จากร้านดังย่านนิฮงบาชิที่นักชิมยอมต่อคิวในกรุงโตเกียว วันนี้ “ทงคัตสึ ฮาจิเมะ” เปิดสาขาแรกในประเทศไทยแล้ว โดย Meation Group ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ดังอย่าง Saemaeul, Solsot และ BHC Chicken ที่ยกทั้งศาสตร์การทำทงคัตสึ วัตถุดิบคุณภาพ และเมนูซิกเนเจอร์มาเสิร์ฟถึงเซ็นทรัลเวิลด์ ให้คนไทยได้สัมผัสรสชาติระดับต้นตำรับ โดยไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่น
ในโลกของอาหารญี่ปุ่น เมนูที่ดูเรียบง่ายอย่าง “ทงคัตสึ” มักจะเป็นบททดสอบสำคัญที่สะท้อนถึงวิถีแห่งงานฝีมือ หรือ “SHOKUNINWAZA” (The Japanese Spirits) ได้อย่างเด่นชัดที่สุด
เบื้องหลังทงคัตสึหนึ่งชิ้นจึงไม่ได้มีเพียงเกล็ดขนมปังหรือเนื้อหมู แต่เต็มไปด้วยกระบวนการที่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจในวัตถุดิบ และประสบการณ์ของเชฟ ตั้งแต่การเลือกส่วนของเนื้อ การตัดแต่งก่อนทอด การควบคุมอุณหภูมิของน้ำมัน ไปจนถึงจังหวะของการทอดในทุกวินาที
และหากพูดถึงร้านที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณนี้ได้อย่างโดดเด่น “ทงคัตสึ ฮาจิเมะ” (Nihonbashi Tonkatsu Hajime) ในย่านนิฮงบาชิ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อาจเป็นชื่อแรกๆ ที่เหล่านักชิมนึกถึง
ร้านนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2565 แม้จะมีจำนวนสาขาไม่มาก แต่กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับปรากฏการณ์ที่เหล่านักชิมทั่วโลก รวมถึงคนไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่นต้องยอมปักหมุดยืนต่อคิว เพื่อรอสัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยปรัชญาของร้านที่เชื่อว่า “ความสมบูรณ์แบบไม่ได้เกิดจากสูตรสำเร็จหรือระบบอัตโนมัติ แต่มาจากฝีมือ”
ข่าวดีล่าสุดสำหรับนักชิมชาวไทยคือไม่ต้องบินไปไกลถึงโตเกียวแล้ว เพราะเครือ Meation Group เจ้าของแบรนด์ร้านอาหารที่คนไทยคุ้นเคยกันดีอย่าง Saemaeul, Solsot และ BHC Chicken ได้นำต้นตำรับทงคัตสึชิ้นหนาจากนิฮงบาชิมาเปิดประตูต้อนรับนักชิมชาวไทยเป็นครั้งแรก ณ ชั้น 7 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
โดยยังคงยึดมั่นในมาตรฐานและปรัชญาเดียวกับต้นตำรับทุกประการ เพื่อให้ผู้บริโภคในประเทศไทยได้สัมผัสคุณค่าของงานฝีมือผ่านทงคัตสึทุกชิ้นที่ได้รับการสรรค์สร้างด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด

หัวใจสำคัญในด้านเมนูของ ทงคัตสึ ฮาจิเมะ คือการคัดสรรชิ้นเนื้อเฉพาะส่วน เริ่มจากเมนูไฮไลต์อย่าง “ยากิคัตสึด้งชาโตบริยองด์หมู” ชิ้นส่วนที่ได้รับยกย่องว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุดในสันในหมู ซึ่งมีปริมาณจำกัดในหมูแต่ละตัว ให้สัมผัสที่นุ่มเป็นพิเศษ พร้อมความหวานตามธรรมชาติของเนื้อหมูเมื่อผ่านการทอดด้วยอุณหภูมิต่ำ

ถัดมาคือ “ยากิคัตสึด้งริบอายหมู” ชิ้นเนื้อที่มีไขมันแทรกอย่างสมดุล ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนักในร้านทงคัตสึทั่วไป เมื่อผ่านเทคนิคการทอดของทางร้าน ไขมันจะค่อยๆ ละลายแทรกซึม เพิ่มความหอม นุ่ม และมิติของรสชาติที่เข้มข้น

นอกจากเมนูทงคัตสึแบบดั้งเดิมแล้ว ทางร้านยังนำเสนอเมนู “ยากิคัตสึด้งกุ้งทอดจัมโบ้พร้อมซอสทาร์ทาร์โฮมเมด” ที่นำกุ้งทอดตัวใหญ่เสิร์ฟพร้อมซอสทาร์ทาร์สูตรเฉพาะเพื่อเพิ่มความหลากหลาย
ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ ทงคัตสึ ฮาจิเมะ ยังถูกออกแบบตามฉบับญี่ปุ่น ทั้งบรรยากาศร้านที่มีทั้งแบบบาร์และโต๊ะนั่ง เห็นเชฟกำลังปรุงอาหารกันแบบสดๆ รวมถึงถึงเครื่องเคียงและการบริการ
ลูกค้าสามารถเลือกปรับปริมาณข้าวญี่ปุ่นได้ตามต้องการ ทั้งข้าวน้อย 140 กรัม, ข้าวมาตรฐาน 180 กรัม และข้าวพิเศษ 220 กรัม โดยสามารถเติมข้าวญี่ปุ่นและกะหล่ำปลีซอยได้ไม่จำกัดตลอดมื้ออาหาร ซึ่งกะหล่ำปลีซอยละเอียดจะช่วยเพิ่มความสดชื่นและตัดเลี่ยน ขณะที่ซุปมิโซะและเครื่องเคียงต่างๆ ก็ได้รับการจัดสรรมาเพื่อเสริมรสชาติซึ่งกันและกัน เติมเต็มมื้ออาหารให้เป็นมากกว่าเพียงการรับประทานทงคัตสึ แต่คือการซึมซับวัฒนธรรมและจิตวิญญาณแห่งงานฝีมืออย่างแท้จริง
ภาพ : Tonkatsu Hajime Thailand
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : The Tide & The Tower ดินเนอร์คอร์สสุดประณีต จาก 2 เชฟ "ระดับ 2 ดาวมิชลิน" ณ Mezzaluna by lebua
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


