ครบ 10 ปี “รู้ใจ” โตต่อ! ไม่ขอหยุดแค่ประกันภัยรถยนต์ ครึ่งปี 69 เบี้ย 1.6 พันล้าน กำไร 212 ล้าน ปั้นพอร์ตดันสัดส่วนประกันสุขภาพ-การเดินทาง

ครบ 10 ปี “รู้ใจ” โตต่อ! ไม่ขอหยุดแค่ประกันภัยรถยนต์ ครึ่งปี 69 เบี้ย 1.6 พันล้าน กำไร 212 ล้าน ปั้นพอร์ตดันสัดส่วนประกันสุขภาพ-การเดินทาง

“รู้ใจ” ประกาศเดินหน้าสู่ทศวรรษที่สอง หลังสร้างการเติบโตต่อเนื่องในตลาดประกันภัยดิจิทัล ครึ่งแรกปี 2569 เบี้ยประกันภัยรับรวมแตะ 1.6 พันล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิ 212 ล้านบาท ไม่ขอขายแค่ประกันรถยนต์ เตรียมดันสัดส่วนผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งประกันสุขภาพ ประกันภัยส่วนบุคคล และการเดินทาง เป็น 20% ของพอร์ตภายในปี 2573


    รู้ใจ เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยเมื่อปี 2559 ในฐานะโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ โดยเน้นการจำหน่ายประกันภัยผ่านช่องทางออนไลน์ ต่อมาในปี 2566 กลุ่มรู้ใจเข้าซื้อกิจการ บริษัท เอฟดับบลิวดีประกันภัย จำกัด (มหาชน) จากโบลท์เทค และรีแบรนด์เป็น บริษัท รู้ใจประกันภัย จำกัด (มหาชน) 

    ส่งผลให้ในปี 2567 บริษัทดำเนินธุรกิจในฐานะผู้ให้บริการประกันภัยดิจิทัลแบบครบวงจรที่มุ่งเน้นตลาดประกันภัยรายย่อย ปัจจุบันบริษัทก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคผ่านมาสคอต “จิงโจ้”


เติบโต 3 เท่าในรอบ 5 ปี พร้อมก้าวสู่ทศวรรษที่สอง

    Nicolas Faquet ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มรู้ใจ กล่าวว่า เมื่อ 10 ปีก่อน บริษัทเริ่มต้นด้วยแนวคิดที่ว่าการประกันภัยควรเป็นเรื่องที่ง่าย โดยปัจจุบันมีลูกค้ามากกว่า 370,000 รายที่ไว้วางใจให้บริษัทดูแลและคุ้มครองยานพาหนะของตน

    การก้าวสู่การเป็นบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตเต็มรูปแบบเปิดโอกาสให้บริษัทพัฒนานวัตกรรมได้มากขึ้น และในช่วงก้าวสู่ทศวรรษที่สองนี้ บริษัทจะยังคงนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ และประสบการณ์ของลูกค้า

    ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยรับรวมของกลุ่มบริษัทเติบโต 3 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จาก 1 พันล้านบาทในปี 2564 เป็น 3.3 พันล้านบาทในปี 2568 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 33% ขณะที่ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เบี้ยประกันภัยรับรวมของกลุ่มอยู่ที่ 1.85 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

    “ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของรู้ใจมาจากการสร้างการรับรู้แบรนด์ผ่านมาสคอต ‘จิงโจ้’ การแบ่งกลุ่มลูกค้า และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย ควบคู่กับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เอาประกันภัย” Faquet กล่าว

    สำหรับผลการดำเนินงานของรู้ใจ ประกันภัย ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวม 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 212 ล้านบาท

    ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 339.4 ล้านบาท ผลกำไรจากการรับประกันภัยสุทธิอยู่ที่ 293.4 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 221.6 ล้านบาท ส่วนอัตราส่วนค่าใช้จ่ายรวมในการรับประกันภัยลดลงจาก 99% ในปี 2568 เหลือ 86% ในช่วงข้อมูลสะสมปี 2569

    โดยความสามารถในการทำกำไรได้รับปัจจัยสนับสนุนจากอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (loss ratio) ที่ต่ำกว่า 65% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ควบคู่กับการบริหารการรับประกันภัยและโมเดลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทยังมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (capital adequacy ratio: CAR) อยู่ที่ 520%


​Nicolas Faquet


มอง EV เป็นโอกาส จับตาภัยพิบัติเป็นความเสี่ยง

    Faquet กล่าวว่า โอกาสสำคัญของธุรกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า คือ ตลาดประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เนื่องจากเบี้ยประกันภัยสูงกว่ารถยนต์ทั่วไปจากต้นทุนการซ่อมที่สูงกว่า โดยมองว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของบริษัท

    ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ เนื่องจากผู้บริโภคยังมองประกันภัยเป็นการป้องกันความเสี่ยงและการสะสมเงิน

    อย่างไรก็ตาม Faquet มองว่า ภัยพิบัติเป็นความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจ โดยระบุว่า สัดส่วนการเคลมประกันภัยจากภัยพิบัติเพิ่มขึ้นจาก 1.15% ต่อปี เป็น 4.4% ในปี 2567 และ 8% ในปี 2568 ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างหาแนวทางรับมือทางธุรกิจ เช่น การกำหนดเบี้ยประกันภัยที่แตกต่างกันตามพื้นที่เสี่ยง เป็นต้น

ตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาด 6% เร่งขยายธุรกิจที่ไม่ใช่ประกันรถยนต์

    สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะต่อไป นิโคลัส เผยว่า รู้ใจตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทยจากปัจจุบัน 2.9% เป็น 6% ภายในปี 2573 พร้อมเพิ่มการเข้าถึงตลาดประกันภัยรถยนต์แบบขายตรง และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า

    ขณะเดียวกัน บริษัทตั้งเป้าให้เบี้ยประกันภัยรับรวมจากธุรกิจในภูมิภาคมีสัดส่วน 10% ภายในปี 2573 ผ่านการขยายโมเดลธุรกิจไปยัง 1-2 ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ รวมถึงขยายการดำเนินงานในอินโดนีเซียและประเทศอื่นๆในภูมิภาค

    ด้านธุรกิจประกันภัยที่ไม่ใช่ประกันรถยนต์ ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์คิดเป็น 97% ของพอร์ตธุรกิจ บริษัทจึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนธุรกิจประกันภัยที่ไม่ใช่ประกันรถยนต์ให้เป็น 20% ของเบี้ยประกันภัยรับรวมภายในปี 2573 โดยมีแผนขยายผลิตภัณฑ์ เช่น ประกันโรคมะเร็ง ประกันภัยส่วนบุคคล และประกันสุขภาพส่วนบุคคล

    ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างพัฒนาระบบเจ้าหน้าที่ประกันภัยที่ออกให้บริการ ณ จุดเกิดเหตุ โดยปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ 53 ราย ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถติดตามตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ผ่านแอปพลิเคชัน และระบบจะใช้อัลกอริทึมจับคู่เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุมากที่สุด

    นอกจากนี้ บริษัทมีแผนลงทุนด้าน AI เพื่อพัฒนาระบบการรับประกันภัย การจัดการเคลม และการบริการลูกค้า ควบคู่กับการขยายผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้าและประกันภัยการเดินทาง




ภาพ : รู้ใจ




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง “ปานเทพย์ นิลสินธพ” ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานลูกค้าและการตลาด

​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine