เปิดแล้ว “Jaeger-LeCoultre” บูติกแห่งใหม่ที่ไอคอนสยาม สัมผัสโลกเรือนเวลาสวิส รวมคอลเลกชันหรูไว้ในที่เดียว

เปิดแล้ว “Jaeger-LeCoultre” บูติกแห่งใหม่ที่ไอคอนสยาม สัมผัสโลกเรือนเวลาสวิส รวมคอลเลกชันหรูไว้ในที่เดียว

“Jaeger-LeCoultre” เปิดบูติกแห่งใหม่ที่ไอคอนสยาม ตอกย้ำการขยายธุรกิจในประเทศไทย พร้อมนำเสนอคอลเลกชันนาฬิกาหรูและพื้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวกว่า 190 ปีของแบรนด์ไว้ในที่เดียว


    ”Jaeger-LeCoultre” (เจเกอร์-เลอคูลทร์) ฉลองเปิดตัวบูติกแห่งใหม่ ณ ไอคอนสยาม อย่างเป็นทางการ อีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเมซงในประเทศไทย และพร้อมส่งมอบประสบการณ์อันลึกซึ้งให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลา

    Jaeger-LeCoultre เป็นผู้ผลิตนาฬิกาหรูจากสวิตเซอร์แลนด์ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 1833 ณ หมู่บ้าน Le Sentier ในหุบเขา Vallée de Joux ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรมนาฬิกาชั้นสูงของประเทศ โดยแบรนด์มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและผลิตกลไกนาฬิกา (Calibres) รวมถึงที่กลไกซับซ้อน (Complications) ภายในโรงงานของตนเอง จนได้รับฉายา “The Watchmaker of Watchmakers” จากการเป็นผู้ผลิตกลไกให้กับผู้ผลิตนาฬิกาชั้นนำหลายราย โดยตลอดระยะเวลากว่า 190 ปี Jaeger-LeCoultre พัฒนาและผลิตกลไกนาฬิกามาแล้วมากกว่า 1,400 คาลิเบอร์ และได้รับสิทธิบัตรมากกว่า 430 ฉบับ

    โอกาสนี้ Jérôme Lambert ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Jaeger-LeCoultre ได้เดินทางมาร่วมงานเปิดบูติกด้วยตนเอง พร้อมด้วย ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน ในฐานะแขกรับเชิญพิเศษ ซึ่งสวมนาฬิการุ่น Reverso Tribute Monoface Small Second ‘Or Deco’ ตัวเรือนไวท์โกลด์ รุ่นลิมิเต็ดที่มีเพียง 200 เรือนทั่วโลก สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียและการเติบโตในประเทศไทย


ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน - Jérôme Lambert


แรงบันดาลใจจากบ้านเกิด

    บูติก Jaeger-LeCoultre ที่ไอคอนสยามได้รับแรงบันดาลใจจากหุบเขา Vallée de Joux โดยการออกแบบภายในมุ่งสร้างบรรยากาศที่พาผู้มาเยือนสัมผัสเรื่องราวของเมือง Le Sentier ซึ่งเป็นบ้านเกิดและที่ตั้งของโรงงานผลิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

    ภายในบูติกได้จัดแสดงคอลเลกชันหลักของ Jaeger-LeCoultre ได้แก่ Reverso, Polaris, Rendez-Vous, Master Ultra Thin, Master Control และ Duometre ซึ่งสะท้อนความเชี่ยวชาญของแบรนด์ทั้งด้านการออกแบบ กลไกที่มีความบางพิเศษ และกลไกที่ซับซ้อน

    นอกจากนี้ยังมี Atmos ซึ่งเป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ถือเป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของแบรนด์ ซึ่งได้รับการยอมรับในด้านวิศวกรรมและการออกแบบ


ถ่ายทอดประวัติศาสตร์แบรนด์

    ภายในบูติกมีพื้นที่ Watchmaker of Watchmakers Wall ซึ่งนำเสนอประวัติศาสตร์และองค์ความรู้ด้านการผลิตนาฬิกาของ Jaeger-LeCoultre ผ่านองค์ประกอบ 4 ส่วน ได้แก่ Interactive Screen, Calibre Wall, Patent Wall และ Manufacture Wall

    โดย Interactive Screen นำเสนอภาพยนตร์สั้นและเนื้อหาดิจิทัลเกี่ยวกับกระบวนการผลิตนาฬิกา ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การตกแต่งชิ้นส่วน ไปจนถึงการประกอบเรือนเวลา พร้อมอธิบายแนวคิดเบื้องหลังกลไกสำคัญของแบรนด์ รวมถึงสิทธิบัตรที่นำไปสู่การพัฒนากลไกซับซ้อน

    ขณะที่ Calibre Wall จัดแสดงตัวอย่างกลไกนาฬิกาที่สะท้อนพัฒนาการของ Jaeger-LeCoultre จากกว่า 1,400 คาลิเบอร์ที่แบรนด์พัฒนามาตั้งแต่ก่อตั้งโรงงาน โดยแบ่งการนำเสนอตามความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ได้แก่ ความเที่ยงตรงของกลไก ระบบตีบอกเวลา กลไกฟังก์ชันพิเศษ และกลไกขนาดเล็กพิเศษ พร้อมพื้นที่สำหรับหมุนเวียนการจัดแสดงในอนาคต

    ส่วน Patent Wall ได้รวบรวมสิทธิบัตรสำคัญของแบรนด์ พร้อมถ่ายทอดพัฒนาการด้านนวัตกรรมผ่าน 4 หัวข้อ ได้แก่ Design, Precision, Celestial และ Sound ซึ่งแสดงให้เห็นแนวทางการพัฒนากลไกนาฬิกาของ Jaeger-LeCoultre ตลอดเกือบสองศตวรรษ


    อีกด้านของพื้นที่คือ Manufacture Wall ซึ่งนำเสนอภาพรวมของ 180 ทักษะที่ใช้ภายในโรงงานแบบครบวงจร ผ่าน 5 ขั้นตอนหลักของการผลิตนาฬิกา ได้แก่ การออกแบบ การผลิต การตกแต่งพื้นผิว การประกอบ และการตกแต่งเชิงศิลป์

    นอกจากนี้ บูติกยังมี Personalisation Wall สำหรับการปรับแต่งนาฬิกาตามความต้องการของลูกค้า และ Strap Bar ที่รวบรวมสายนาฬิกาหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ทดลองจับคู่ตัวเรือนกับวัสดุ สี และรายละเอียดต่างๆ

    ภายในยังมีห้องรับรองสำหรับลูกค้าและนักสะสม เพื่อรองรับการเข้าชมและให้คำปรึกษาในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัว โดยบูติก Jaeger-LeCoultre เปิดให้บริการแล้วที่ ชั้น M ไอคอนสยาม เวลา 10.30-19.00 น.








ภาพ : Jaeger-LeCoultre




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Buy Hold Sell: คำแนะนำจากกูรู นาฬิกาซ่อนเวลา นาฬิกาดำน้ำ นาฬิกาพก รุ่นไหนน่าซื้อ ถือไว้ หรือขายบ้าง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine