Sid Sijbrandij ซีอีโอ GitLab ผู้สร้างเทคสนอง WFH แบบเบ็ดเสร็จ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • Sid Sijbrandij ซีอีโอ GitLab ผู้สร้างเทคสนอง WFH แบบเบ็ดเสร็จ

Sid Sijbrandij ซีอีโอ GitLab ผู้สร้างเทคสนอง WFH แบบเบ็ดเสร็จ

Forbes Thailand / Admin
12 May 2021 | 7:36 am 69

Sid Sijbrandij ซีอีโอ GitLab ได้สร้างธุรกิจจัดหาเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาแอปมูลค่าเกือบ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยที่ไม่ต้องการพื้นที่อาคารสำนักงานแม้แต่ตารางนิ้วเดียว เขาออกโรงเตือนบริษัทต่างๆ ที่ให้พนักงานของตนทำงานนอกสถานที่แบบครึ่งๆ กลางๆ

Sid Sijbrandij รู้ซึ้งถึงอันตรายของการทำงานจากที่บ้านในปี 2018 หลังจากที่ตรากตรำทำงานหนักภายในห้องเล็กๆ บนชั้น 47 ของอาคารชุดสำหรับพักอาศัยซึ่งเป็นหนึ่งในบรรดาตึกระฟ้าใน San Francisco ตลอดทั้งวันเป็นเวลานานหลายปี ผู้ประกอบการหนุ่มรายนี้ก็ประสบปัญหาสุขภาพเท้า Sijbrandij เปลี่ยนไปใช้โต๊ะทำงานซึ่งติดตั้งลู่วิ่ง พร้อมฉากสีเขียวที่ใช้งานร่วมกับโปรแกรม Zoom ได้เป็นอย่างดี รวมถึงจอมอนิเตอร์อีก 3 จอ

อย่างไรก็ตาม ซีอีโอของ GitLab กล่าวว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากการทำงานนอกสถานที่หรือทำงานจากที่บ้าน หากแต่วิธีปฏิบัติต่างหากที่เป็นตัวการของปัญหา ถ้าหากว่าคุณไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัทจำนวนน้อยนิดที่เปิดรับการทำงานรูปแบบใหม่นี้อย่างสมบูรณ์ Sijbrandij (ออกเสียงว่า ซี-แบรนดี้) คิดว่า สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่นี้อาจไม่ถูกต้อง ตัวเขาเชื่อมั่นในการทำงานนอกสถานที่อย่างเต็มรูปแบบ

โดยกล่าวว่า การทำงานนอกสถานที่หรือทำงานจากที่บ้านจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อคุณไปให้สุดทาง มาตรการที่ไม่ครอบคลุมทั้งองค์กรจะแบ่งพนักงานออกเป็นหลายระดับชั้น และจะแบ่งแยกพนักงานเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ โดยพนักงานที่ทำงานนอกสถานที่ซึ่งมีผลงานดีและไม่ต้องการแข่งขันกับเพื่อนร่วมงานที่ทำงานในสำนักงาน “พวกเราจะเห็นบางบริษัท…กลับไป (ยังออฟฟิศ) และพยายามทำสิ่งนี้ให้ดีที่สุด และผมคิดว่า บริษัทเหล่านั้นจะต้องดิ้นรนที่จะทำเช่นนั้น” เขากล่าว

 

  • แล้วพนักงานของ GitLab ทำงานกันอย่างไร?

โอกาสเดียวที่พนักงานของ GitLab จะมาพบปะกันก็คือ ในงานสังสรรค์ประจำปีของบริษัท ซึ่งจัดขึ้น (ในช่วงก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19) ในสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา และมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงนักอย่างประเทศกรีซ หลักการสำคัญอีกอย่างหนึ่งของการทำงานนอกสถานที่อย่างเต็มรูปแบบของ GitLab ก็คือ ความโปร่งใสแบบสุดขั้ว

GitLab จัดทำคู่มือออนไลน์ที่เข้าถึงได้อย่างสาธารณะ ซึ่งมีรายละเอียดของวิธีการบริหารจัดการแทบทุกอย่างในองค์กร ในคู่มือจะไม่มีข้อมูลเงินเดือนของพนักงานแต่ละตำแหน่ง แต่จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์สำหรับไตรมาสปัจจุบัน และสูตรที่ใช้ในการคิดคำนวณค่าจ้างของพนักงาน GitLab ในประเทศต่างๆ ถึง 67 ประเทศที่มีพนักงานของบริษัทพำนักอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเคนยา โมร็อกโก หรือเซอร์เบีย (ในคู่มือนี้ยังมีเนื้อหาบทหนึ่งที่บอกให้ทราบว่า คุณจะสามารถพูดคุยกับ Sijbrandij ได้อย่างไรและเมื่อใดและอีกบทหนึ่งที่กล่าวถึงแมวคู่ใจของเขา)

สำหรับข้อมูลที่ไม่อยู่ในคู่มือซึ่งจะมีจำนวนหน้ามากถึง 8,400 หน้าถ้าหากมีการจัดพิมพ์เป็นเล่ม ก็น่าจะพบได้ในเอกสารที่เผยแพร่ภายในองค์กรซึ่งเป็น Google Doc การประชุมของ GitLab ทุกครั้งจะมีเอกสารออนไลน์อย่างน้อย 1 ชุดประกอบด้วยเสมอ

Sid Sijbrandij
Sid Sijbrandij ซีอีโอ GitLab

Sijbrandij ยังใช้เอกสารอ้างอิงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยทำให้พนักงานของ GitLab ปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัดพนักงานของบริษัทจะปรับปรุงแก้ไขเอกสารและจดบันทึก หรือแบ่งปันข้อมูลในเวลาที่แต่ละคนสะดวกผ่าน Slack และข้อความในรูปแบบวิดีโอ มติจากการตัดสินใจร่วมกัน หรือแผนงานต่างๆ จะได้รับการรวบรวมเข้าไว้ในคู่มือซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทั้งหมด “เมื่อใดก็ตามที่คุณต้องรอการอนุมัติ หรือรอลายเซ็นเพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการสำหรับการอนุญาตให้พนักงานคนหนึ่งสามารถดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดได้นั้นแปลว่า เรามีปัญหาแล้ว” Sijbrandij กล่าว

Sijbrandij ได้สร้างหนึ่งในธุรกิจสตาร์ทอัพซึ่งมีมูลค่าสูงที่สุดในโลก GitLab มีมูลค่าอยู่ที่ 2.8 พันล้านเหรียญในปี 2019 โดยที่บริษัทไม่ต้องจัดหาอาคารสำนักงานสำหรับพนักงานของบริษัททั้ง 1,300 คน ซึ่งกระจายกันอยู่ตามประเทศต่างๆ ทั่วโลกเลยแม้แต่ตารางนิ้วเดียวการทำงานนอกสถานที่นั้นช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับ GitLab ซึ่งทำธุรกิจจัดหาชุดเครื่องมือซอฟต์แวร์ที่ช่วยนักพัฒนาในการสร้าง จัดการ และดูแลความปลอดภัยแอปของตน และเป็นบริษัทในกลุ่มเทคโนโลยีชั้นสูง โดยการทำงานนอกสถานที่ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเนื่องจากธุรกิจกระตุ้นยอดขายและปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านระบบออนไลน์

ท่ามกลางบรรดาบริษัทไร้อาคารสำนักงานซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงก่อนการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่าง Automatic บริษัทชื่อดังซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ WordPress บริษัทของ Sijbrandij ก็ยืนหยัดอย่างโดดเด่นมาช้านานแล้ว “บางทีเราอาจไม่สุดโต่งเหมือนอย่าง Sid” Dave McJannet ซีอีโอ HashiCorp บริษัทสตาร์ทอัพโครงสร้างพื้นฐานของคลาวด์ซึ่งพนักงานทุกคนทำงานจากที่บ้านกล่าว

โดย HashiCorp มีมูลค่าอยู่ที่ 5 พันล้านเหรียญ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันความสุดโต่งของ Sijbrandij กำลังดึงดูดผู้สนับสนุนกลุ่มใหญ่ ยอดดาวน์โหลดหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายของ GitLab พุ่งเกิน 70,000 ครั้งนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา รวมถึงพนักงานของ GitLab เองก็เป็นที่ต้องการในการจัดสัมมนาผ่านเว็บไซต์อีกด้วย

 

  • การเดินทางรอบโลกของ GitLab

ก้าวแรกของการเดินทางรอบโลกของ GitLab เริ่มต้นขึ้นในยุโรป Sijbrandij ทำงานในบริษัทผลิตเรือดำน้ำ และในขณะเดียวกันก็ช่วยบริหารบริษัทสตาร์ทอัพด้านการรีวิวแอปบนออนไลน์เป็นอาชีพเสริมไปพร้อมกันด้วย โดยในระหว่างที่บริหารจัดการโครงการบนเว็บต่างๆ ให้กับกระทรวงยุติธรรมของเนเธอร์แลนด์ Sijbrandij ก็ได้รู้จักกับโครงการโอเพนซอร์สจากยูเครน ซึ่งมีผู้สนับสนุนที่เป็นอาสาสมัครจำนวนหลายร้อยคนอย่าง GitLab เข้โดยบังเอิญ

ในปี 2012 Sijbrandij ได้ติดต่อผู้ก่อตั้ง GitLab อย่าง Dmitriy Zaporozhets และ Valery Sizov เพื่อบอกว่าเขากำลังจะปั้นธุรกิจจากโครงการของทั้งสองคน 1 ปีต่อมา Zaporozhets เริ่มงานในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี และปัจจุบันดำรงตำแหน่งภาคีวิศวกร ส่วน Sizov ร่วมงานกับบริษัทในปี 2014

และปัจจุบันเป็นนักพัฒนาอาวุโสของบริษัท Sijbrandij ปั้น GitLab บริษัทซึ่งตั้งชื่อตามระบบติดตามความเปลี่ยนแปลงของซอร์สโค้ดที่ได้รับความนิยมอย่างมากอย่าง Git เพื่อจำหน่ายบริการเครื่องมือซอฟต์แวร์สำหรับสมาชิกซึ่งช่วยจัดการโครงการต่างๆ ที่สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีโอเพนซอร์ส Sijbrandij, Zaporozhets, Sizov และสมาชิกอีก 6 คน พบหน้ากันเป็นการชั่วคราวใน California ในช่วงต้นปี 2015 เพื่อเข้าร่วมในโครงการบ่มเพาะและเร่งเครื่องสตาร์ทอัพอันทรงเกียรติอย่าง Y Combinator นั่นเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวที่ทุกคนมีโอกาสทำงานร่วมกันในสถานที่เดียวกัน ซึ่งเป็นเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้นเอง

หลังจากนั้นทีมงานของ GitLab ส่วนใหญ่เดินทางกลับยุโรป หากแต่ Sijbrandij ซึ่งหลงใหลในกลิ่นอายของสตาร์ทอัพ และหมายตาการระดมเงินทุนอยู่ต่อปัจจุบัน GitLab ระดมเงินทุนได้ 476 ล้านเหรียญ โดยเงินส่วนใหญ่ยังอยู่ในบัญชีงบดุลของบริษัท GitLab จำหน่ายชุดเครื่องมือสำหรับแอปที่แตกต่างกันถึง 10 แบบ ตั้งแต่เครื่องมือสำาหรับการพัฒนาไปจนถึงการรักษาความปลอดภัยในราคาไม่เกิน 99 เหรียญต่อผู้ใช้ 1 รายต่อเดือน GitLab สามารถสร้างรายได้ได้เกิน 75 ล้านเหรียญในปี 2019 จากฐานลูกค้ากว่า 15,000 ราย ซึ่งรวมถึง Nvidia, Siemens และ Goldman Sachs ซึ่งร่วมลงทุนในภายหลัง

แนวโน้มของการที่บริษัทหลายต่อหลายแห่งเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานเป็นระบบออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการระบาดของไวรัสโควิด-19 ผลักดันให้เกิดการพัฒนาบนคลาวด์มากขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึงการเติบโตของธุรกิจ อย่างไรก็ตาม มีลูกค้าจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ไม่ได้เรียกหาบริการสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์ หากแต่เป็นหลักสูตรเร่งรัดว่าด้วยวิธีการดำเนินธุรกิจของ GitLab

Michelle Woodward Hodges รองประธานฝ่ายช่องทางพันธมิตรของ GitLab กล่าวว่า “ร้อยละ 10-15 ของกิจกรรมที่ GitLab ทำให้กับบรรดาบริษัทพันธมิตรก็คือ การช่วยให้พวกเขาเข้าใจว่าเราดำเนินธุรกิจอย่างไร”

ทางเดินไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไปเมื่อพูดถึงการทำงานนอกสถานที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ Sijbrandij รีบกล่าวว่า ตัวเขาเองต้องต่อสู้กับการที่ไม่สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ พนักงานของบริษัท ซึ่งมีบุตรแล้วต้องพึ่งบริการดูแลเด็กมากขึ้น GitLab พยายามจัดการกับปัญหาดังกล่าวโดยการเพิ่มวันหยุดพักผ่อนในวันศุกร์และส่งเสริมให้พนักงานพักผ่อนอยู่ที่บ้านหรือสถานที่ท่องเที่ยวในละแวกบ้านแบบไม่ต้องค้างคืน “เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องจดจำว่า นี่ไม่ใช่การทำงานจากสถานที่ใดก็ได้ หากแต่เป็นการทำงานจากที่บ้านในช่วงการระบาดของโรคร้าย นี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ” Sijbrandij กล่าว

สิ่งที่น่าขบขันอย่างหนึ่งก็คือ การที่บริษัทจำนวนมากขึ้น เดินตามรอยของ GitLab นั่นหมายความว่าความลับของ GitLab ถูกเปิดเผย “เราจะมีความได้เปรียบถ้าหากเราอยู่นอกเขตเมือง ซึ่งมีจำนวนของบริษัทเติบโตเร็วให้เลือกร่วมงานด้วยไม่มากนัก ในปัจจุบันเรากำลังจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก และนั่นจะทำให้ค่าจ้างถีบตัวสูงขึ้นผมคิดว่า นี่เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับโลกใบนี้ และผมเฝ้ารอให้สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงๆ” Sijbrandij กล่าว

 

 

อ่านเพิ่มเติม:


คลิกอ่านฉบับเต็ม และบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนเมษายน 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP