ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เตรียมก้าวสู่ปีที่ 80 เร่งเครื่อง Transformation องค์กรปรับฐานให้พร้อมรับความท้าทายทุกด้าน ปี 68 ตั้งเป้าหมายสินเชื่อโต 2-4% หลังจากปี 67 หดตัวไปถึง 6% ยอมรับว่าปีนี้สินเชื่อ SME สินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อบ้านจะทรงตัว และมองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังท้าทาย และต้องติดตามผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ BAY กล่าวว่า เศรษฐกิจปีนี้ยังคงมีความท้าทาย แม้ว่าเศรษฐกิจโลกอาจโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ยังมีความไม่แน่นอนและความเสี่ยงในหลายด้าน เช่น นโยบายการค้า การเงิน เงินเฟ้อ ที่อาจจะกระทบการเติบโต โดยเศรษฐกิจไทยปี 2568 กรุงศรี คาดว่า GDP จะอยู่ที่ 2.7% จากแรงหนุนการใช้จ่ายภาครัฐ และ เอกชนลงทุนที่จะเติบโตในระดับกลาง และท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวขึ้น แต่มีปัญหาเชิงโครงสร้าง
ทั้งนี้ ในปี 2568 ตั้งเป้าหมายธุรกิจในไทยว่าสินเชื่อจะต้องขยายตัว 2-4% จากปีก่อน (ปี 67 ติดลบ 6%) โดยมองว่าแรงหนุนหลักจะมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่คาดว่าจะเติบโต 5-7% ส่วนหนึ่งเพราะมีแรงฟื้นตัวจากปี 67 ที่ชะลอตัวมา แต่สินเชื่อ SME ปี 68 นี้จะยังทรงตัว จากความเปราะบางที่ยังคงอยู่ ขณะที่สินเชื่อรายย่อยคาดว่าจะทรงตัวเช่นกัน จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อที่ปีก่อนหดตัวค่อนข้างมาก ดังนั้นปี 68 ต้องเติบโตสูงจึงจะกลับมาทรงตัวได้เช่นกัน นอกจากนี้สินเชื่อบ้านยังทรงตัวเช่นกัน มีเพียงสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลที่คาดว่าจะเติบโต 5-7%
อย่างไรก็ตาม สินเชื่ออาเซียน แม้ว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของหลายประเทศจะสูงขึ้น แต่เมื่อธนาคารเพิ่งเข้าซื้อกิจการ จึงต้องดำเนินธุรกิจในการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 3-5%
ในส่วนของหนี้เสีย ธนาคารคาดว่าอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL ratio ปี 2568 นี้คาดว่าอาจเพิ่มขึ้นมาที่ 3.25-3.50% มาจากความเสี่ยงของกลุ่ม SME ขนาดเล็ก และ SME ขนาดกลางในกลุ่มธุรกิจการค้า และอสังหาริมทรัพย์ ส่วนสินเชื่ออาเซียนยังได้รับผลกระทบจากธุรกิจในกัมพูชา
นอกจากนี้ ปี 2568 ยังตั้งเป้าหมายของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 3.8-4.1% ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (cost-to-income ratio) จะอยู่ในระดับ Mid-40s%.
ในปี 2568 ถือเป็นปีที่ 80 ของกรุงศรี โดยปีนี้จะเร่งเครื่องสร้างการเติบโตอย่างสมดุลผ่านการทำ Corporate Transformation เพื่อสร้างรากฐานขององค์กรฝ่าความท้าทายและปัจจัยความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลก ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญคือ
1) ONE Krungsri ในองค์กรต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียว
2) การขยายเครือข่ายในอาเซียน ทั้งธุรกรรม บริการ และโซลูชันการเงินดิจิทัลที่ตอบโจทย์ลูกค้า
3) ความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน โดยปรับเพิ่มเป้าหมายสินเชื่อโครงการธุรกิจเพื่อสังคมและความยั่งยืนในปี 2573 ขึ้นสู่ 250,000 ล้านบาท (จากเดิมที่ 150,000 ล้านบาทและปัจจุบันสิ้นปี 67 อยู่ที่ 95,000 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม ยังคงลงทุนในภาคส่วนสำคัญ เช่น เทคโนโลยีทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การวิเคราะห์ข้อมูล (Data analytics) และด้าน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน รวมถึงการลงทุนในด้านบุคคลากรอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาเหลือ 2% ต่อปี ปัจจุบันทางธนาคารฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาการลดอัตราดอกเบี้ยฯ แต่ยังระบุไม่ได้ว่าจะปรับลดลงทั้ง 2 ฝั่ง (ดอกเบี้ยสินเชื่อ และดอกเบี้ยเงินฝาก) หรือไม่ และยังไม่ได้ระบุว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยฯ ในกลุ่มลูกค้าไหนและช่วงเวลาใด
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อกนง. มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทางกรุงศรีจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยฯ ตามเสมอ ซึ่งหากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยฯ ลงคาดว่าลูกค้ารายย่อยกลุ่มที่ได้ประโยชน์มักจะเป็นกลุ่มที่มีสินเชื่อบ้านแบบ floating rate (อัตราดอกเบี้ยลอยตัว)
ภาพ: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : กรุงศรี เผย ปี 67 กำไร 2.9 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 3,200 ล้าน ผลจากการป้องกันความเสี่ยงและภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine