Forbes Global CEO Conference 2026: ธนิศร์ เจียรวนนท์ เผยเบื้องหลัง ทำไมแม็คโครต้องสร้างระบบของตัวเอง

Forbes Global CEO Conference 2026: ธนิศร์ เจียรวนนท์ เผยเบื้องหลัง ทำไมแม็คโครต้องสร้างระบบของตัวเอง

    บนเวที “Forbes Global CEO Conference 2026” ที่รวมผู้นำธุรกิจจากทั่วโลก คุณธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจค้าส่ง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ถ่ายทอดวิสัยทัศน์การเปลี่ยนผ่าน “แม็คโคร” จากธุรกิจค้าส่งแบบดั้งเดิม สู่ธุรกิจค้าปลีกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี พร้อมเผยช่วงเวลาที่ผู้นำอย่างเขาต้องกล้าตัดสินใจ และมีความมุ่งมั่น เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านองค์กร


​

จากโลกการเงินสู่ธุรกิจค้าส่ง

    เดิมทีคุณธนิศร์ ไม่เคยวางแผนเข้ามาทำงานในธุรกิจครอบครัว แต่เลือกเริ่มต้นอาชีพด้าน Investment Banking ที่ UBS ในฮ่องกงหลายปี จนกระทั่งบทสนทนากับคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ผู้เป็นปู่ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ 

    “คุณปู่บอกผมว่า ท่านไม่เข้าใจว่าผมทำงานถึงตี 3 หรือ 7 โมงเช้า แต่ทำไมไม่เอาพลังงานขนาดนั้นมาใช้กับธุรกิจของเครือเราล่ะ?” 

    คำพูดนี้ทำให้คุณธนิศร์ฉุกคิด และ 2 สัปดาห์ต่อมา ก็ตัดสินใจลาออกและเริ่มต้นเส้นทางใหม่กับเครือซีพี พร้อมนำความมุ่งมั่นและความท้าทายแบบเดียวกันมาสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับธุรกิจ จนกลายเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนของการเปลี่ยนผ่านแม็คโคร


​คุณธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร
กลุ่มธุรกิจค้าส่ง บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

​“เราจำเป็นต้องสร้างระบบของเราเองจริงๆ”

    เมื่อคุณธนิศร์เริ่มเข้ามารับบทบาทผู้นำในธุรกิจค้าส่งของแม็คโคร ยอดขายออนไลน์ในตอนนั้นมีเพียงแค่ 3% ของยอดขายทั้งหมด ปัญหาชัดเจนขึ้นเมื่อลูกค้ารายหนึ่งเล่าว่า ภรรยาสั่งสินค้าผ่าน Makro Click ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเดิมของแม็คโคร ตั้งแต่วันจันทร์ แต่บางครั้งต้องรอถึงวันศุกร์กว่าจะได้รับสินค้า 

    “ผมคิดว่า ‘มันต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติแล้วล่ะ’”

    จากเสียงสะท้อนในครั้งนั้น แม็คโครจึงเร่งปรับปรุงการให้บริการและระบบหลังบ้าน ภายใน 3 ปี สัดส่วนยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็น 34–35% ของยอดขายทั้งหมด นอกจากนี้ คุณธนิศร์ยังกล่าวถึงความสำเร็จของ Makro PRO แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในปัจจุบันว่า ในปี 2568 Euromonitor ได้จัดอันดับให้ Makro PRO เป็น แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของไทยในด้านยอดขายแบบ First-party (1P) และ แพลตฟอร์ม Grocery E-Commerce อันดับ 1 ของประเทศ

    อีกจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อแม็คโครเปลี่ยนจาก Makro Click มาเป็น Makro PRO กระแสตอบรับจากการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ ‘ญาญ่า’ ทำให้คำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนระบบจัดการคำสั่งซื้อแบบ SaaS ที่ใช้อยู่ไม่สามารถรองรับได้และเกิดระบบล่ม เหตุการณ์นี้ยิ่งตอกย้ำความจำเป็นที่แม็คโครต้องพัฒนาระบบเทคโนโลยีของตัวเอง ทีมงานจึงเริ่มพัฒนาระบบจัดการคำสั่งซื้อ (OMS) ของตัวเอง โดยใช้แพลตฟอร์มโอเพนซอร์ส Medusa และใช้เวลาเพียง 6 เดือน ในการพัฒนาและนำระบบมาใช้งาน ปัจจุบันระบบรองรับยอดคำสั่งซื้อได้ประมาณ 250–300 ล้านบาทต่อวัน และจัดการพัสดุได้ถึง 2 ล้านชิ้นต่อวัน

    คุณธนิศร์ยังทิ้งท้ายด้วยบทเรียนสำคัญสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ว่า “องค์กรขนาดใหญ่ต้องให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนตัวเอง ก่อนที่จะถูกบังคับให้เปลี่ยนโดยปัจจัยภายนอก”


​

“คุณต้องมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า”

    การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ง่าย แม้ต้องเผชิญแรงต้านจากหลายส่วน ทั้งความกังวลว่าอีคอมเมิร์ซจะแย่งยอดขายหน้าร้าน และการลงทุนเทคโนโลยีจะกระทบผลประกอบการ ขณะที่บริษัทที่ปรึกษาแห่งหนึ่งยังเตือนว่า การเปลี่ยนจาก Makro Click มาเป็น Makro PRO ภายใน 4–5 เดือนอาจไม่สำเร็จ และควรใช้เวลาถึง 2 ปี แต่คุณธนิศร์ยังคงเดินหน้าตามความเชื่อมั่น จนยอดขายออนไลน์เติบโตจากประมาณ 20 ล้านบาทต่อวัน เป็น 250–300 ล้านบาทต่อวัน ในวันนี้

    "คุณต้องมีความเชื่อมั่น และความมุ่งมั่น ไม่ย่อท้อที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นให้สำเร็จ”


“ทำเรื่องยากที่คนอื่นทำไม่ได้ ให้เป็นเรื่องง่าย”

    ครั้งหนึ่ง เมื่อคุณธนิศร์นำเสนอข้อมูลมูลค่าแพลตฟอร์ม Makro PRO และอันดับในประเทศไทยต่อคุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส ท่านตั้งคำถามว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่ ในการประชุมครั้งถัดมา คุณธนิศร์จึงโชว์ใบรับรองจาก Euromonitor เพื่อยืนยันข้อมูล แต่โจทย์ที่ได้รับกลับท้าทายยิ่งกว่าเดิม นั่นคือ การเพิ่มรายได้เป็น 2 เท่า โดยรักษาอัตรากำไรไว้เท่าเดิม สะท้อนแนวคิดสำคัญของการเปลี่ยนแปลง คือการต้องกล้าก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม และเรื่องยากที่คนอื่นทำไม่ได้ ให้เกิดขึ้นได้จริง


คำแนะนำสำหรับผู้นำธุรกิจรุ่นต่อไป

    เมื่อถูกถามถึงคำแนะนำสำหรับผู้นำรุ่นใหม่ คุณธนิศร์เน้นย้ำถึงความกล้าตัดสินใจ ความมุ่งมั่น และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน โดยยกตัวอย่างการปิด Makro Click ซึ่งแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังมีความกังวลอยู่บ้าง 

    “ต่อหน้าทีม ผมแสดงความเชื่อมั่นเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พอกลับบ้าน ผมก็ยังแอบกังวลกับการตัดสินใจครั้งนั้นอยู่บ้างเหมือนกัน”

    สำหรับคุณธนิศร์ ผู้นำต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ทีมเดินหน้าไปด้วยกัน แม้การตัดสินใจจะยากและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน คุณธนิศร์ยังทิ้งท้ายไว้อย่างเรียบง่ายว่า “จงกล้าตัดสินใจ มีความมุ่งมั่น เชื่อมั่นในทางที่เลือก และทำให้ทีมงานเห็นชัดเจนว่าคุณต้องการบรรลุเป้าหมายอะไร” 

    นี่คือหัวใจของการเปลี่ยนผ่านแม็คโคร ภายใต้การนำของ ธนิศร์ เจียรวนนท์ ที่เริ่มต้นจากความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนวิสัยทัศน์ให้เกิดขึ้นจริง