ทองไทยขึ้นต่อที่ 50,560 บาท! นักวิเคราะห์จับตานโยบายทรัมป์พรุ่งนี้ ระวังแรงเทขายทำกำไร - Forbes Thailand

ทองไทยขึ้นต่อที่ 50,560 บาท! นักวิเคราะห์จับตานโยบายทรัมป์พรุ่งนี้ ระวังแรงเทขายทำกำไร

ช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสาเหตุหลักเพราะความกังวลต่อนโยบายภาษีของทรัมป์ที่มาเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาด ซึ่งยังต้องจับตามองกันต่อ เพราะวันที่ 2 เม.ย. 68 นี้ (เวลาไทยช่วง 03.00 น.) สหรัฐจะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้รอบใหม่ เหล่านักวิเคราะห์ต่างมองว่า อาจต้องระวังการขายทำกำไรเพราะราคาที่สูง


    เริ่มกันที่ เช้าวันนี้ (2 เม.ย.) ช่วง 9.06 น. ข้อมูลจากสมาคมค้าทองคำรายงาน ทองคำแท่งขายออกราคาอยู่ที่ 50,560 บาทต่อบาททองคำ เพิ่มขึ้น 50 บาท จากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ (1 เม.ย.) ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงราคารวม 18 ครั้ง โดยรวมราคาลดลง 7 ครั้ง (รวม 400 บาท) และราคาเพิ่มขึ้นรวม 11 ครั้ง (รวม 950 บาท)

    ขณะที่ด้านนักวิเคราะห์ กลุ่มฮั่วเซ่งเฮงระบุว่า หลังจากราคาทอง Spot ปรับขึ้นทำ All-time high ติดต่อกัน 4 วัน และเป็นครั้งที่ 20 ของปีนี้ แตะ 3,148 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ เริ่มเห็นแรงเทขายทำกำไรออกมาและปิดตลาดลดลง 9.37 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (กองทุน SPDR ขายทอง 2.01 ตัน) ซึ่งถือว่าเป็นการขายทำกำไรหลังจากปรับขึ้นร้อนแรงและให้ผลตอบแทนสูงถึง 20%

    อย่างไรก็ตาม มองว่านักลงทุนบางส่วนยังคงเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ก่อนที่ประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ในวันนี้ เวลา 16.00 น. ตามเวลาสหรัฐ (ตรงกับตี 3 ของวันที่ 3 เม.ย. ตามเวลาไทย)

    ด้านราคาทองคำในประเทศ ประเมินว่ายังได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทที่กลับขึ้นมาอ่อนค่า แต่ยังมีโอกาสที่ราคาจะย่อตัว จึงอาจแบ่งขายทำกำไรก่อน โดยแนะนำใช้กลยุทธ์เชิงรับรอเข้าสะสมจากแนวรับสำคัญที่ 50,000 บาทต่อบาททองคำ โดยมีเป้าทำกำไรที่ 50,700 บาทต่อบาททองคำ และตัดขาดทุนหากหลุดแนวรับที่ 49,700 บาท และ 50,000 บาทต่อบาททองคำ ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 50,700 และ 51,000 บาทต่อบาททองคำ

    ฝั่งนางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคาทองคำปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนทะลุเป้าหมายที่วายแอลจีให้ไว้ที่ 3,000-3,100 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ดังนั้นจึงได้ปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 3,150-3,200 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (ทองคำแท่งไทยที่ 51,000-51,500 บาทต่อบาททองคำ ภายใต้เงินบาท 34 บาทต่อดอลลาร์)

    ทั้งนี้ ในระยะสั้นพบว่าราคาทองคำได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่องจากความกังวลนโยบายภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariff) ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตรียมประกาศในวันนี้ ซึ่งหลายประเทศได้ส่งสัญญาณตอบโต้คืน อาทิ

    - สื่อของรัฐบาลจีน โพสต์ข้อความ "หากสหรัฐฯ ตั้งใจทำลายผลประโยชน์ของจีน จะตอบโต้อย่างเด็ดขาด"

    - คลอเดีย เชนบาม ประธานาธิบดีเม็กซิโก ประกาศ “จะใช้มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้แบบครอบคลุม ในวันที่ 3 เมษายน”

    จากท่าทีหลายประเทศและความกังวลนโยบายภาษี ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเกิดการปรับฐานอย่างมีนัยสำคัญ และนักลงทุนบางส่วนจึงได้นำเงินลงทุนมาพักไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัยโดยเฉพาะทองคำ เช่น SPDR Gold Shares ที่กลับมาเข้าซื้อต่อเนื่องในปี 2568 รวมแล้วมากถึง 59.42 ตัน รวมไปถึงนักลงทุนนำเงินมาพักในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

    แต่ยังย้ำว่าหากราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วจนถึงในวันประกาศแผนภาษีดังกล่าว อาจต้องระมัดระวังการถูกขายทำกำไร หรือการ Sell on fact สลับออกมาด้วย สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนระยะสั้น ควรรอให้ราคาย่อลงที่แนวรับ 3,074-3,055 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แต่หากหลุดบริเวณดังกล่าวแนะนำให้ระมัดระวังการพักฐานลงในระยะกลาง ส่วนทองไทยแนะนำเข้าซื้อได้ที่ 49,400-49,000 บาทต่อบาททองคำ



ภาพ: สมาคมค้าทองคำ, Asli Yaren Peker on Unsplash



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : GCAP GOLD จับตาทรัมป์รีดภาษีรอบใหม่พรุ่งนี้! ลุ้นทองทำ New High ใหม่ที่ 51,200 บาท

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine