วชิระชัย คูนำวัฒนา “Living Solution Business” ยกระดับการใช้ชีวิตยุคใหม่ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Executive Interview
  • News >
  • วชิระชัย คูนำวัฒนา “Living Solution Business” ยกระดับการใช้ชีวิตยุคใหม่

วชิระชัย คูนำวัฒนา “Living Solution Business” ยกระดับการใช้ชีวิตยุคใหม่

พลังแห่งการใช้ชีวิตของผู้คนมาจากกลุ่มสังคมที่เล็กที่สุดซึ่งเรียกว่า “ครอบครัว” โดยมีบ้านและที่อาศัยเป็นศูนย์กลางของพลังงาน ขณะเมื่อออกไปใช้ชีวิตข้างนอกบ้าน อาคารและสถานที่ต่างๆ ที่ได้รับการพัฒนาให้เหมาะกับยุคสมัย ยิ่งช่วยให้ผู้คนภายในมีคุณภาพชีวิตที่มีพลังงานในการทำงานหรือความคิดสร้างสรรค์

วชิระชัย คูนำวัฒนา Head of Living Solution Business ในธุรกิจซีเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี ผู้บริหารที่รับบทบาทหลากหลายตลอดระยะเวลา 30 ปี ใน เอสซีจี หนึ่งใน “องค์กรร้อยปี” ของประเทศไทยที่ประกอบธุรกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ และพัฒนาองค์กรด้วยนวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คน ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า รวมถึงกระแสเทรนด์ของโลก

ปัจจุบัน วชิระชัย ได้รับบทบาทครั้งใหม่ในการรุกแผนงานพัฒนาธุรกิจเพื่อตอบสนองการอยู่อาศัยในยุคใหม่ ที่เรียกว่า “Living Solution Business” โฟกัสใน 2 เรื่องนั่นคือ Smart Building Solution และ Living and Building Care Consulting ที่นำเอานวัตกรรมต่างๆ มาพัฒนาให้เกิดเป็นบริการที่ตอบโจทย์แทรนด์การใช้ชีวิต

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เอสซีจี ได้ปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อเร่งสร้างนวัตกรรมด้วยการเสาะหาพันธมิตรที่มีนวัตกรรมโดดเด่นและปรับรูปแบบการทำงานแบบ Agility ตั้ง “Agility Team” คล้ายๆ กับสตาร์ทอัพในบริษัทเพื่อหยิบเรื่องต่างๆ มาพัฒนา ทำให้สามารถส่งออกนวัตกรรมสู่ตลาดและแข่งขันได้อย่างทันเวลา

“ยุคนี้อะไรยิ่งเร็ว ยิ่งดี รวมถึง Agility ดังนั้นถ้าเราทำเองคงไม่ทัน เราจึงใช้แนวคิดนี้เป็นแนวคิดสำคัญในการปรับเปลี่ยนทำให้เราสามารถสร้างองค์ความรู้ได้เร็วขึ้นถ้าจับมือกับพาร์ตเนอร์ที่มีความรู้แน่นอยู่แล้ว” วชิระชัย กล่าวถึง

Living Solution Business

แนวความคิดเรื่องเทรนด์การใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยเป็นเรื่องที่ถูกจัดลำดับความสำคัญและยังเป็นเมกะเทรนด์สำหรับโลกธุรกิจในหลายปีที่ผ่านมา สิบปีก่อนที่เคยพูดคุยกันเรื่องภาวะโลกร้อน สังคมต่างเริ่มตระหนัก ตื่นตัว เกิดการรณรงค์และลดอุณหภูมิโลกในหลายๆ ทาง ทุกวันนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกหยิบยกเป็นประเด็นอยู่เป็นประจำ

เอสซีจีทำเรื่องวัสดุก่อสร้างและตัวอาคารที่มีบทบาทสำคัญต่อภาวะโลกร้อนเช่นกัน จึงเกิดเป็นแนวคิดในพัฒนานวัตกรรมอาคารและที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่า “Green Building”  เกิดเป็นทีมนักคิดและที่ปรึกษาขึ้นในเอสซีจี ให้กับกลุ่มลูกค้า B2B หรือ หน่วยงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนอาคารให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“ตอนที่ทำอาคารเขียว ก็ต้องเริ่มตั้งแต่เข้าไปพูดคุยกับเจ้าของอาคารว่ามีความต้องการอย่างไร ในระดับไหน เราก็จะมี Guideline ให้ ถ้าเป็นอาคารใหม่เรามีคำแนะนำตั้งแต่เริ่มต้นก่อสร้าง แต่ถ้าอยู่ในขั้นของการปรับปรุงหรือ Renovate เราต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการต่อเนื่องไปถึงตัวโครงสร้างต่างๆ” วชิระชัย คูนำวัฒนา Head of Living Solution Business 

จากการสะสมองค์ความรู้ในเรื่องอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กลุ่ม Living Solution Business ได้ต่อยอดองค์ความรู้ที่มีสู่การสร้างอาคารที่เป็นมิตรต่อผู้อยู่อาศัย ให้บริการที่เกี่ยวกับการวิเคราะห์การใช้พลังงานเพื่อตอบโจทย์ Universal Design คือทุกวัยสามารถใช้อาคารนี้ได้อย่างสะดวกและสบาย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงอายุ และส่งเสริมคนรอบตึกหรือ Community โดยรอบด้วย เรียกว่าเป็น Well Being ที่ครบวงจร

ผลงานด้านที่ปรึกษาที่สำคัญ อาทิ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลสามดาวจาก Fitwel Award สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการประเมินรอบปี 2019 เป็นรางวัลที่สะท้อนจากการออกแบบและบริหารจัดการอาคารที่ใส่ใจต่อสุขภาวะของพนักงานและผู้ใช้อาคาร นับเป็นอาคารระดับ 3 ดาวแห่งแรกในเอเชีย และเป็นแห่งแรกนอกทวีปอเมริกา

สำหรับการรุกสร้างกลุ่มธุรกิจ Living Solution Business โฟกัสปัจจุบันแบ่งออกเป็นสองส่วนได้แก่ Smart Building Solution และ Living and Building Care Consulting เน้นความต้องการของผู้บริโภคเป็นสำคัญ

สำหรับ Smart Building Solution ในปัจจุบันสิ่งที่เจ้าของอาคารต้องการในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นเรื่องของสุขอนามัย โดยเฉพาะในช่วงของระบาดของโควิด-19 ได้นำเข้าเทคโนโลยีระดับโลกจากพาร์ตเนอร์ชั้นนำเอามาบูรณาการเข้าด้วยกัน

หนึ่งในนวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับ Smart Building Solution ในเรื่องของสุขอนามัยคือการนำเทคโนโลยีในการฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อรา เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Bipolar Ionization ระบบที่ช่วยทำให้อากาศภายในอาคารสะอาดขึ้น ปล่อยประจุบวกและลบ ที่ไม่ทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต แม้มีผู้ใช้งานอยู่ภายในอาคารตลอด 24 ชั่วโมง ระบบจะเพิ่มประโยชน์ให้ระบบปรับอากาศได้มากกว่าแค่การประหยัดพลังงาน นี้คือสิ่งที่อาคารใหญ่หลายแห่งต้องการ

“ระบบ Bipolar Ionization มีคุณสมบัติช่วยลดสิ่งเจือปนในอากาศและบนพื้นผิววัสดุต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของโรคติดต่อชนิดต่างๆ สปอร์เชื้อราในอากาศ กลิ่นสารระเหย และดักฝุ่นขนาดเล็ก PM10 – PM2.5” วชิระชัย กล่าว

ส่วนการเป็นที่ปรึกษาในเรื่องของการออกแบบอาคารที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ เราก็เพิ่งได้รางวัลมาในปี 2020 ได้รางวัลอันดับหนึ่งของเอเชียแปซิฟิก Elder Care Innovation Award รางวัลชนะเลิศ จากผลงานการออกแบบอาคารเพื่อสุขภาวะที่ดี รองรับผู้สูงอายุที่ต้องการความช่วยเหลือในชีวิตประจำวันตามแนวคิด Biophilic Design ที่ได้นำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาคารและการอยู่อาศัยของผู้ใช้งาน ซึ่งการใกล้ชิดธรรมชาติ จะส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจ ช่วยให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้อย่างสมดุล เช่น การสร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเกี่ยวกับการนอนหลับ ช่วยลดความเครียด และความเหนื่อยล้า

“สำหรับกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันมีทั้งในและต่างประเทศอาทิที่สิงคโปร์ เรื่องการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ทำเป็นเทรนด์ของโลก ทั้งเรื่องโลกร้อนและการพัฒนาตัวอาคาร ใจความหลักในการทำธุรกิจเราต้องผสานเทคโนโลยีบวกกับ Business Model ให้ตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้ เพราะต่อให้มีเทคโนโลยีล้ำแค่ไหนแต่ไม่ตอบโจทย์การใช้งานเราก็ไปแตะ Key Success Factor ไม่ได้”

ปัจจุบัน เอสซีจี กลุ่มธุรกิจ Living Solution Business สะสมมาจากการเป็นที่ปรึกษาในฐานะที่ปรึกษาในด้านต่างๆ มากว่า 160 โครงการ และเสร็จสิ้นไปกว่า 140 โครงการ

วชิระชัย คูนำวัฒนา

ตกผลึกแนวคิดการทำงาน 30 ปี

สำหรับประสบการณ์ 30 ปี กับ เอสซีจี หลักในการทำงานคือการปรับใช้นำอุดมการณ์ของเอสซีจี 4 ข้อได้แก่ การตั้งมั่นในความเป็นธรรม มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ เชื่อมั่นในคุณค่าของคน และถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม วชิระชัย กล่าวว่าอุดมการณ์เหล่านี้เหมือนจะอยู่ในดีเอ็นเอในการทำงานของเขาโดยเฉพาะเรื่องของการมุ่งมั่นในความเป็นเลิศ เพราะสิ่งนี้จะทำให้เราได้เจอสิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง และกล้าที่จะเรียนรู้ กล้าที่จะปรับตัวให้เร็ว

“ช่วงโควิดเป็นช่วงพิสูจน์อะไรหลายอย่าง วิกฤตเป็นสิ่งที่เราคุมไม่ได้ แต่การตอบสนองกับวิกฤต เป็นสิ่งที่น่าสนใจว่าเราจะรับมือและโต้ตอบอย่างไร พัฒนาอะไรออกมาได้บ้าง เราต้องพยายามสำรวจความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่องและตอบโจทย์เขาให้ทัน”

ทั้งนี้ วชิระชัย กล่าวทิ้งท้ายถึงพลังในการทำงานของเขามาจากแพชชั่น ถ้าเรามีแพชชั่น เราจะทุ่มเททำอย่างเต็มกำลัง ไม่ใช่แค่สนุกไปกับมัน แต่มันต้องเป็นความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำให้สำเร็จ

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร, เอสซีจี

อ่านเพิ่มเติม: Sid Sijbrandij ซีอีโอ GitLab ผู้สร้างเทคสนอง WFH แบบเบ็ดเสร็จ


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP