SCB Abacus แนะจับมือพาร์ทเนอร์หนุนนวัตกรรมการเงิน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Finance & Investment
  • News >
  • SCB Abacus แนะจับมือพาร์ทเนอร์หนุนนวัตกรรมการเงิน

SCB Abacus แนะจับมือพาร์ทเนอร์หนุนนวัตกรรมการเงิน

ซีอีโอ SCB Abacus ชี้โอกาสความร่วมมือพันธมิตรข้ามอุตสาหกรรมใช้ AI พร้อมผนึกกำลังสถาบันการเงินอื่นรับนักลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อยอดความสำเร็จแอปฯ เงินทันเด้อ อนุมัติสินเชื่อ 15 นาทีช่วยธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงสินเชื่ออย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี อบาคัส จำกัด (SCB Abacus) ให้มุมมองงาน “Nikkei Global Management Forum” ครั้งที่ 22 ในหัวข้อ อนาคตของนวัตกรรมธุรกิจการเงินในยุคหลังวิกฤตโควิด-19 ว่า การระบาดของโควิด-19 ได้ก่อให้เกิดผลกระทบในหลายเรื่อง ซึ่งส่งผลให้บริษัท รวมถึงสถาบันการเงินต่างๆ ทั่วโลกในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อปกติ และผู้ให้บริการสินเชื่อบนระบบดิจิทัลมีความระมัดระวังเป็นอย่างมากเพราะตระหนักดีว่าเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโรคระบาด

อย่างไรก็ตาม เอสซีบี อบาคัส เล็งเห็นโอกาสจากผลกระทบเชิงบวกที่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจมีการปรับตัวในช่วงวิกฤตโดยมีการพึ่งพาช่องทางออนไลน์มากขึ้น ส่งผลให้แพลตฟอร์มบริการสินเชื่อดิจิทัลเต็มรูปแบบของบริษัท เอสซีบี อบาคัส ซึ่งเป็นรายแรกของประเทศไทยโดยใช้ข้อมูลทางเลือกในการพิจารณาสินเชื่อสามารถให้บริการกลุ่มเป้าหมายองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง

รวมไปถึงผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินแบบปกติได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการเปิดตลาดใหม่ที่ผู้เล่นแบบเดิมๆ ไม่สามารถเข้าถึงได้ในไทย ท่ามกลางกระแสท้าทายที่หลายอุตสาหกรรมต้องเผชิญในรอบกว่าทศวรรษนั่นคือการแพร่ระบาดของโควิด -19

“ธุรกิจฟินเทคเติบโตรวดเร็ว และมีเป้าหมายในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีให้สร้างประโยชน์กับเจ้าของข้อมูลเอง โดยเฉพาะเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินให้เร็ว ง่าย และเป็นธรรม หลายคนถูกปฏิเสธเงินกู้จากธนาคาร เพราะเป็นผู้ทำงานอิสระหรือทำธุรกิจส่วนตัว ไม่มีสลิปเงินเดือนหรือหลักฐานที่ธนาคารต้องการ

แต่คนกลุ่มนี้มีรายได้และความสามารถในการจ่ายเงิน บริษัท เอสซีบี อบาคัส จึงได้ริเริ่มพัฒนาแอปพลิเคชัน “เงินทันเด้อ” เพื่อนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาพิจารณาให้สินเชื่อโดยใช้ข้อมูลทางเลือกเป็นเจ้าแรกในประเทศไทย เพื่อให้คนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้”

จากผลสำรวจล่าสุดของ World Economic Forum และ Sea group ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการแก่ผู้บริโภคทางอินเตอร์เน็ตในสิงคโปร์พบว่า เอสเอ็มอีมีแนวโน้มที่จะใช้เงินออมของครอบครัวหรือของตนเองแทนที่จะขอแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินในการฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจจากโควิด-19

ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวกำลังเป็นโอกาสของฟินเทครวมถึงเอสซีบี อบาคัส ที่ใช้เทคโนโลยี AI และกระบวนการพิจารณาให้สินเชื่อในรูปแบบใหม่ที่ต่างจากสิ่งที่ธนาคารพาณิชย์ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน

ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กที่ต้องการสมัครขอสินเชื่อจากธนาคารโดยปกติต้องมีผลการดำเนินงานมาแล้ว 3-4 ปี เพื่อให้ธนาคารทราบถึงกระบวนการจัดการ ตลอดจนแผนธุรกิจสำหรับนำมาวิเคราะห์เครดิต ซึ่งเอสซีบี อบาคัส ได้วิเคราะห์ข้อมูลทางเลือกที่มาจากคู่ค้าด้านการขนส่ง การค้าปลีก อีคอมเมิร์ซ และโทรคมนาคม ตลอดจนข้อมูลทางเลือกอื่นๆ เข้าสู่อัลกอริทึม เพื่อพิจารณาสินเชื่อให้กับลูกค้าได้ภายใน 15 นาที โดยเป็นระยะเวลาที่เร็วที่สุดในวงการสินเชื่อดิจิทัลของประเทศไทย

“เราพบว่าเอสเอ็มอีมองการบริการสินเชื่อที่รวดเร็วและสะดวกเป็นเรื่องสำคัญกว่าดอกเบี้ย เราเองตระหนักว่าตลาดกลุ่มนี้ค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่เทคโนโลยีสามารถเข้าไปมีส่วนช่วย ซึ่งเอสซีบี อบาคัส โชคดีที่ได้เริ่มให้บริการก่อนที่วิกฤตโควิด-19 จะเกิดขึ้น จึงทำให้แอปพลิเคชันเงินทันเด้อ ได้รับผลตอบรับอย่างดีจากลูกค้า”

สุทธาภา กล่าวทิ้งท้ายว่า เทคโนโลยี AI ในธุรกิจการเงินในอนาคตจะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือจากพันธมิตรข้ามอุตสาหกรรม (cross-industry partnership) ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทได้จับมือกับพันธมิตรจากภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เทเลคอม และบริษัทขนส่งเพื่อร่วมกันสร้างบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ ที่ทั่วถึงและเป็นธรรมให้กับลูกค้า และยังสามารถนำเทคโนโลยี credit scoring และ fraud detection ที่ทางบริษัทพัฒนาไปต่อยอดในธุรกิจอื่นๆ ของ partner ได้อีกด้วย

นอกจากนั้น บริษัทยังเปิดโอกาสทำงานร่วมกับสถาบันการเงินอื่นๆ รวมทั้งมองหานักลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investors) ที่มีความพร้อมในเรื่องเครือข่ายและเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจของเอสซีบี อบาคัส ได้ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ สุทธาภา เป็นผู้บริหารจากภาคการเงินของประเทศไทยเพียงหนึ่งเดียวที่ร่วมเป็นวิทยากร โดยมีวิทยากรชื่อดังและผู้บริหารชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับบทบาทและความสำคัญของธุรกิจในโลกที่กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงในวิกฤตโควิด-19 ในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

โดยในงาน Nikkei Global Management Forum ปีนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกภายใต้วิกฤตโควิด-19 ในหลายหัวข้อ เช่น กลยุทธ์ธุรกิจท่ามกลางความผันผวน บทบาทของเทคโนโลยีในธุรกิจต่างๆ รวมถึง การปรับรูปแบบการศึกษาในมหาวิทยาลัยและการบริหารทักษะคนในองค์กร โดยมีมีกลุ่มผู้ฟังได้แก่ผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก ทั้งนี้มีวิทยากรที่มีชื่อเสียงมากมายจากทั้งภาคธุรกิจ องค์กรระหว่างประเทศ สื่อสารมวลชน และมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก

อ่านเพิ่มเติม : Salesforce ปิดดีล Slack ด้าน Steward Butterfield ซีอีโอ Slack รวยขึ้นกว่า 200 ล้าน


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP