"บูทิค คอร์ปอเรชั่น" โชว์แกร่งธุรกิจ โรดโชว์นักลงทุนเตรียมเสนอขายไอพีโอ - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Finance & Investment
  • News
  • Property >
  • “บูทิค คอร์ปอเรชั่น” โชว์แกร่งธุรกิจ โรดโชว์นักลงทุนเตรียมเสนอขายไอพีโอ

“บูทิค คอร์ปอเรชั่น” โชว์แกร่งธุรกิจ โรดโชว์นักลงทุนเตรียมเสนอขายไอพีโอ

กนกวรรณ มากเมฆ

บูทิค คอร์ปอเรชั่น จัดงานโรดโชว์พบนักลงทุนกรุงเทพฯ อวดผลงานธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบ BOS ก่อนเสนอขายไอพีโอ 167 ล้านหุ้นกลาง พ.ย.นี้

ปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รูปแบบสร้าง-ดำเนินงาน-ขาย (Build-Operate-Sell: BOS) อสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม เซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ ศูนย์การค้า และสำนักงานให้เช่า รวมทั้งให้บริการจัดการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงานสรุปข้อมูลการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่นักลงทุนและประชาชนทั่วไป (โรดโชว์) เพื่อแนะนำธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่น ก่อนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (ไอพีโอ) จำนวนไม่เกิน 167 ล้านหุ้น ตามแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปลายปี 2562

“เราเริ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กลุ่มโรงแรมในปี 2004 จากนั้นเราเห็นการเติบโตของสายการบินโลว์คอสต์ ทำให้มองว่าเทรนด์โรงแรมจะเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว เราจึงเริ่มพัฒนาโรงแรมมากขึ้นและขยายมาเป็นอสังหาริมทรัพย์รูปแบบอื่นๆ โดยใช้ในโมเดลธุรกิจแบบ BOS ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ลงทุนในโครงการนั้นๆ ได้รับผลตอบแทนสูงสุด”

ปรับชะรันซิงห์ ระบุว่า กลยุทธ์ของโมเดล BOS เริ่มตั้งแต่การเลือกว่าที่ดินแต่ละแห่งจะพัฒนาไปเป็นอสังหาริมทรัพย์รูปแบบไหน จากนั้นก็หาผู้ร่วมทุนเข้ามา โดย บูทิค คอร์ปอเรชั่น ลงทุนร่วมไม่น้อยกว่า 26% จากนั้นจะพัฒนาอสังหาฯ เมื่อเสร็จแล้วก็อาจบริหารเองหรือหาเชนโรงแรมเข้ามาบริหารต่อ โดยวางเป้าหมายอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ไม่ต่ำกว่า 15%

โดยโครงการที่กลุ่มบริษัทฯ ก่อสร้าง ดำเนินงาน และจำหน่ายออกไปแล้ว มีจำนวน 6 โครงการ ได้แก่

  • โอ๊ควู้ด อพาร์ทเม้นท์ ทริลเลี่ยนท์ สุขุมวิท 18 ติดบีทีเอสอโศก
  • โอโซ่ พัทยา โฮเทล
  • ศูนย์การค้าเรนฮิลล์ สุขุมวิท 47 บีทีเอสทองหล่อ
  • ไฮแอท เพลส ภูเก็ต ป่าตอง
  • ศูนย์การค้าซัมเมอร์ ฮิลล์ บีทีเอสพระโขนง
  • ซัมเมอร์ ฮับ ออฟฟิศ บีทีเอสพระโขนง

รวมทั้ง 6 โครงการมูลค่า 3,525 ล้านบาท และได้กำไรจากการขายโครงการรวมมูลค่าประมาณ 1,626 ล้านบาท

ศูนย์การค้าซัมเมอร์ ฮิลล์ ติดบีทีเอสพระโขนง หนึ่งในโครงการที่บูทิค คอร์ปอเรชั่นเพิ่งขายได้ในปีนี้ (ภาพจากเฟซบุ๊ก Summer Hill – BTS Phra Khanong)

ขณะที่โครงการที่ก่อสร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการ บูทิค คอร์ปอเรชั่น มีอยู่ 9 โครงการ (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562) แบ่งเป็น โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการพร้อมขาย (BOS) 5 โครงการ ได้แก่

  • โอ๊ควู้ด เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท 24
  • โอ๊ควู้ด โฮเทล เจอร์นีย์ฮับ พัทยา
  • โอ๊ควู้ด โฮเทล เจอร์นีย์ฮับ ภูเก็ต
  • โนโวเทล เชียงใหม่ นิมมาน เจอร์นีย์ฮับ
  • วิลลา ป่าตอง 1 ภูเก็ต

และโครงการที่บริษัทมีนโยบายเป็นผู้ดำเนินงานและบริหารจัดการเอง (Non-BOS) 4 โครงการภายใต้แบรนด์ซิทาดีนส์ (Citadines) โรงแรมระดับ 3 ดาวย่านสุขุมวิท ซึ่งเป็นส่วนที่บริษัทต้องการเก็บไว้เพื่อให้มีรายได้ประจำเข้าบริษัท โดยทั้ง 4 แห่งมีอัตราการเข้าพัก 80% ขึ้นไป

นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาก่อสร้าง 8 โครงการ ได้แก่

  • วิลลา 2 ป่าตอง ภูเก็ต (คาดว่าจะเปิดให้บริการในไตรมาส 3/2563)
  • สุขุมวิท 16 โฮเทล บีทีเอสอโศก
  • ศูนย์การค้าและสำนักงานให้เช่าซัมเมอร์ พ้อยท์ บีทีเอสพระโขนง
  • กมลา 1 โฮเทล ภูเก็ต
  • สุขุมวิท 36 โฮเทล
  • เชียงใหม่ นิมมาน 2
  • กมลา 2 โฮเทล ภูเก็ต
  • เชียงใหม่ นิมมาน 3

โดยจะทยอยแล้วเสร็จแล้วเปิดดำเนินการครบทั้งหมดได้ภายในไตรมาส 4/2564

“แต่ละโครงการของเราตั้งอยู่บนทำเลใจกลางเมืองอย่างสุขุมวิท ขณะที่ในต่างจังหวัดเราก็เลือกพัฒนาในหัวเมืองที่โดดเด่นและมีศักยภาพในการท่องเที่ยว นอกจากนี้ แต่ละโครงการยังมีขนาดเล็ก มูลค่าไม่สูงมากนัก (ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท) อีกทั้งยังความเสี่ยงต่ำเนื่องจากเราบริหารให้จนมีรายได้เข้ามาอยู่แล้ว ทำให้โครงการเรามีคนสนใจซื้อค่อนข้างเยอะ การขายโครงการออกไปจึงไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่นัก”

ปรับชะรันซิงห์ กล่าวอีกว่า โครงการส่วนใหญ่ของบูทิค คอร์ปอเรชั่น ยังได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ทำให้บริษัทสามารถขายโครงการให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้

“ถึงแม้จะเป็นบริษัทขนาดเล็ก แต่ทีมงานและผู้บริหารของเราต่างมีประสบการณ์ และสามารถสร้างและพัฒนาอสังหาฯ ให้มีมูลค่าสูงขึ้นได้ ทั้งยังปิดความเสี่ยงให้ผู้ซื้อด้วยการ operate ให้ก่อน มีการเจรจาการขายให้ได้มูลค่าที่ดี และมีแบรนด์ของตัวเองที่ทำให้มีรายได้ประจำเข้ามา ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคง”

ผลการดำเนินงานของบูทิค คอร์ปอเรชั่น

สำหรับรายได้ของบริษัทนอกจากการขายโครงการแล้ว ยังมีรายได้มาจากโครงการที่ดำเนินงานอยู่เอง และค่าธรรมเนียมจากโมเดล BOS ด้วย โดยผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทมีรายได้รวม 675.9 ล้านบาท เติบโต 56.7% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 431.3 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการขายโครงการซัมเมอร์ ฮิลล์ และซัมเมอร์ ฮับ ออฟฟิศ ซึ่งทำให้ในงวดนี้บริษัทมีกำไรสุทธิ 348.5 ล้านบาท เติบโตขึ้น 122.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 156.7 ล้านบาท

“อย่างไรก็ตาม จากลักษณะการรับรู้รายได้และผลกำไรของบริษัทที่จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อมีการขายโครงการออกไป ดังนั้น เมื่อบริษัทมีสต็อกโครงการพร้อมขายในมือมากขึ้น และสามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่ดี ก็จะช่วยให้การรับรู้รายได้และกำไรของบริษัทสม่ำเสมอ โดยเราตั้งเป้ามีโครงการขายทุกปี ซึ่งผลดีเหล่านี้ก็จะสะท้อนกลับไปให้ผู้ถือหุ้นด้วย”

ปรับชะรันซิงห์ กล่าวอีกว่า การระดมทุนครั้งนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปชำระหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินที่มีอยู่ราว 2,300 ล้านบาท และที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ

 

คาดเปิดขายไอพีโอกลาง พ.ย.นี้

เล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ที่ปรึกษาทางการเงินของบูทิค คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า หลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ของ BC เรียบร้อยแล้ว ทำให้ก่อนหน้านี้บริษัทได้จัดโรดโชว์พบนักลงทุนสถาบัน MSC และแอสเซท พลัส จากนั้นก็เดินหน้าโรดโชว์แก่ประชาชนทั่วไปในวันนี้ และหลังจากนี้คาดว่าจะมีการโรดโชว์พบนักลงทุนกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (High Networth) ด้วย

(ซ้าย) ปรับชะรันซิงห์ ทักราล และ (ขวา) เล็ก สิงขรวิทย

สำหรับแผนการระดมทุนในครั้งนี้ BC เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 167 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตีตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นไม่เกิน 33% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท (ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 340 ล้านบาท และจะเพิ่มทุนเป็น 507 ล้านบาท) ส่วนการจัดสรรให้แก่กองทุนและนักลงทุนสถาบัน คาดว่าจะมีสัดส่วนไม่เกิน 35%

ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดจองซื้อหุ้นไอพีโอได้ในปลายเดือนตุลาคม ก่อนเปิดเผยราคาในต้นเดือนตุลาคม และเปิดขายในกลางเดือนพฤศจิกายน

“การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยใช้รูปแบบ BOS Model ของ BC นั้น เรียกได้ว่ายังไม่มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นคู่แข่งทางตรงในธุรกิจนี้ ซึ่งจากความโดดเด่นและความสามารถในการทำกำไรในระดับที่ดี เชื่อว่าจะทำให้ BC ได้รับความสนใจและความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้”

 

อ่านเพิ่มเติม


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP