จากคาแรกเตอร์ที่ Kenny Wong สร้างขึ้นในปี 2006 สู่หนึ่งใน Artist IP สำคัญของ POP MART ที่สร้างรายได้ 2.9 พันล้านหยวน เส้นทาง 20 ปีของ “MOLLY” สะท้อนการเติบโตจากผลงานศิลปะที่กลายเป็นธุรกิจระดับโลกผ่านการตีความในหลากหลายรูปแบบและวัฒนธรรม โดย MOLLY ได้เดินทางมาเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้ถึงกรุงเทพมหานคร ผ่านนิทรรศการครบรอบ 20 ปี ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ศิลปินและช่างฝีมือไทยร่วมตีความคาแรกเตอร์นี้ในมุมใหม่
Kenny Wong ศิลปินและนักออกแบบอาร์ตทอยจาก Hong Kong เริ่มสร้าง MOLLY ขึ้นในปี 2006 หลังพบเด็กหญิงในงานศิลปะการกุศล ซึ่งกำลังถือพู่กันและจดจ่ออยู่กับการวาดภาพ ภาพดังกล่าวกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาสร้างคาแรกเตอร์นี้ขึ้นมา โดยผลงานแรกคือ Molly the Painter ก่อนที่ในปี 2016 Wong จะเริ่มร่วมงานกับ POP MART และเปิดตัว Molly Zodiac ซึ่งเป็นซีรีส์แรกของ MOLLY กับ POP MART
จากคาแรกเตอร์ที่เริ่มต้นจากแรงบันดาลใจในเด็กหญิงคนหนึ่ง MOLLY ค่อยๆ เติบโตเป็นหนึ่งในคาแรกเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ POP MART และเดินทางมาถึงปีที่ 20 ท่ามกลางการพัฒนาผลงานและการตีความในหลากหลายรูปแบบ ขณะที่ Wong ยังคงใช้ MOLLY เป็นพื้นที่ถ่ายทอดความคิดและอารมณ์ของตัวเอง
20 ปีที่ Kenny Wong เติบโตพร้อมกับ MOLLY
Wong กล่าวว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา MOLLY และเขาเติบโตมาด้วยกัน การสร้างสรรค์สำหรับเขาเป็นกระบวนการค้นหาตัวเอง และสามารถถ่ายทอดออกมาได้มากที่สุด เมื่อ MOLLY เติบโตขึ้น เขาเองก็สามารถถ่ายทอดความคิดและอารมณ์ต่างๆ ผ่านคาแรกเตอร์นี้ได้มากขึ้นเช่นกัน
เมื่อย้อนกลับไปในช่วงแรกของการทำ MOLLY โดยเฉพาะคอลเลกชัน Boxing MOLLY เขายอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก เพราะทำงานด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่ได้รับการสนับสนุนมากนัก และยังมีเครือข่ายในอุตสาหกรรมน้อย แต่เขาบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า ตราบใดที่ยังมีโอกาสอีกครั้ง ก็ต้องสู้ต่อไป ขณะเดียวกัน ภรรยาก็ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด “ดังนั้นเพื่อคนที่ผมรัก ผมรู้สึกว่าผมไม่สามารถยอมแพ้ได้ง่ายๆ”
สำหรับ Wong แล้ว MOLLY มีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ ความรู้สึกถึงระยะห่างบางอย่าง ความดื้อรั้นและความบ้าคลั่งในแบบหนึ่ง และอารมณ์ที่ละเอียดอ่อนและอ่อนไหวอย่างมาก ซึ่งล้วนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคาแรกเตอร์นี้ หากองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเปลี่ยนไป ก็จะทำให้ MOLLY ทั้งหมดเปลี่ยนไปด้วย
ขณะเดียวกัน สิ่งที่ Wong ต้องการสร้างขึ้นสำหรับ MOLLY ไม่ใช่คาแรกเตอร์ที่ยึดโยงกับกระแส เขากล่าวว่า “เทรนด์ไม่ใช่สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากนัก” แต่ต้องการสร้างบางสิ่งที่มีความคลาสสิก เพราะเทรนด์เกิดขึ้นและผ่านไป ขณะที่ความคลาสสิกสามารถคงอยู่ได้ ผลงานมากมายบนโลกอาจผ่านช่วงเวลาที่กำลังเป็นที่นิยม ก่อนจะกลายเป็นผลงานคลาสสิกเมื่อเวลาผ่านไป และนั่นคือสิ่งที่เขาหวังไว้สำหรับ MOLLY

Wong มองว่าเหตุผลที่ MOLLY สามารถเชื่อมโยงกับผู้คนได้ เป็นเพราะความรู้สึกหลายอย่างเบื้องหลังคาแรกเตอร์เป็นสิ่งที่คุ้นเคย คนรุ่นใหม่ในปัจจุบันต้องเผชิญกับอารมณ์หลายอย่าง บางครั้งเราพยายามควบคุมความรู้สึกของตัวเอง บางครั้งก็มีบางสิ่งที่เรารู้สึกอย่างมากและต้องการแสดงออก MOLLY จึงสะท้อนความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้ เธออาจดูสงบนิ่งหรือมีระยะห่างเล็กน้อยจากภายนอก แต่ภายในกลับมีอะไรเกิดขึ้นมากมายกว่านั้น
“บางคนอาจมองว่า MOLLY เป็นเพียง art toy แต่สำหรับผม MOLLY มีหลายด้าน เธอสามารถถ่ายทอดอารมณ์และจินตนาการที่แตกต่างกันออกไปได้ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้ผู้คนเข้าใจเกี่ยวกับเธอ” Wong กล่าว
เมื่อถูกถามว่า หากได้พบกับเด็กผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้าง MOLLY อีกครั้ง เขาอยากพูดอะไรกับเธอ Wong ตอบว่า “ผมคิดว่าตอนนี้เราใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่แตกต่างไปจากเดิมมาก สิ่งที่ผมหวังจริงๆ คือเธอยังคงรักษาความรู้สึกถึงความงดงามและจินตนาการของตัวเองเอาไว้ และกำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอย่างแท้จริง”
เมื่อบทสนทนาดำเนินมาถึงช่วงท้าย Wong ถูกถามถึงทิศทางของ MOLLY ต่อจากนี้ เขาตอบว่า เป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์อย่างชัดเจนว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ในฐานะนักออกแบบและศิลปิน สิ่งที่เขาทำได้คือมุ่งความสนใจไปที่ความคิดสร้างสรรค์ดั้งเดิมของคาแรกเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนที่เขาสามารถควบคุมได้
“โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเวลานี้ที่ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ผมคิดว่าการปกป้องสิ่งที่เป็นของแท้กำลังมีความสำคัญมากขึ้น MOLLY จะยังคงสำรวจอารมณ์ของผู้คนในแต่ละเจเนอเรชั่น และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่เธอควรจะยังคงซื่อสัตย์ต่อตัวตนของตัวเองอยู่เสมอ” Wong กล่าว
จากคาแรกเตอร์สู่ธุรกิจพันล้านหยวน
ตลอดระยะเวลา 20 ปี MOLLY เติบโตจากผลงานศิลปะของ Wong สู่คาแรกเตอร์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ด้วยดวงตาสีฟ้า ริมฝีปากอันเป็นเอกลักษณ์ และบุคลิกที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้น ความมั่นใจ ความสงสัย และจินตนาการ
เสน่ห์สำคัญของ MOLLY คือการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมเชื่อมโยงคาแรกเตอร์เข้ากับอารมณ์และประสบการณ์ของตนเอง ทำให้ MOLLY สามารถเดินทางข้ามภาษา ช่วงเวลา และวัฒนธรรม พร้อมเปิดรับการตีความใหม่จากศิลปินและผู้คนทั่วโลก
ข้อมูลจาก POP MART ระบุว่า ในปี 2025 MOLLY สร้างรายได้ 2.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นจาก 2.09 พันล้านหยวนในปี 2024 หรือคิดเป็นการเติบโตประมาณ 38.4% นอกเหนือจากรายได้ MOLLY ยังขยายตัวผ่านคอลเลกชันที่หลากหลาย อาทิ Classic MOLLY, ROYAL MOLLY, SPACE MOLLY และ ANGRY MOLLY ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งใน Artist IP ที่สร้างรายได้สูงสุดของ POP MART ในปีดังกล่าว

การครบรอบ 20 ปี ยังเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ MOLLY โดยนิทรรศการ “The Little Galaxy” จัดแสดงไปแล้วที่ Hong Kong, Shanghai และ Beijing ก่อนขยายไปยังต่างประเทศเพื่อสร้างรูปแบบใหม่ให้แฟนๆ ได้มีส่วนร่วมกับคาแรกเตอร์นอกเหนือจากการมีปฏิสัมพันธ์ผ่านสินค้าเพียงอย่างเดียว
ในภาพรวม POP MART เข้าถึงผู้บริโภคในเกือบ 100 ประเทศและภูมิภาค ในปี 2025 และ ณ เดือนมิถุนายน 2026 มีร้านค้า 676 แห่ง และ Roboshop (ตู้กดสินค้าอัตโนมัติ) 2,827 แห่งทั่วโลก พร้อมสมาชิกที่ลงทะเบียนมากกว่า 100 ล้านคน
ตัวเลขดังกล่าวจึงสะท้อนขนาดของเครือข่ายและฐานผู้บริโภคของ POP MART ในระดับโลก ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มให้ IP ที่มีมาอย่างยาวนาน เช่น MOLLY เดินหน้าสู่กลุ่มแฟนคลับใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อ MOLLY เดินทางมาพบศิลปะไทย
ในโอกาสครบรอบ 20 ปี POP MART Thailand ภายใต้ POP MART INTERNATIONAL ร่วมกับสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “MOLLY 20th Anniversary Exhibition-Bangkok” เฉลิมฉลองเส้นทางการสร้างสรรค์ตลอด 20 ปีของคาแรกเตอร์ MOLLY ภายใต้ธีม “The Little Galaxy-การเดินทางท่ามกลางจักรวาลแห่งกาลเวลา” ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระหว่างวันที่ 24 กันยายน-25 ตุลาคม 2026
MOLLY 20th Anniversary Exhibition-Bangkok จะพาผู้ชมย้อนสำรวจเส้นทางการสร้างสรรค์ตลอด 20 ปีของ MOLLY ผ่านผลงานต้นฉบับของ Wong ทั้งภาพสเก็ตช์ ภาพวาด ฟิกเกอร์ และผลงานสำคัญจากช่วงเวลาต่างๆ รวมถึงช่างฝีมือหลากหลายวัฒนธรรม ซึ่งนำเทคนิคทั้งจิตรกรรม งานปักเสฉวน ศิลปะกระดาษตัด ผ้าย้อมเทียน เครื่องเงิน เซรามิก งานลงรัก และงานฝีมือแขนงต่าง ๆ มาตีความ MOLLY ผ่านมุมมองเฉพาะตัว เพื่อเชื่อมโยง MOLLY เข้ากับศิลปะ การศึกษา ชุมชน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ
Wong กล่าวว่า บุคลิกบางอย่างของ MOLLY ให้ความรู้สึกคุ้นเคยกับผู้คนที่นี่ และดูเหมือนว่าจะมีความเชื่อมโยงอย่างเป็นธรรมชาติระหว่างคาแรกเตอร์ของเธอกับแฟนๆ ชาวไทย ซึ่งอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอได้รับความรักในประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายปี

“สำหรับผม มันน่าสนใจมาก ผมเดินทางมาประเทศไทยมาหลายปีแล้ว และได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ อาหาร และผู้คนที่นี่มาโดยตลอด แต่ผมไม่เคยร่วมงานกับศิลปินไทยมาก่อน ดังนั้นผมจึงรู้สึกว่านี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมและเป็นโอกาสที่ดีมาก” Wong กล่าว
สิ่งที่ Wong ชื่นชอบในการ collaboration คือการได้เห็นศิลปินไทยนำเทคนิคแบบไทยดั้งเดิมมาใช้กับ MOLLY และมอบการตีความคาแรกเตอร์ในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ซึ่งทำให้เขามองเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ สำหรับคาแรกเตอร์นี้
ขณะเดียวกัน Wong มองว่าการจัดนิทรรศการในพื้นที่แห่งนี้เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะการจัดขึ้นในพื้นที่มหาวิทยาลัยและท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ซึ่งสร้างความเชื่อมโยงกับพื้นที่โดยรอบ
“ผมชอบที่พื้นที่เปิดออกและปล่อยให้แสงเข้ามาด้านในด้วย มันสร้างการไหลเวียนอย่างเป็นธรรมชาติระหว่างพื้นที่ภายนอกและภายใน และผมคิดว่าสิ่งนี้ทำงานได้ดีมาก” Wong กล่าว
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการนี้ เริ่มจาก ยูน-ปัณพัท ศิลปินไทยที่นำภาษาภาพและจินตนาการอันเป็นเอกลักษณ์มาตีความ MOLLY ผ่านผลงาน ROYAL MOLLY × PHANNAPAST “Golden Dew” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่องความสงบและสมดุลภายใน ถ่ายทอดผ่านลิงสามตนที่เป็นตัวแทนของวิถีชีวิตแตกต่างกัน ทั้งการมุ่งหน้าไปสู่ความฝัน การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ และการเฝ้ารออย่างสงบ เคียงข้างด้วย “ช้างปลาทอง” สิ่งมีชีวิตในจินตนาการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสัตว์หิมพานต์ และสื่อถึงการค้นพบความกลมกลืนท่ามกลางสิ่งที่แตกต่าง

ขณะที่สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT นำเสนอผลงานเบญจรงค์ “MOLLY and Daisy-มอลลีในสวนเดซี” โดย ทวี พันธ์ศรี ผู้ชนะโครงการ SACIT Craft Station 2026 ผลงานได้รับแรงบันดาลใจจาก “ลายจักรี” ลวดลายที่สะท้อนความงดงามของราชวงศ์จักรี และเชื่อมโยงกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนเชื่อมโยงมายังจุดเริ่มต้นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และใช้ “พระเกี้ยว” เป็นสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยมาจนถึงปัจจุบัน
ศิลปินเลือกใช้สีชมพู ซึ่งเป็นสีประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นพื้นหลัก ก่อนเติมรายละเอียดด้วยใบไม้สีชมพูอ่อนและดอกไม้สีขาว ทำให้ลายจักรีมีความเรียบงามและร่วมสมัย ทุกลวดลายและทุกสีเขียนด้วยมือลงบนเครื่องเคลือบ สะท้อนความประณีตของงานเบญจรงค์ และสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง MOLLY ประวัติศาสตร์ และสถานที่จัดนิทรรศการ

ด้าน เฉลิมเกียรติ สมดุลยาวาทย์ ผู้ชนะโครงการ SACIT Craft Station 2025 และผู้ร่วมก่อตั้ง COTH Studio ถ่ายทอดการเดินทางของ MOLLY ผ่านผลงาน “ร่องรอยของการโบยบิน” โดยใช้นกจำนวน 20 ตัวบนมงกุฎและชุด เป็นตัวแทนของช่วงเวลาตลอด 20 ปี ทั้งการพบเจอ การเปลี่ยนแปลง และประสบการณ์ที่ค่อยๆ สะสมและหล่อหลอมตัวตนของ MOLLY
ผลงานสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการลงรักแบบดั้งเดิม ผสมผสานเปลือกไข่ เปลือกหอยเป๋าฮื้อ ทองคำเปลว และเงินเปลว ผ่านการจัดวางที่เผยให้เห็นพื้นรักในบางส่วน เกิดเป็นจังหวะระหว่างการปรากฏและการเลือนหาย คล้ายกับความทรงจำและกาลเวลาที่เคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นผิวของผลงานเปลี่ยนแปลงไปตามแสงและมุมมอง ชวนให้ผู้ชมสัมผัสรายละเอียดจากหลายด้าน พร้อมมองเห็นการนำวัสดุและเทคนิคดั้งเดิมมาสร้างภาษาทางศิลปะร่วมสมัยที่มีชีวิต

สำหรับผู้สนใจสามารถซื้อ exhibition package ผ่าน Trip.com โดยค้นหาคำว่า MOLLY 20th Anniversary Exhibition Bangkok บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Trip.com พร้อมเลือกวันที่และรอบเวลาที่ต้องการเข้าชม สามารถตรวจสอบ รายละเอียดของ exhibition package และข้อมูลการเข้าชมเพิ่มเติมได้ทาง Trip.com


ภาพ : POP MART
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Vivienne Westwood จัดนิทรรศการครั้งแรกในไทย สำรวจโลกแฟชั่น-เครื่องประดับจากคลังผลงานและรันเวย์ตลอด 4 ทศวรรษ
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


