BINANCE-GULF ผนึก ม.เกษตรฯ พัฒนาบุคลากร ดันไทยสู่ Digital Asset Hub คาดตลาดอาเซียนแตะ 108.79 ล้านคน ในปี 2026

BINANCE-GULF ผนึก ม.เกษตรฯ พัฒนาบุคลากร ดันไทยสู่ Digital Asset Hub คาดตลาดอาเซียนแตะ 108.79 ล้านคน ในปี 2026

BINANCE TH แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ลงนาม MOU ร่วมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อพัฒนาทักษะบุคลากร รองรับการเติบโตตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและเป็นศูนย์กลาง Digital Asset ของภูมิภาค คาดตลาดอาเซียนแตะ 108.79 ล้านคน ในปี 2026


ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยโตก้าวกระโดด-เปิดโอกาสบุคลากรที่มีทักษะเพิ่มสูงขึ้น

    ข้อมูลจาก ก.ล.ต. สรุปภาวะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลรายเดือน เดือนพฤศจิกายน 2568 ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยมีมูลค่าประมาณ 8.58 หมื่นล้านบาท มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 2.88 พันล้านบาท และมีจำนวนบัญชี Active 2.08 แสนบัญชี สะท้อนแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และความมั่นใจของนักลงทุน ที่ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างมาก

    การเติบโตนี้สอดคล้องกับรายงาน Future of Jobs จาก World Economic Forum ที่ระบุว่า แรงงานกว่า 50% ต้องปรับทักษะใหม่ให้ทันกับแนวโน้มอาชีพ โดยชี้ให้เห็นว่าทักษะด้าน AI และ Big Data ทักษะการคิดเชิงวิเคราะห์และสร้างสรรค์ ทักษะด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยทางไซเบอร์ 

    รวมถึงทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการปรับตัว จะเป็นที่ต้องการอย่างมากในช่วงปี 2025-2030 เช่นเดียวกับประเทศไทยที่กำลังต้องการแรงงานดิจิทัลจำนวนมาก ครอบคลุมตั้งแต่วิศวกรซอฟต์แวร์ นักวิเคราะห์ข้อมูล นักพัฒนาเอไอ ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและความปลอดภัยไซเบอร์



    สารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "กัลฟ์ให้ความสำคัญกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเทคโนโลยีบล็อกเชนจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับยุทธศาสตร์ระยะยาวเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม และการที่จะขับเคลื่อนสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นจริง สิ่งสำคัญคือเราต้องมีบุคลากรที่พร้อม

    “เป้าหมายของเราคือการยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีบล็อกเชนชั้นนำในภูมิภาค โดยการร่วมมือนี้จะช่วยสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ BINANCE TH ยังเป็นการสร้างระบบนิเวศครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร การสร้างนวัตกรรม ไปจนถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในเชิงพาณิชย์ การร่วมมือนี้จึงไม่ใช่แค่การลงทุนในการศึกษา แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของประเทศไทย" สารัชถ์ กล่าว

    นิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด (BINANCE TH) กล่าวว่า “ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศที่พัฒนาบนเทคโนโลยีระดับโลก เราเห็นความต้องการบุคลากรที่มีความรู้เชิงลึกทั้งด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและการประยุกต์ใช้จริงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    “โดยเฉพาะในยุคที่ตลาดกำลังขยายตัวประกอบกับการปรับเปลี่ยนของกฎระเบียบภายในประเทศ การลงนาม MOU กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างหลักสูตรที่ผสานทฤษฎีกับประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาบุคลากรที่พร้อมสำหรับอนาคตของอุตสาหกรรม ซึ่งจะเน้นเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีบล็อกเชน สินทรัพย์ดิจิทัล การเงินดิจิทัล และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหรือการกำกับดูแล เพื่อให้นักศึกษาไทยมีความรู้ทัดเทียมในระดับสากล เราเชื่อว่าการร่วมมือนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานบุคลากรในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย" นิรันดร์ เผย

    “ในขณะเดียวกันทีม BINANCE TH Academy ของเรา ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลแก่สถาบันการศึกษาและหน่วยงานต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในครั้งนี้ จะช่วยขยายการเข้าถึงการศึกษาด้านสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบที่เป็นทางการมากขึ้น และสร้างมาตรฐานการศึกษาที่ได้รับการยอมรับในระบบการศึกษาไทย ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรไทยให้พร้อมสำหรับอนาคตของเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน" นิรันดร์ กล่าวเสริม

    ดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า "มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าที่จะเปลี่ยนแปลงโลกในอนาคต ในฐานะสถาบันการศึกษาที่มีประสบการณ์ยาวนานในการผลิตบุคลากรคุณภาพให้กับประเทศ

    “เราพร้อมร่วมมือกับพันธมิตรจากภาคเอกชน เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัล โดยผสานความเชี่ยวชาญทางวิชาการกับประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการ นำเนื้อหาสาระเกี่ยวกับ Blockchain, Cryptocurrency, NFT และ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ทุกคนต้องเตรียมตัวและพัฒนาทักษะให้พร้อมสำหรับการก้าวเข้าสู่ Web3” ดำรงค์ ย้ำ

    ดำรงค์ กล่าวต่อว่า "เราตั้งเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและบล็อกเชนไม่น้อยกว่า 1,000 คนต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการบริหารมหาวิทยาลัยที่มุ่งเน้นการเป็น 'Smart University' และการปรับตัวสู่ยุค Thailand 4.0 รวมถึงการสนับสนุนแผนพัฒนาบุคลากรดิจิทัลระดับชาติ 

    "การร่วมมือกับ GULF และ BINANCE TH จะช่วยให้นักศึกษาของเราได้รับความรู้ที่ทันสมัยและประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ไม่เพียงแต่ในด้านทฤษฎี แต่ยังรวมถึงการประยุกต์ใช้จริงในธุรกิจและการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ พร้อมเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก และช่วยให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีบล็อกเชนในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างยั่งยืน" ดำรงค์ กล่าวเสริม

    อย่างไรก็ตาม ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือนี้ ทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรที่ครอบคลุมเนื้อหาหลักดังนี้

    • เทคโนโลยีบล็อกเชนและการประยุกต์ใช้ - ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในการพัฒนาโซลูชันบล็อกเชน

    • การเงินดิจิทัลและสินทรัพย์ดิจิทัล - เรียนรู้การลงทุน การซื้อขาย และการจัดการพอร์ตโฟลิโอ

    • กฎหมายและการปฏิบัติตามกฎระเบียบ - ศึกษากฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย

    • ความปลอดภัยไซเบอร์ - การรักษาความปลอดภัยในระบบสินทรัพย์ดิจิทัล

    • การพัฒนานวัตกรรม - นวัตกรรมทางการเงินดิจิทัล (FinTech Innovation)

    นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การฝึกอบรม Workshop การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และโครงการฝึกงานในองค์กรต่างๆ ปูทางเพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพที่หลากหลายในตลาด Web3

    Changpeng Zhao (CZ) อดีต CEO ของ Binance กล่าวว่า "เราเชื่อว่าการศึกษาเป็นรากฐานของนวัตกรรมและการเข้าถึงทางการเงิน ความร่วมมือของเรากับ GULF และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เพื่อให้ความรู้แก่นักศึกษา 1,000 คนเกี่ยวกับบล็อกเชนและคริปโตถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพให้กับคนรุ่นต่อไปของประเทศไทยด้วยความรู้และทักษะที่จำเป็นในการเติบโตในเศรษฐกิจดิจิทัล

    “ประเทศไทยมีระบบนิเวศบล็อกเชนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และการเสริมสร้างความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับเทคโนโลยีคริปโตให้กับเยาวชนจะช่วยขับเคลื่อนการยอมรับอย่างรับผิดชอบ การเป็นผู้ประกอบการ และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ความคิดริเริ่มนี้ไม่เพียงแต่สนับสนุนกลุ่มผู้มีความสามารถในท้องถิ่นเท่านั้น 

    "แต่ยังเสริมสร้างอุตสาหกรรมคริปโตระดับโลกด้วยการส่งเสริมชุมชนผู้นำ นักพัฒนา และนักประดิษฐ์ในอนาคตที่มีข้อมูลครบถ้วน เรารู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมมือในความพยายามเชิงกลยุทธ์นี้และยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้การศึกษาเกี่ยวกับบล็อกเชนเข้าถึงได้สำหรับทุกคน เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของ Web3" Changpeng Zhao กล่าว

    ทั้งนี้ ความร่วมมือครั้งนี้มีระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่การลงนาม โดยทั้งสามองค์กรจะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของนักศึกษาและบุคลากรให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัล สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง Digital Asset Hub แห่งอาเซียน และจำนวนผู้ใช้งานในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในอาเซียนคาดว่าจะแตะ 108.79 ล้านคนภายในปี 2026



ภาพ BINANCE TH



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : จระเข้ ประกาศแต่งตั้ง ‘จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์’ ขึ้นแท่น CEO คนใหม่ นำทัพรุกธุรกิจกลุ่มเคมีก่อสร้าง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine