แม่ทองสุกเปิดตัว “MTS Gold Investment Token” ระดมทุน 2 พันล้าน ชูผลตอบแทน 3% ขยายธุรกิจค้าทองคำแท่ง

แม่ทองสุกเปิดตัว “MTS Gold Investment Token” ระดมทุน 2 พันล้าน ชูผลตอบแทน 3% ขยายธุรกิจค้าทองคำแท่ง

ตลาดค้าทองคำผันผวน กลุ่ม MTS GOLD (แม่ทองสุก) เปิดตัว “MTS Gold Investment Token” โทเคนดิจิทัล เสนอทางเลือกลงทุนทองคำผ่านโมเดลใหม่ หวังระดมทุน 2 พันล้านบาท นำเงินขยายธุรกิจทองคำแท่งหน้าร้าน ชูผลตอบแทน 3% ต่อปี พร้อมผลตอบแทนพิเศษจากส่วนต่างราคาทองคำ ณ วันซื้อและวันขาย เปิดจองซื้อ 24 ก.ค. 69 นี้ ผ่านทางแอป Kubix, Orbix และพันธมิตรผู้ร่วมโครงการ


    เครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ผู้ดำเนินธุรกิจทองคำรายใหญ่ของประเทศ เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่วงการค้าทองคำไทย เพื่อเติมเต็มระบบนิเวศการทำธุรกิจทองคำตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำให้ครบวงจรมากขึ้น จากร้านค้าทองคำตู้แดงเมื่อ 74 ปีก่อน สู่การนำเข้าและส่งออกทองคำแท่ง โรงงานผลิตและสกัดทองคำ เข้าสู่การค้าส่งและซื้อขายออนไลน์เต็มรูปแบบจนมียอดขายถึง 3 ล้านล้านบาทต่อปี

    และวันนี้แม่ทองสุกเปิดมิติใหม่ในการลงทุนค้าทองคำผ่านโทเคนดิจิทัล ซึ่งเป็นการระดมทุน 2 พันล้านบาทผ่าน ICO ในตลาดค้าทองคำรายแรกในไทย

    เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา มีการเปิดตัว “MTS Gold Investment Token” โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำครั้งแรกในเมืองไทย ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) กับ บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) ภายใต้ ออร์บิกซ์ กรุ๊ป บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย

    นายแพทย์กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ผู้ดำเนินธุรกิจทองคำครบวงจรชั้นนำในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจะเปิดให้จองซื้อโทเคนดิจิทัลนี้ในวันที่ 24 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569 ผ่านแอปพลิเคชัน Kubix และ Orbix Trade และบริษัทหลักทรัพย์พันธมิตร

    โดยเสนอขายราคาโทเคนละ 1,000 บาท ต้องซื้อขั้นต่ำ 10 โทเคน หรือ 10,000 บาท รวมมูลค่าการรับซื้อไม่เกิน 2 พันล้านบาท การซื้อขายโทเคนนี้สามารถทำได้ทั้งคนธรรมดาและนิติบุคคล เหมาะกับการลงทุนระยะยาว และไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการเก็งกำไรระยะสั้น



    ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดความต้องการทองคำทั่วโลกในปี 2568 พุ่งขึ้นเป็นกว่า 5,000 ตันเป็นครั้งแรก คิดเป็นมูลค่าความต้องการรวมถึง 555,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 45% จากปีก่อน โดยกองทุนรวมทองคำ (Gold ETFs) มีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า 800 ตัน และธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำสุทธิถึง 863 ตัน เพื่อกระจายความเสี่ยงทุนสำรองและลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (อ้างอิงรายงานสภาทองคำโลก)

    ขณะที่แนวโน้มตลาดทองคำโลกปี 2569 คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ได้แก่

    (1) อุปสงค์เพื่อการลงทุนที่แข็งแกร่ง จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนในตลาดตราสารหนี้และตลาดทุน การลงทุนผ่าน ETFs ทองคำ ทองคำแท่งและเหรียญที่คาดว่าอยู่ในระดับสูง

    (2) การขับเคลื่อนจากธนาคารกลาง คาดว่าการสะสมทองคำยังสูงใกล้เคียงปี 2568 เพื่อบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศและกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาสกุลเงินหลัก

    (3) ซัพพลายทองคำที่มีจำกัดจากข้อจำกัดของเหมืองทองคำและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ตาม นายแพทย์กฤชรัตน์กล่าวว่า ราคาทองคำที่ผ่านมามีความผันผวนในการซื้อขายสูงมาก โดยในช่วงต้นปีราคาเปิดที่ประมาณ 4,330-4,350 เหรียญต่อออนซ์ และพุ่งขึ้นไปสูงสุดที่ 5,500-5,600 เหรียญเนื่องจากภาวะสงครามยังไม่สงบ

    สิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือราคาน้ำมัน หากราคาขยับขึ้นไปอยู่ที่ 90- 100 เหรียญต่อบาร์เรล และยืนราคาระดับนี้นานกว่า 1 เดือน จะส่งผลให้เงินเฟ้อในสหรัฐฯ สูงขึ้น และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ย จึงมีโอกาสที่แนวรับจะหลุดลงไปอยู่ที่ 3,600-3,800 เหรียญต่อออนซ์ได้ อย่างไรก็ตาม ทิศทางแนวโน้มราคาทองคำจะต้องขึ้นกับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในครั้งหน้าด้วย

    สำหรับแนวโน้มราคาทองคำระยะกลางและระยะยาวในตลาดโลกถึงสิ้นปีนี้ยังมีมุมมองบวก โดยสถาบันการเงินระดับโลกหลายแห่งคาดการณ์ว่า ราคาทองคำในช่วงปลายปีนี้น่าจะอยู่ที่ 4,000-4,900 เหรียญต่อออนซ์ และมีมุมมองที่เป็นบวกต่อราคาทองคำที่ราคามีโอกาสจะพุ่งขึ้นไปถึง 6,000-8,000 เหรียญต่อออนซ์ในอนาคตหากสงครามสงบ ราคาน้ำมันนิ่ง และธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ขึ้นดอกเบี้ยหรือเริ่มปรับลดดอกเบี้ย

    ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) กล่าวว่า กลุ่ม MTS GOLD (แม่ทองสุก) เห็นแนวโน้มการเติบโตของตลาดทองคำแท่งและโอกาสขยายฐานลูกค้า จึงนำเสนอ MTS Gold Investment Token ซึ่งเป็นการลงทุนแบบถือครองจนครบกำหนด 3 ปี จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว เพราะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี และผลตอบแทนพิเศษที่จะได้รับเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน หากราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นเมื่อครบกำหนด และในระยะเวลาโครงการ 3 ปี ผู้ลงทุนจะได้รับคืนเงินลงทุนเต็มจำนวน

    เนื่องจาก MTS Gold Investment Token ไม่มีตลาดรอง (secondary market) การลงทุนนี้จึงสามารถเปลี่ยนมือได้ โดยผู้ถือนำหลักฐานไปติดต่อผ่านบริษัท คิวบิกซ์ เพื่อทำการโอนสิทธิความเป็นเจ้าของ


    สำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัลครั้งนี้จำนวน 2 พันล้านบาทนั้น ไม่น้อยกว่า 90% หรือ 1,800 ล้านบาท จะนำไปลงทุนซื้อทองคำแท่ง 96.5% เพื่อเป็นสินค้าคงคลังสำหรับดำเนินธุรกิจค้าทองคำแท่งผ่านสาขาของ “ห้างทองแม่ทองสุก” ที่มีอยู่ 13 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงสาขาใหม่ที่มีแผนจะขยายเพิ่มเป็น 25-30 แห่งในอนาคต และอีกไม่เกิน 10% จะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในดำเนินธุรกิจ

    โดยผู้ถือโทเคนดิจิทัลมีสิทธิได้รับผลตอบแทน 2 ส่วน คือ

    (1) ผลตอบแทนคงที่ในอัตรา 3% ต่อปี เป็นพื้นฐานตลอดอายุโครงการ จ่ายผลตอบแทนปีละ 1 ครั้ง

    (2) โอกาสได้รับผลตอบแทนพิเศษเป็นส่วนต่างจากราคาทองคำตามสัดส่วนทองคำต่อโทเคนที่ถือครอง หากราคาขายทองคำเฉลี่ยเมื่อครบอายุโครงการ 3 ปี สูงกว่าราคาซื้อทองคำถัวเฉลี่ยเพื่อเริ่มโครงการ ซึ่งแหล่งที่มาของเงิน (source of repayment) จะมาจากรายได้และกระแสเงินสดจากดำเนินงานของโครงการ

    “การลงทุนใน MTS Gold Investment Token มีความแตกต่างจากการลงทุนพันธบัตรหรือหุ้นกู้ เนื่องจากมีโอกาสได้รับผลตอบแทนพิเศษที่อ้างอิงจากราคาทองคำ และแตกต่างจากการลงทุนโดยตรงในทองคำเนื่องจากมีสิทธิได้รับผลตอบแทนคงที่ โดยไม่แปรผันตามราคาทองที่ผันผวนเนื่องจากไม่ใช่การลงทุนโดยตรงในทองคำ” ณัฐพงศ์กล่าว

    ดร.กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ ประธาน ออร์บิกซ์ กรุ๊ป และกรรมการ บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดเด่นของ MTS Gold Investment Token คือ การออกแบบโครงสร้างการลงทุนที่นำ “ธุรกิจค้าทองคำแท่ง” ของกลุ่ม MTS Gold (แม่ทองสุก) มาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน สร้างการลงทุนรูปแบบใหม่ที่สามารถผูกกับธุรกิจจริงและโอกาสรับผลตอบแทนที่อ้างอิงราคาสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเองอย่างทองคำ โดยออร์บิกซ์ กรุ๊ป ผู้วางรากฐานระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัลที่ครบวงจรรายแรกในประเทศไทย เป็นผู้ดูแล


    อัศวิณี ศรีสมบูรณานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (Kubix) ภายใต้ออร์บิกซ์ กรุ๊ป ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย เสริมว่า สำหรับการเสนอขาย MTS Gold Investment Token จะมีวงเงินไม่เกิน 2 พันล้านบาท โดยผู้ลงทุนรายย่อยจองซื้อสูงสุดไม่เกินรายละ 300,000 บาท ส่วนผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่ และรายใหญ่พิเศษ ไม่จำกัดวงเงินจองซื้อ

    โครงการนี้มีการออกแบบกลไกเพื่อคุ้มครองนักลงทุนอย่างเข้มงวด โดยผู้ออกโทเคนดิจิทัลต้องคงสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีสภาพคล่อง อาทิ เงินสด สินค้าคงคลัง ฯลฯ ให้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าเงินระดมทุนจากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล หากราคาทองคำผันผวนลดลงจนทำให้สินทรัพย์หมุนเวียนต่ำกว่าเงินระดมทุนที่ได้มา 2 พันล้านบาท บริษัท แม่ทอง โกลด์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของผู้ออกโทเคนดิจิทัล จะต้องให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ออกโทเคนดิจิทัลภายใน 7 วัน นับจากได้รับแจ้ง



    สำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในทุก 1 ล้านบาท จะได้รับทองคำ 96.5% น้ำหนัก 1 กรัม เป็นของสมนาคุณแก่ผู้ลงทุน และการลงทุนนี้ไม่จำกัดสิทธิ์ต่อผู้ลงทุน ตั้งเป้าว่าจะเปิดให้จองซื้อในวันที่ 24 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2569 นี้ ทั้งแอปพลิเคชัน Kubix หรือ Orbix 

    และผ่านช่องทางผู้จัดจำหน่าย บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และติดต่อผ่านช่องทางบริษัทหลักทรัพย์พันธมิตร ดังต่อไปนี้ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด,บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)

    โครงการนี้จะมีการจัดสรรแบบ First Come First Served ผู้ที่จองซื้อและชำระเงินภายในกำหนดก่อนจะได้รับสิทธิในการจัดสรรก่อน ทั้งนี้ผู้ลงทุนที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ทางห้างทองแม่ทองสุกทุกสาขา หรือช่องทางติดต่อของบริษัทที่ร่วมโครงการ



ภาพ: กลุ่ม MTS GOLD (แม่ทองสุก)



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ตลาดสินเชื่อบ้านซบยาว! CIMB THAI รุกรีไฟแนนซ์ หันโฟกัสบ้านมือสอง หลังเติบโตเท่าตัว พร้อมคงพอร์ตสินเชื่อ 1.2 แสนล้าน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine