Patek Philippe เปิดตัว Reference 6105G-001 Celestial Sunrise and Sunset หนึ่งในไฮไลต์ของงาน Watches and Wonders 2026 พร้อมสร้างหมุดหมายใหม่ให้กับวงการเรือนเวลาชั้นสูง ด้วยการเป็นนาฬิกาข้อมือ Grand Complication เรือนแรกของแบรนด์ที่สามารถแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ พร้อมผสานฟังก์ชันดาราศาสตร์อันซับซ้อนเข้าไว้ในเรือนเดียว สนนราคาประมาณ 15 ล้านบาท
Reference 6105G-001 ถือเป็นการต่อยอดจาก Celestial Reference 6102 ที่ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในนาฬิกาดาราศาสตร์ที่โดดเด่นที่สุดของ Patek Philippe โดยเพิ่มฟังก์ชันใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในนาฬิกาข้อมือของแบรนด์ นั่นคือการแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกสำหรับเมืองเจนีวา ผ่านกลไกที่ใช้เวลาพัฒนานานกว่า 5 ปี และมีการยื่นจดสิทธิบัตรถึง 6 ฉบับ เพื่อให้การแสดงผลทางดาราศาสตร์และการบอกเวลาทำงานสอดประสานกันอย่างแม่นยำ

ตลอดประวัติศาสตร์ของ Patek Philippe นาฬิกาที่มาพร้อมฟังก์ชันดาราศาสตร์ถือเป็นหนึ่งในผลงานระดับมาสเตอร์พีซของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Star Caliber 2000, Sky Moon Tourbillon หรือ Celestial ต่างสะท้อนความเชี่ยวชาญในการผสานศาสตร์แห่งการบอกเวลากับองค์ความรู้ด้านดาราศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน ขณะที่ฟังก์ชันแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกนั้น ก่อนหน้านี้มักปรากฏเฉพาะในนาฬิกาพกแบบสั่งทำพิเศษหรือเรือนเวลาระดับอัลตร้าคอมพลิเคชันที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัด

การมาถึงของ Reference 6105G-001 จึงนับเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ เพราะเป็นครั้งแรกที่ Patek Philippe นำกลไกระดับตำนานนี้มาสู่รูปแบบนาฬิกาข้อมือ โดยยังคงรักษาขนาดและสัดส่วนของตัวเรือนให้สามารถสวมใส่ได้จริง
ความท้าทายของโครงการไม่ได้อยู่เพียงการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ แต่ยังรวมถึงการออกแบบระบบให้กลไกดาราศาสตร์ทั้งหมดทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำ โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพของกลไกหลัก
อีกหนึ่งจุดเด่นของนาฬิการุ่นนี้คือหน้าปัดที่จำลองท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือกรุงเจนีวา ผ่านระบบแผ่นคริสตัลซ้อนกัน 3 ชั้น ซึ่งหมุนด้วยอัตราความเร็วที่แตกต่างกัน เพื่อแสดงตำแหน่งของดวงดาว การโคจรของดวงจันทร์ ข้างขึ้นข้างแรม และวันที่แบบเรียลไทม์ พร้อมเติมเต็มด้วยเข็มแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ทำงานร่วมกับสเกลวันที่อย่างลงตัว จนเปลี่ยนหน้าปัดให้กลายเป็นภาพจำลองจักรวาลขนาดย่อมบนข้อมือผู้สวมใส่

Patek Philippe ยังพัฒนาระบบปรับเวลา summer time และ winter time แบบใหม่ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเวลาเดินหน้าหรือถอยหลังได้ 1 ชั่วโมง โดยข้อมูลเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกจะปรับตามโดยอัตโนมัติ แตกต่างจากนาฬิกาดาราศาสตร์ทั่วไปที่มักต้องตั้งค่าฟังก์ชันเหล่านี้ใหม่ทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนเวลา

ภายในตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติรุ่นใหม่ Caliber 240 C LU CL LCSO ซึ่งพัฒนาต่อยอดจากตระกูล Caliber 240 อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ แม้จะเพิ่มชิ้นส่วนเป็น 426 ชิ้น หรือมากกว่ารุ่นก่อนถึง 121 ชิ้น แต่วิศวกรยังสามารถรักษาความบางของกลไกไว้ได้ โดยมีความหนาเพียง 7.93 มิลลิเมตร พร้อมติดตั้งไมโครโรเตอร์ทองคำ 22K และผ่านมาตรฐาน Patek Philippe Seal ที่กำหนดค่าความคลาดเคลื่อนของเวลาไว้เพียง -1/+2 วินาทีต่อวัน

ตัวเรือนผลิตจากไวท์โกลด์ขนาด 47 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยดีไซน์ลวดลายรูปตัว X รอบตัวเรือน พร้อมเม็ดมะยมแยกการควบคุมระหว่างการตั้งเวลาปกติและฟังก์ชันดาราศาสตร์ รวมถึงระบบล็อกแบบ Bayonet ที่ช่วยป้องกันการปรับค่าผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ ขณะที่สายวัสดุคอมโพสิตสีดำได้รับการออกแบบให้เชื่อมต่อกับตัวเรือนอย่างไร้รอยต่อ เพื่อเพิ่มความสบายในการสวมใส่แม้ตัวเรือนจะมีขนาดใหญ่

การเปิดตัว Reference 6105G-001 จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มฟังก์ชันใหม่ให้กับนาฬิกา Grand Complication แต่ยังสะท้อนแนวคิดของ Patek Philippe ที่ผลักดันขีดจำกัดของศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการผสานวิศวกรรมจักรกลจุลภาค ความแม่นยำทางดาราศาสตร์ และงานฝีมือชั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน จนกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่โดดเด่นที่สุดของ Watches and Wonders 2026 และตอกย้ำสถานะของแบรนด์ในฐานะผู้สร้างสรรค์นาฬิกาที่ซับซ้อนที่สุดรายหนึ่งของโลก

ภาพ: Patek Philippe
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Patek Philippe เผยโฉม เรือนเวลาใหม่ 20 รุ่น พร้อมด้วย Nautilus รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ในงาน Watches & Wonders 2026
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine


