วงฮ่องกง

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

เศรษฐีที่รวยที่สุดของฮ่องกง “Li Ka-shing” แสดงความเสียใจหลังรัฐบาลจีนวิจารณ์แรง กรณี Li แสดงความเห็นที่อาจตีความได้ว่าเป็นการ “เข้าข้าง” ผู้ประท้วงฮ่องกง

Li Ka-shing เศรษฐีฮ่องกงวัย 90 ปี เจ้าของบริษัท CK Hutchison ถูกบันทึกวิดีโอการพูดคุยกับคนกลุ่มหนึ่งในวัดพุทธ Tsz Shan เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ในคลิปวิดีโอ เขาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการประท้วงฮ่องกงว่า ภาครัฐควรจะให้ช่อมะกอก” (สัญลักษณ์ถึงสันติภาพ) แก่เหล่าผู้ประท้วงและปฏิบัติกับกลุ่มคนหนุ่มสาวเหล่านั้นอย่างมีมนุษยธรรม รวมถึงมองว่ากลุ่มผู้ประท้วงคือผู้นำแห่งอนาคตของเรา

หลังคลิปวิดีโอดังกล่าวเผยแพร่ออกไป สื่อที่มีรัฐบาลจีนเป็นเจ้าของต่างโจมตี Li อย่างหนัก รวมถึงผู้บริหารเกาะฮ่องกงอย่าง Carrie Lam ก็กล่าวตอบโต้ Li เมื่อวันอังคารที่ 10 กันยายนว่ากฎหมายเป็นคุณค่าหลักที่ฮ่องกงต้องยึดถือ รัฐบาลจะไม่สนับสนุนหรือให้อภัยการกระทำใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมาย

ด้าน คณะกรรมาธิการฝ่ายกิจการการเมืองและกฎหมายของจีน โจมตี Li ว่าเป็นผู้ซ่องสุมอาชญากร และ Li ไม่ได้ไตร่ตรองถึงสิ่งที่ดีสำหรับฮ่องกงหากให้ความเห็นอกเห็นใจกับผู้ประท้วงซึ่งกำลังทำผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐของจีนหลายรายให้สัมภาษณ์โดยไม่เปิดเผยชื่อกับสำนักข่าว South China Morning Post ว่า คำกล่าวของ Li ถือเป็นการให้กำลังใจกับกลุ่มผู้ประท้วงและโยนความผิดให้รัฐบาลจีน บางรายมองว่า หาก Li ต้องการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประท้วงจริงควรจะพัฒนาที่อยู่อาศัยในราคาเข้าถึงได้ให้กับสังคมแทน

เพื่อตอบโต้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว มูลนิธิการกุศลของ Li Ka-shing ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายนว่า Li แสดงความเสียใจที่ถูกกล่าวหาและตีความคำพูดของเขาผิดไป เขากล่าวถึงใจความสำคัญที่ต้องการสื่อคือความอดทนอดกลั้นไม่ได้หมายถึงการมองข้ามความผิด และไม่ได้หมายถึงการละเลยกฎหมาย

แต่อย่างไรก็ตาม เขายังคงย้ำว่าความรุนแรง ซึ่งรวมถึงความรุนแรงทางวาจาด้วยนั้น ไม่สามารถยอมรับได้ และหวังให้ทุกภาคส่วนสามารถตกลงกันได้และทำให้สถานการณ์ในฮ่องกงสงบลงก่อนที่ทุกกลุ่มจะได้เริ่มต้นพูดคุยกัน

ประท้วง ฮ่องกง
การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2019 นับเป็นการชุมนุมติดต่อกันมานาน 3 เดือนและมีผู้เข้าร่วมชุมนุมสะสมหลายล้านคน สถานการณ์เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นโดยวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ผู้ชุมนุมเริ่มปาระเบิดขวดเข้าใส่สถานีตำรวจ และฟากตำรวจมีการใช้แก๊สน้ำตาและฉีดน้ำใส่ผู้ประท้วง (Photo by Philip FONG / AFP)

Li Ka-shing เป็นหนึ่งในกลุ่มนักธุรกิจและเศรษฐีที่ซื้อสื่อเพื่อลงโฆษณาร้องขอความสงบให้เกิดขึ้นแก่ฮ่องกงเมื่อเดือนก่อน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวสืบเนื่องจากคำขอร้องของฝั่งรัฐบาลจีน แต่คำพูดที่ใช้ในโฆษณาของเขานั้นค่อนข้างคลุมเครือทำให้ Li ถูกมองว่าพยายามแสดงตนเป็นกลางทางการเมืองในประเด็นนี้ จนกระทั่งมีคลิปแสดงความเห็นดังกล่าวออกมา

การประท้วงในฮ่องกงนั้นมีผลกระทบต่อความมั่งคั่งและธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างมาก และหลายบริษัทพบว่าตนเองต้องเผชิญแรงกดดันจากฝั่งรัฐบาลจีนเพื่อให้ช่วยกำกับควบคุมความเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย

ตัวอย่างเช่น Cathay Pacific สายการบินนี้ถูกรัฐบาลจีนแทรกแซงให้ส่งข้อมูลของนักบินและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่เข้าร่วมการประท้วง เพื่อกีดกันไม่ให้พนักงานรายนั้นๆ ปฏิบัติงานบนเที่ยวบินที่บินเข้าออกประเทศจีน จนกระทั่ง Rupert Hogg ซีอีโอของบริษัทในขณะนั้น ตัดสินใจลาออกภายใต้ความกดดันเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2019

 

ที่มา

BACK TO TOP