AWC ไตรมาส 1 ปี 69 "ทุบสถิติใหม่สูงสุด" กวาดรายได้ 6,776 ล้าน ผลจากธุรกิจโรงแรมโต 12% ธุรกิจคอมเมอร์เชียลโต 10.3%

AWC ไตรมาส 1 ปี 69 "ทุบสถิติใหม่สูงสุด" กวาดรายได้ 6,776 ล้าน ผลจากธุรกิจโรงแรมโต 12% ธุรกิจคอมเมอร์เชียลโต 10.3%

AWC "ทุบสถิติใหม่สูงสุด" ไตรมาส 1 ปี 69 หลังกวาดรายได้ไป 6,776 ล้านบาท โตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.5% มีกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท โดยเป็นผลจากธุรกิจโรงแรมโตเพิ่ม 12% อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยคึกคักโดยเฉพาะโรงแรมที่จังหวัดเชียงใหม่โตพุ่ง 26% นอกจากนี้ ธุรกิจคอมเมอร์เชียลยังโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 10.3% โดยเป็นผลจากการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เน้นไลฟ์สไตล์และประสบการณ์แปลกใหม่ในโครงการเอเชียทีคฯ หนุนรายได้ค่าเช่าโต 15% (YoY) และกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) โต 21%


    วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ที่สะท้อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยบริษัทมีรายได้รวม 6,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% (YoY) และมีกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% (YoY) ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) อยู่ที่ 3,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.3% (YoY) โดยทั้ง 3 รายการทำระดับสูงสุดใหม่ของบริษัท จากการเติบโตของพอร์ตธุรกิจเดิม การทยอยรับรู้รายได้จากทรัพย์สินใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกกลุ่มธุรกิจ

    ทั้งนี้ AWC ยังคงรักษาโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีพอร์ตทรัพย์สินคุณภาพมูลค่า 221,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% (YoY) และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) อยู่ที่ 0.87 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม สะท้อนความพร้อมในการรองรับการเติบโตระยะยาวอย่างมีวินัยทางการเงิน พร้อมกันนี้ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรา 0.080 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6.7% (YoY)



    กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ มีรายได้รวม 4,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.0% (YoY) มีกำไรจากการดำเนินงาน (BU EBITDA) 1,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% (YoY) จากการเติบโตของพอร์ตโรงแรมในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ ควบคู่กับการต่อยอดประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมศักยภาพการสร้างรายได้ 

    การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงแรมเดิม โดยเฉพาะ กลุ่มโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ มี RevPAR เติบโต 26% (YoY) จากการฟื้นตัวของดีมานด์นักท่องเที่ยวคุณภาพสูง เช่นเดียวกับกลุ่มรีสอร์ตลักชัวรีในจังหวัดกระบี่และเกาะสมุยที่ยังคงรักษาระดับการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง 

    ด้าน โรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย สามารถสร้าง ADR สูงสุดถึง 33,000 บาทต่อคืนในเดือนมกราคม 2569 ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของโรงแรมเดิม (Same-store RevPAR) ของบริษัทเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดที่ 5,230 บาทต่อคืน สะท้อนศักยภาพของพอร์ตโรงแรมเดิมในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง


    ธุรกิจคอมเมอร์เชียลโต มีรายได้รวม 2,632 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% (YoY) และมีกำไรจากการดำเนินงาน (BU EBITDA) 2,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.9% (YoY) โดยหากไม่รวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน รายได้เติบโต 16.3% (YoY) สู่ 1,175 ล้านบาท และ BU EBITDA เติบโต 15.0% (YoY) สู่ 781 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตที่แท้จริงของทั้งกลุ่มศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน

    ทั้งนี้ หนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญคือ โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ซึ่งยังคงขยายตัวจากการพัฒนาโมเดลประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยว มีรายได้ค่าเช่าเติบโต 15% (YoY) และกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) เติบโต 21% (YoY) จากอัตราการเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น 4% (YoY) สู่ระดับ 81% ค่าเช่าเฉลี่ยที่สูงขึ้น 5% (YoY) และทราฟฟิกผู้ใช้บริการเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 16% (YoY) จากความสำเร็จของโครงการ Jurassic World: The Experience และ SkyFlyers: Wings of Garudapterus ที่ช่วยดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ



    กลุ่มศูนย์การค้าโดยรวม BU EBITDA เติบโต 35% (YoY) และอัตราการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 4% (YoY) จาก 73% เป็น 77% พร้อมทราฟฟิกผู้ใช้บริการที่เติบโต 6% (YoY) ขณะที่ กลุ่มอาคารสำนักงาน ยังคงรักษาเสถียรภาพของกระแสเงินสด โดยมี BU EBITDA เติบโต 2% (YoY) จากการพัฒนาอาคารภายใต้แนวคิด Lifestyle Workplace นำโดยโครงการดิ เอ็มไพร์ ภายใต้แนวคิด "The Empire Reimagined" ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญที่ช่วยเสริมศักยภาพของพอร์ตสำนักงาน รวมถึงการรับรู้รายได้จากอาคารสำนักงานใหม่ จูบิลี เพรสทีจ ทาวเวอร์ บนทำเลศักยภาพย่านรัชดา ที่ช่วยรองรับการเติบโตของพอร์ตในระยะยาว


    พร้อมกันนี้ AWC ยังเปิดตัว “Better World Better Future” แลนด์มาร์กใหม่ด้าน Edutainment ณ Hatch Dome เพื่อส่งเสริมเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น สู่จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวและประสบการณ์ระดับโลก 

    อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 บริษัทเตรียมขยายพอร์ตโฟลิโอผ่านโครงการสำคัญในทำเลศักยภาพ อาทิ โรงแรมแฟร์มอนท์ แบงคอก สุขุมวิท และโครงการลานนาทีค กาแล เฟส 1 จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตของพอร์ตธุรกิจ นอกจากนี้ บริษัทจะพัฒนาโซนกิจกรรม รีเทล และ Entertainment รอบพื้นที่ก่อน รวมถึงเตรียมนำโดมจากงาน World Expo Osaka มาใช้สร้างพื้นที่กิจกรรมและคอนเสิร์ตริมแม่น้ำ เพื่อเพิ่มทราฟฟิกดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น 

    สำหรับโครงการตึกสูงริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้บริหารของ AWC ยังบอกด้วยว่า คงชะลอการลงทุนเออกไปก่อนเพื่อดูความพร้อมของตลาดและภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งในส่วนของสถานการณ์เศรษฐกิจครึ่งปีหลังจากนี้ คงจะต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แม้ว่ารายได้รวมของไตรมาสแรกปีนี้จะสร้างสถิติใหม่สูงสุดเกินจากที่คาดไว้ก็ตาม


ภาพ : AWC




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : KKP Dime โกยรายได้ 802 ล้าน! พลิกทำกำไรเป็นปีแรก ลุยสร้างฐานผู้ใช้ 8 ล้านรายใน 3 ปี เตรียมเปิดตัวบัตรเดบิต “ไดม์เนิน”

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine