บลจ.วี เล็ง "ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์" เปิดขาย IPO กองทุนเปิด รับดีมานด์การใช้ชิป - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Finance & Investment
  • News >
  • บลจ.วี เล็ง “ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์” เปิดขาย IPO กองทุนเปิด รับดีมานด์การใช้ชิป

บลจ.วี เล็ง “ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์” เปิดขาย IPO กองทุนเปิด รับดีมานด์การใช้ชิป

ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ มีแนวโน้มเติบโตสูง รองรับความต้องการใช้ชิปในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี บลจ.วี มองเป็นจังหวะลงทุน เปิดขาย IPO “กองทุนเปิด วี อีโวลูชั่น ออฟ เซมิคอนดักเตอร์ (WE-EVOSEMI)” คาดการณ์หลังโควิด ความต้องการชิป (Chip) ใน Supply chain ยังเติบโตสูงเป็นโอกาสสร้างผลตอบแทนจากธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก

อิศรา พุฒตาลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด (บลจ.วี) เปิดเผยว่า ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ ในปัจจุบันมีความสำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและในระบบห่วงโซ่อุตสาหกรรมต่างๆ (Supply Chain) เช่น การผลิตสมาร์ทโฟน  เซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์  การผลิตรถยนต์สมาร์ทคาร์  ระบบอัตโนมัติในอุตสาหกรรม

โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีรวมไปถึงระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สำคัญๆ ซึ่งยอดขายเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 2.04 แสนล้านเหรียญฯ ในปี 2000 เป็น 4.40 แสนล้านเหรียญฯ ในปี 2020 หรือเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 3.91  ต่อปี และคาดว่าอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก จะมียอดขายสูงถึง 4.69 แสนล้านเหรียญฯ ในปี 2021 และจะเติบโตถึง 4.96 แสนล้านเหรียญฯ ในปี 2025 (Source: SIA 2021 Factbook) 

โดยบริษัทในสหรัฐฯ ถือเป็นผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนาการออกแบบกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่แข็งแกร่งและมีความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านไมโครโปรเซสเซอร์และทรัพย์สินทางปัญญา ในปี 2020 บริษัท เซมิคอนดักเตอร์ในสหรัฐฯ มีสัดส่วนการตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (ตามที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท )คิดเป็นร้อยละ 47.2 ของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั้งหมด ขณะที่ประเทศอื่นมีสัดส่วนการตลาดระหว่างระหว่างร้อยละ 5- 20 (Source: SIA 2021 Factbook)

ปัจจุบันสหรัฐฯ มีแผนใช้งบประมาณจำนวน 5.2 หมื่นล้านเหรียญฯ เพื่อทำแผนฟื้นฟูและวิจัยพัฒนาภาคการผลิตชิป (Chip)ในประเทศ มีการออกกฎหมาย CHIPS for America Act เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร เพื่อลดความเสี่ยงการผลิตชิปในโลก (Global Supply Disruption) ด้วยการกระจายการผลิตไปที่ภูมิภาคต่างๆ ลดการกระจุกตัว

ตั้งแต่การผลิตชิปขั้นพื้นฐานไปจนถึงการผลิตชิปประสิทธิภาพสูง ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการทหาร  การบิน และโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของสหรัฐฯ เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศผู้นำอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้  ยุโรป และจีน ได้กำหนดนโยบายแห่งชาติด้านการลงทุนผลิต การวิจัยและพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศของตนเอง (Source: https://www.semiconductors.org/chips/)

อิศรา พุฒตาลศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด (บลจ.วี)

ทั้งนี้ บลจ.วี มองว่าแม้เศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ผ่านมา แต่บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ ส่วนใหญ่ ยังเติบโตต่อไปได้ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิต เริ่มวางแผนปรับตัวเพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลน (Shortage) และรองรับความต้องการได้ในระยะยาว ทำให้ธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งหากสถานการณ์โควิด คลี่คลาย

ด้วยมุมมองในเชิงบวกของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก ดังกล่าว บลจ.วี จึงเปิดเสนอขาย IPO กองทุนเปิด วี อีโวลูชั่น ออฟ เซมิคอนดักเตอร์ (WE-EVOSEMI) ระหว่างวันที่ 17-23 มิ.ย. 2564 ลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท กองทุน มีนโยบายในการลงทุนหุ้นขนาดใหญ่-กลาง-เล็ก เป็น ETF ที่มีการคัดเลือกหุ้นในรูปแบบ Smart Beta คัดเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มการทำกำไรได้ดีในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ผ่าน กองหลัก Invesco Dynamic Semiconductors ETF ในสัดส่วนร้อยละ 70

และเน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านกองทุนหลัก VanEck Vectors Semiconductor ETF (SMH) ในสัดส่วนร้อยละ 30 เน้นลงทุนในบริษัทที่มีสภาพคล่องสูง เป็นผู้นำในอุตสาหกรรม เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจทั่วโลก และบริษัทมีรายได้อย่างน้อยร้อยละ 50 จากเซมิคอนดักเตอร์

โดยผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับภาวะตลาดของกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และกองทุน WE-EVOSEMI จะมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ (ในภาวะปกติจะประมาณร้อยละ 80 ของพอร์ต)โดยตัวอย่างบริษัทที่กองทุนลงทุนได้แก่

1.) LAM Research (LRCX US) : บริษัทอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจออกแบบการผลิต การตลาดและบริการอุปกรณ์การประมวลผลเซมิคอนดักเตอร์ ที่ส่วนใหญ่ใช้ในการประมวลผลเวเฟอร์ส่วนหน้า รวมถึงการสร้างอุปกรณ์บรรจุภัณฑ์ เวเฟอร์ระดับ (WLP) และการผลิตอื่นๆที่เกี่ยวข้องเช่น ไมโครระบบเครื่องกลไฟฟ้า (MEMS) 

2.) TEXAS Instrument (TXN US) : เป็น 1 ในบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ 10 อันดับแรกของโลก ที่ออกแบบและผลิตเซมิคอนดักเตอร์และวงจรรวมต่างๆ ซึ่งขายให้กับนักออกแบบและผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก

3.) Applied Materials (AMAT US) : เป็นผู้นำด้านการผลิตรูปแบบชิปและจอแสดงผลขั้นสูง มีความเชี่ยวชาญในด้านวิศวกรรมการปรับเปลี่ยนวัสดุได้ในระดับอะตอม

4.) Qualcomm (QCOM US) บริษัทข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน ที่สร้างเซมิคอนดักเตอร์ซอฟต์แวร์และบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีไร้สาย เป็นเจ้าของสิทธิบัตรที่มาตรฐานการสื่อสารเคลื่อนที่อย่าง 5G, 4G, CDMA2000, TD-SCDMA และ WCDMA

5.) Broadcom (AVGO US) : ผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่ออกแบบ พัฒนาและจัดหาเซมิคอนดักเตอร์ ในโครงสร้างพื้นฐาน ซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย ได้แก่ Data Center, Networking, Software, Broadband, Wireless, Storage and Industrial รวมถึงการบริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของศูนย์ข้อมูล สำหรับองค์กรและเมนเฟรมที่เน้นระบบอัตโนมัติ

ทั้งนี้ ด้วยกลยุทธ์ลงทุนเชิงรุกในหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่มีผลประกอบการดีและมีราคาที่น่าสนใจ ทำให้กองทุนหลัก Invesco Dynamic Semiconductors ETF ณ วันที่ 31 มีนาคม 2564 ให้ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ร้อยละ 14.68

ย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ร้อยละ 121.40 ย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ร้อยละ 32.27 ย้อนหลัง 5 ปีอยู่ที่ร้อยละ 36.76 ย้อนหลัง 10 ปีอยู่ที่ร้อยละ 21.98 และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ร้อยละ 14.69 และเมื่อเทียบกับดัชนี DZETR อยู่ที่ร้อยละ 14.85, 122.75, 33.12, 37.66, 22.86 และ 15.51 ต่อปี ตามลำดับ*

เช่นเดียวกับ กองทุนหลัก VanEck Vectors Semiconductor ETF ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่เติบโตสูงทั่วโลก ทำให้ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 เดือนอยู่ที่ร้อยละ 2.51

ย้อนหลัง 3 เดือนอยู่ที่ร้อยละ 3.41 ย้อนตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ร้อยละ 14.07 ย้อนหลัง 1 ปีอยู่ที่ร้อยละ 77.28 ย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ร้อยละ 34.25 ย้อนหลัง 5 ปีอยู่ที่ 36.05 และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ร้อยละ 26.89 และเมื่อเทียบกับดัชนี MVSMHTR อยู่ที่ร้อยละ 2.51, 3.45, 14.13, 77.40, 34.26, 36.08 และ 26.83 ต่อปี ตามลำดับ*

“ด้วยแนวโน้มธุรกิจกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่จะเติบโตและมีรายได้หลักมาจาก การใช้จ่ายเชิงกลยุทธ์ ที่เน้นการวิจัยและพัฒนารวมถึงการลดต้นทุนการผลิต และ จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีที่เติบโตรวดเร็วในปัจจุบัน ขณะเดียวกันธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์มีความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน

ช่วยให้บริษัทต่างๆ รักษาความสามารถในการทำกำไรในอนาคต อีกทั้งแนวโน้มธุรกิจที่ยังคงใช้เทคโนโลยีเพื่อรองรับการทำงานในทุกที่ (Work from Anywhere) “กองทุน WE-EVOSEMI” จึงเป็นอีกทางเลือกในการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการพัฒาเซมิคอนดักเตอร์ใหม่ๆ ทั่วโลก ตามการเติบโตของการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆ” อิศรา กล่าว

*ผลการดำเนินงานน้อยกว่า 1 ปี แสดงผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริง ไม่ปรับเป็นอัตราต่อปี ผลการดำเนินงานมากกว่า 1 ปี แสดงผลการดำเนินงานเป็นอัตราต่อปีสำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมพร้อมรับหนังสือชี้ชวนได้ที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วี จำกัด

อ่านเพิ่มเติม: “พฤติกรรมผู้บริโภค” หลังเศรษฐกิจเปิดใหม่อีกครั้ง

BACK TO TOP