ยังรวยไม่พอสู่อันดับ มหาเศรษฐีสหรัฐฯ แห่ง Forbes 400 - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • Leaderboard >
  • ยังรวยไม่พอสู่อันดับ มหาเศรษฐีสหรัฐฯ แห่ง Forbes 400

ยังรวยไม่พอสู่อันดับ มหาเศรษฐีสหรัฐฯ แห่ง Forbes 400

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
18 Jan 2019 | 10:00 am 5367

มหาเศรษฐีสหรัฐฯ ในปีนี้มีเศรษฐีพันล้านชาวอเมริกัน 204 คนที่ยังรวยไม่พอจะเจาะเข้ามาในกลุ่ม Forbes 400 ได้

มหาเศรษฐีที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ กลุ่มนี้มีทั้งตำนานแห่งวงการกีฬา (Michael Jordan, 1.7 พันล้านเหรียญ) ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนในหุ้น นอกตลาดซึ่งเคยเป็นขาประจำอยู่ในรายชื่อ 400 คน (Bruce Karsh และ Howard Marks แห่ง Oaktree Capital, คนละ 2 พันล้านเหรียญ) และมหาเศรษฐีหน้าใหม่คนอื่นๆ (เช่น Chad Richison ซึ่งเป็นซีอีโอของ Paycom Software, 1.3 พันล้านเหรียญ) สำหรับรายชื่อฉบับเต็มสามารถอ่านได้ที่ Forbes.com/forbes-400-didnt-make-cut


CHRIS WANSTRATH
1.4 พันล้านเหรียญ
GITHUB

Wanstrath ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มพัฒนาซอฟต์แวร์ GitHub ขึ้นในปี 2007 และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Microsoft ประกาศว่าจะซื้อกิจการ GitHub ด้วยมูลค่าหุ้น 7.5 พันล้านเหรียญ โดยส่วนหนึ่งของข้อตกลงครั้งนี้คือการให้ Wanstrath ลงจากตำแหน่งซีอีโอและมาเป็น “ผู้ทรงคุณวุฒิด้านเทคนิค” ที่ Microsoft แทน Wanstrath วัย 33 ปี ผู้ดรอปเอาต์จาก University of Cincinnati เมื่อปี 2005 และเขาเป็นผู้ถือหุ้นประเภทบุคคลธรรมดารายใหญ่ที่สุดของ GitHub


JIM KAVANAUGH
2 พันล้านเหรียญ
บริการด้านไอที

Kavanaugh เป็นอดีตนักฟุตบอลอาชีพที่เคยติดทีมชาติสหรัฐฯ ชุดโอลิมปิกเมื่อปี 1984 หกปีต่อมาเมื่ออายุ 27 ปี เขาร่วมก่อตั้งบริษัท World Wide Technology ขึ้นที่เมือง St. Louis ครั้งหนึ่งเขาเคยต้องเช่ารถบรรทุกแล้วขับรถ 6 ชั่วโมงไปถึงเมือง Omaha เพื่อไปส่งคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล 500 เครื่องให้ลูกค้าด้วยตัวเอง แต่วันนี้ Kavanaugh วัย 56 ปี เป็นซีอีโอของบริษัทที่มียอดขาย 1.04 หมื่นล้านเหรียญ โดยถือหุ้น 38% และยังร่วมเป็นเจ้าของทีมฮอกกี้ St. Louis Blues อีกด้วย


ANASTASIA SOARE
1 พันล้านเหรียญ
เครื่องสำอาง

Soare ซึ่งย้ายถิ่นฐานมาจากโรมาเนียในปี 1989 ขยายกิจการจากร้านทำคิ้วของเธอในเมือง L.A. ที่มีลูกค้าอย่าง Kim Kardashian และ Cindy Crawford จนกลายเป็นปรากฏการณ์ด้านการแต่งหน้าในระดับนานาชาติ แบรนด์ Anastasia Beverly Hills มีร้านมากกว่า 1,500 ร้าน และทำยอดขาย 200 ล้านเหรียญในปีที่แล้ว เคล็ดลับน่ะหรือ สื่อโซเชียลไงล่ะ ผู้ติดตามเกือบ 18 ล้านคนใน Instagram และเหล่าเซเลบที่ชื่นชอบสินค้าของเธอช่วยให้ Soare วัย 60 ปี สร้างเครื่องจักรการตลาดที่มีต้นทุนต่ำได้


JIMMY JOHN LIAUTAUD
1.7 พันล้านเหรียญ
ร้าน JIMMY JOHN’S

Liautaud วัย 54 ปี ก่อตั้งร้านซับแซนด์วิชชื่อเดียวกับตัวเองในปี 1983 เมื่อเขาอายุ 19 ปี แม้เขาจะขายหุ้นส่วนน้อยให้แก่นักลงทุนในหุ้นนอกตลาดอย่าง Weston Presidio เมื่อกว่า 1 ทศวรรษมาแล้วและ Roark Capital ก็ซื้อหุ้นส่วนใหญ่ไปเมื่อปี 2017 แต่ Liautaud ก็ยังคงถือหุ้นบริษัทอยู่ประมาณ 35% และเป็นประธานบริษัทเอง Liautaud เรียนไม่เก่งและจบมัธยมปลายด้วยคะแนนเกือบที่โหล่ของห้อง เขาเริ่มทำธุรกิจด้วยเงิน 25,000 เหรียญที่พ่อของเขาซึ่งเป็นทหารผ่านศึกจากกองทัพบกให้กู้มา จนกระทั่งทุกวันนี้ Jimmy John’s มีร้านเกือบ 3,000 สาขา


TIM SWEENEY
1.8 พันล้านเหรียญ
FORTNITE

วิดีโอเกมสุดฮิตอย่าง Fortnite Battle Royale ทำเงินมหาศาลให้บริษัทผู้พัฒนาเกมจากรัฐ North Carolina อย่าง Epic Games และ Sweeney วัย 47 ปีซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งได้อย่างเกินคาด หลังจากเปิดตัวมาได้ 1 ปี Fortnite ก็ดึงผู้เล่นเข้ามาได้อย่างน้อย 125 ล้านคน และขายของในเกมได้มากกว่า 1 พันล้านเหรียญ (เกมนี้ให้เล่นฟรี แต่ผู้เล่นสามารถซื้อของพิเศษในเกมเพิ่มได้หลายอย่าง) Sweeney ถือหุ้นประมาณ 16% ในบริษัทแห่งนี้ ซึ่งเขาก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1991 ขณะเรียนวิศวกรรมเครื่องกลอยู่ที่ University of Maryland

คลิกอ่านเพิ่มเติม:


ติดตามอ่านบทความทางด้านธุรกิจ ได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2561

สังคมสูงวัย

BACK TO TOP