ท่ามกลางความเงียบสงบของหุบเขาในจังหวัดสระบุรี The Soul Resort ปรากฏตัวขึ้นในฐานะ Luxury Wellness Destination ระดับแถวหน้าของเมืองไทย ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ที่พักเพื่อการหย่อนใจ แต่คือพื้นที่สำหรับผู้ที่โหยหาความสงบและการฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างแท้จริง
ในโลกที่หมุนวนไปด้วยความเร่งรีบและภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง หลายครั้งที่เราปล่อยให้ความเหนื่อยล้าสะสมจนกลายเป็นเสียงรบกวนที่บดบังความสงบภายในจิตใจ การต้องเผชิญกับแรงกดดันในโลกธุรกิจและแสงสีจากหน้าจอที่ดึงรั้งพลังงานชีวิตไปในทุกวัน ทำให้การมองหาพื้นที่สำหรับหยุดพักไม่ใช่แค่เรื่องของความหรูหรา แต่คือความจำเป็นในการกลับมา “รีเซ็ต” ตนเองใหม่อีกครั้ง
และท่ามกลางความสงบสงัดของหุบเขาที่ตั้งตระหง่านในจังหวัดสระบุรี The Soul Resort ก็ได้ปรากฏตัวขึ้นในฐานะหมุดหมายสำคัญของ Luxury Wellness Destination ที่นิยามความหมายใหม่ของการพักผ่อนระดับลักชัวรี่ผ่านการผสานพลังแห่งธรรมชาติที่แท้จริงเข้ากับความประณีตของการใช้ชีวิต
ที่นี่ก่อตั้งขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์อันลึกซึ้งของ ดร.ดวงวรรณ บุนนาค หรือ ดร.เดียร์ ผู้รังสรรค์รีสอร์ตแห่งนี้ให้เป็นแลนด์มาร์กสำคัญสำหรับการมอบประสบการณ์แห่งความสุขสงบอันแสนประณีต เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงพลังงานอันสมดุลทั้งทางกายและทางใจ พร้อมฟื้นฟูพลังชีวิตจากความวุ่นวาย ผ่านการใส่ใจในทุกรายละเอียดของ Journey ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาเยือนจนถึงวินาทีที่เดินทางกลับ

“เรามุ่งมั่นที่จะส่งต่อความสุขและความสงบจากภายใน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับยุคนี้ ยุคที่มีข่าวสารมากมายรายวัน ยุคแห่งการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล ซึ่งเกิดผลกระทบกับร่างกายของเราโดยไม่รู้ตัว เกิดความเครียดสะสม ที่นี่จึงเป็นคำตอบของการพักผ่อน ให้เราหลีกเร้นจากโลกภายนอกมาหาความสงบทั้งภายนอกและภายใน” ดร.ดวงวรรณกล่าว

ทำเลของ The Soul Resort ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ใช้เวลาเดินทางราว 1.30-2 ชั่วโมง ก็ได้สัมผัสกับธรรมชาติที่เหมือนอยู่ไกลเมืองหลายร้อยกิโลเมตร โดยตัวรีสอร์ตอยู่ใกล้กับเขาพระพุทธบาทน้อย จ.สระบุรี โอบล้อมไปด้วยขุนเขาที่เคยเป็นพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่ง ดร.ดวงวรรณ บอกว่านั่นทำให้ที่ตั้งของรีสอร์ตเรียกได้ว่าเป็นที่ที่จะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์
พลันที่รถจอดหน้ารีสอร์ต เชื่อว่าผู้เดินทางน่าจะได้สัมผัสความสวยงามของงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในของที่นี่ ซึ่งสะท้อนสุนทรียภาพภายเดียวกับจิตวิญญาณ ภายใต้แนวคิด “Best of East meets Best of West” ที่หยิบยกความสง่างามของศิลปะตะวันออกมาบรรจบกับความโก้หรูสไตล์นีโอคลาสสิกของตะวันตกได้อย่างไร้รอยต่อ

ตัวอาคารโถงล็อบบี้ ออกแบบให้เป็นสไตล์โค้งมนแบบตะวันตก ประดับด้วยม่านสีแดงผืนใหญ่สะดุดตา ส่วนตัวอาคารห้องพักโดดเด่นด้วยหลังคาไทยประยุกต์ที่มีเส้นสายลาดเอียงอย่างมีชั้นเชิง สร้างมิติทางสายตาที่สูงต่ำไม่เท่ากันจนเกิดเป็นความงามที่กลมกลืนไปกับแนวทิวเขาหินปูน

ขณะที่ภายในห้องพักทั้ง 35 ห้อง ตั้งแต่ห้อง Pristine Deluxe ไปจนถึง The Soul Suites ถูกตกแต่งอย่างละเมียดละไมด้วยผ้าไหมแท้สีเขียวปีกแมลงทับเพื่อเติมความชุ่มชื่นให้แก่จิตใจ พร้อมงานศิลปะวาดมือลายดอกโบตั๋นและภาพวาดอะคริลิกที่งดงามราวกับงานศิลป์ชิ้นเอก

โดยทุกห้องยังจัดวางมุมนั่งสมาธิและเปิดรับวิวภูเขาแบบพาโนรามา เพื่อให้ทุกช่วงเวลาของการพักผ่อนเป็นการเดินทางกลับเข้าสู่ความสงบภายในอย่างแท้จริง
หัวใจของการเยือนที่นี่คือประสบการณ์การบำบัดแบบองค์รวม (Holistic Healing) ที่ถูกออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเวลเนสโดยเฉพาะ เริ่มต้นจากการเชื่อมต่อกับพลังธรรมชาติผ่านโปรแกรม Digital Detox Retreat และการเดินสมาธิแบบ Walking Meditation ท่ามกลางขุนเขาและผืนหญ้าอันแสนชุ่มฉ่ำ เพื่อถ่ายเทประจุพลังงานลบและกราวนด์ดิ้งลงสู่พื้นดิน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอย่าง Ice Bath ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ หรือการบำบัดด้วยคลื่นเสียง Crystal Bowl Sound Healing ที่ช่วยปรับคลื่นสมองให้เข้าสู่สภาวะผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง

การรีเซ็ตกายใจของ The Soul Resort ยังรวมไปถึง Mindful Pinto Lunch ซึ่งเป็นการฝึกรับประทานอาหารอย่างมีสติ และยังมีมุม Hermit Hut ให้ผู้เดินทางได้ผ่อนคลายเอนตัวลงอ่านหนังสือ หรือใช้เวลาส่วนตัวได้อย่างไม่ต้องเร่งรีบ เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสประสบการณ์การ Healing อย่างแท้จริง ไม่เพียงเท่านั้น ที่นี่ยังใช้เป็นที่จัดกิจกรรมโยคะยามเช้าอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม Mindful Camp สำหรับเด็กๆ ได้ฝึกสติ พัฒนาจิตใจและรู้เท่าทันอารมณ์ ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญของความสุขในครอบครัว

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสำรวจธรรมชาติ The Soul Escape จะพาคุณไปสัมผัสเสน่ห์ของเทือกเขาหินปูนอายุกว่า 270 ล้านปี ขุมสมบัติทางธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์และเป็นแหล่งอาศัยของพืชพรรณดึกดำบรรพ์และสัตว์หายากอย่างต้นปรงสระบุรีพันปีและเลียงผา
นอกจากการบำบัดทางกายแล้ว สุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนยังครอบคลุมไปถึงมิติด้านรสชาติและสีสัน ณ ห้องอาหาร พิมพิมาน (Pim-Piman Restaurant) ที่ยกระดับอาหารไทยตำรับดั้งเดิมและอาหารนานาชาติร่วมสมัยอย่างมีชั้นเชิง ท่ามกลางการตกแต่งที่เชิดชูอัตลักษณ์ไทยอย่างโคมไฟร้อยมาลัยและชฎาที่จัดแสดงไว้อย่างโดดเด่น
ขณะที่ The Harmony Library and Tearoom มอบประสบการณ์ Color Therapy ผ่านศาสตร์แห่งสีบำบัด อาทิ สีเขียวที่มอบความสงบผ่อนคลาย และสีเหลืองที่เติมความมีชีวิตชีวา เพื่อปรับสมดุลธาตุในร่างกายด้วยพลังจากธรรมชาติ

และเมื่อยามอาทิตย์อัสดงมาถึง Petra Dining and Pool Bar จะกลายเป็นจุดรวมสายตาที่ให้คุณได้ดื่มด่ำกับดินเนอร์สุดพิเศษและเครื่องดื่มรสเลิศ ท่ามกลางท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนสี และเมื่อราตรีมาถึง ท้องฟ้าก็พรั่งพรูด้วยหมู่ดาวแบบ 360 องศา ราวกับผืนฟ้าทั้งหมดมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว

ในโซนนี้ยังมี Pimdheva Spa สปาที่งดงามบน Sky Deck นำเสนอ Signature Program โปรแกรมการนวดต้นตำรับแบบไทยผสานศาสตร์การดูแลสุขภาพจากยุโรป รวมถึง Digital Detox ที่ช่วยผ่อนคลายการปลดปล่อยประจุไฟฟ้าลบและของเสียออกจากร่ายกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยออฟฟิศซินโดรม
การมาเยือน The Soul Resort สระบุรี จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนสถานที่นอน แต่คือการเดินทางมาเพื่อชาร์จพลังงานดีๆ และปรับสมดุลให้กับจิตวิญญาณ พร้อมออกไปสัมผัสเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวโดยรอบอย่างหอมนสิการ วัดป่าสว่างบุญ หรืออุทยานแห่งชาติเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ที่พร้อมให้คุณได้สำรวจวิถีธรรมชาติและชุมชนอย่างครบถ้วน เพื่อให้ทุกวินาทีในสระบุรีคือการเติมเต็มความสุขที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้กับตนเอง

ภาพ: The Soul Resort สระบุรี
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ดร.เอมอร โคพีร่า “MINDAI” สัมผัสลมหายใจบำบัดจิต
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

