Patek Philippe เผยโฉม เรือนเวลาใหม่ 20 รุ่น พร้อมด้วย Nautilus รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ในงาน Watches & Wonders 2026

Patek Philippe เผยโฉม เรือนเวลาใหม่ 20 รุ่น พร้อมด้วย Nautilus รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น ในงาน Watches & Wonders 2026

FORBES THAILAND / ADMIN
05 May 2026 | 04:28 PM
READ 818

Patek Philippe กลับมาตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งในโลกนาฬิกาชั้นสูงอีกครั้งในงาน Watches & Wonders 2026 ในฐานะผู้สืบทอดประวัติศาสตร์และองค์ความรู้ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน แบรนด์เรือนเวลาจากเจนีวาแห่งนี้ยังคงสานต่อมาตรฐานอันเป็นเลิศ ที่ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ได้หล่อเลี้ยงนวัตกรรมทางเทคนิค และผลงานแต่ละชิ้นล้วนผสานความสมบูรณ์แบบทางสุนทรียศาสตร์เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกลไกได้อย่างลงตัว


    เพื่อสานต่อเจตนารมณ์แห่งการพัฒนานวัตกรรม ในปีนี้ Patek Philippe ได้เผยโฉมเรือนเวลารุ่นใหม่ที่สะท้อนถึงพลังอันแข็งแกร่งและความเชี่ยวชาญอันล้ำลึกของแบรนด์ ความเป็นเลิศทางเทคนิคถูกถ่ายทอดให้เห็นอย่างเด่นชัด โดยเฉพาะในนาฬิกาข้อมือ Grand Complication รุ่นแรกของ Patek Philippe ที่สามารถแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ ตามด้วย Grand Complication รุ่นแรกในคอลเลคชั่น Cubitus และ Grand Complication ที่มาพร้อมฟังก์ชันตั้งปลุกแบบ 24 ชั่วโมง

    นอกจากนี้ ธรรมเนียมแห่งงานหัตถศิลป์ที่หาชมได้ยาก (Rare Handcrafts) และกลไกสลับซับซ้อนตามแบบฉบับเจนีวา ยังเป็นที่จับตามอง ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาข้อมือกลไก Automaton รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของแบรนด์ ผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาพกรุ่นพิเศษที่จัดแสดงอยู่ใน Patek Philippe Museum ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นโดย Louis Cottier ในปี 1958 และสามารถบอกเวลาเป็นชั่วโมงและนาทีได้เมื่อต้องการ

    เฉกเช่นปีที่ผ่านๆ มา ผลงานรุ่นใหม่นี้ยังนำเสนอการตีความที่งดงามประณีตในอีกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งสัมผัสแห่งสุนทรียภาพ ความสง่างาม และความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ ได้ถูกหลอมรวมอยู่ในทุกรายละเอียด

    นอกเหนือจากนี้ ปี 2026 ยังเป็นวาระสำคัญที่ Patek Philippe จะเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ให้กับคอลเลคชั่น Nautilus คอลเลคชั่นสปอร์ตหรูระดับไอคอน ด้วยเรือนเวลารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น 4 รุ่นใหม่ล่าสุด


ที่สุดแห่งนวัตกรรม Grand Complications

    นาฬิกากลไกสลับซับซ้อน (Complicated watches) ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นของ Patek Philippe ย่อมก้าวขึ้นมาเป็นไฮไลต์สำคัญอย่างไม่ต้องสงสัย โดยผลงานคอลเลคชั่นประจำปี 2026 ได้เผยให้เห็นถึงความเป็นเลิศและความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์อีกครั้ง ผ่านนวัตกรรมทางเทคนิคสุดล้ำที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนหลากหลายรูปแบบ

    เพื่อเป็นการสานต่อธรรมเนียมอันยิ่งใหญ่ของ Patek Philippe ในการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่มาพร้อมฟังก์ชันดาราศาสตร์ Ref. 6105-001G ได้นำเสนอการตีความนวัตกรรมของนาฬิกาประเภทนี้ในมุมมองใหม่ โดยมาในตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 47 มิลลิเมตร กับดีไซน์โมเดิร์นอันโดดเด่น พร้อมด้วยหน้าปัดแสดงแผนที่ท้องฟ้า (Sky chart) ตามที่มองเห็นได้จากเมืองเจนีวา และถือเป็นนาฬิกาข้อมือรุ่นแรกของแบรนด์ที่สามารถแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้


Ref. 6105-001G


    กลไก Caliber 240 C LU CL LCSO ขับเคลื่อนด้วยระบบอัจฉริยะที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งช่วยให้สามารถปรับตั้งเวลาไปพร้อมๆ กับเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ในคราวเดียวในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนเวลา Summer Time และ Winter Time กลไกไขลานอัตโนมัตินี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่ทางแบรนด์ใช้เวลาพัฒนากว่า 5 ปี และนำไปสู่การจดสิทธิบัตร 6 ฉบับ

    เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จ Patek Philippe ได้ยกระดับคอลเลคชั่น Cubitus ขึ้นไปอีกขั้นด้วยนาฬิกากลไก Grand Complication รุ่นแรกของคอลเลคชั่น เรือนเวลา Cubitus Perpetual Calendar รุ่น Ref. 5840P-001 ถือเป็นการหลอมรวมกลไกบอกเวลาชั้นสูงเข้ากับดีไซน์โมเดิร์นที่ดูโฉบเฉี่ยว นำเสนอผ่านตัวเรือนแพลทินัมขนาด 45 มิลลิเมตร

Ref. 5840P-001


    จุดเด่นอยู่ที่หน้าปัดฉลุโปร่งสีน้ำเงินซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์ลายเส้นแนวนอนของ Cubitus เอาไว้ งานฉลุร่องเส้นสายอย่างประณีตนี้ช่วยสร้างมิติและเผยให้เห็นรายละเอียดความงามของแท่นเครื่องและสะพานจักรที่อยู่ภายใน ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกลไกสเกเลตันรูปทรงสี่เหลี่ยม Caliber 28-28 Q SQU

Ref. 5322G


    นอกจากนี้ Patek Philippe ยังดึงเอาฟังก์ชันตั้งปลุกกลับมาเป็นจุดเด่นอีกครั้ง นาฬิกา Ref. 5322G ใหม่นี้มาพร้อมระบบตั้งปลุก 24 ชั่วโมงและฟังก์ชันแสดงวันที่ ทำให้การแจ้งเตือนเวลานัดหมายหรือช่วงเวลาพิเศษเป็นเรื่องง่าย

    โมเดลนี้โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดูทันสมัย นำเสนอผ่านตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 41 มิลลิเมตร ที่เพิ่มความหรูหราด้วยการสลักลายกิโยเช่ Clous de Paris ที่ขอบข้างตัวเรือน จับคู่กับหน้าปัดแล็กเกอร์แบบมีเท็กซ์เจอร์ที่ไม่เพียงดูทันสมัยแต่ยังมองเห็นเวลาได้ชัดเจน ระบบตั้งปลุกของกลไกไขลานอัตโนมัติรุ่นนี้ให้เสียงเตือนที่ไพเราะและหรูหรา ผ่านการทำงานของค้อนที่ตีลงบนกริ่ง (Gong) ตามแบบฉบับดั้งเดิม


ตีความใหม่ให้กับกลไกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Patek Philippe

    Patek Philippe นำเสนอคอลเลคชั่นที่เต็มไปด้วยกลไกอันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ในรูปโฉมที่ทันสมัยขึ้น โมเดลเด่นอย่าง Ref. 7047G-001 ได้ผสมผสานกลไก Minute Repeater ซึ่งตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้าน Grand Complications เข้ากับตัวเรือน Calatrava ดีไซน์ร่วมสมัยในวัสดุไวท์โกลด์ขนาด 38 มิลลิเมตร และหน้าปัดสีเนวีบลู

Ref. 7047G-001


    ดีเทลตรงกลางหน้าปัดเล่นลวดลายคาร์บอนแบบนูนที่ได้แรงบันดาลใจจากรุ่นเฉลิมฉลองตัวเรือนสตีล Ref. 6007 ในปี 2019 (รุ่นฉลองเปิดโรงงาน PP6) สำหรับกลไกการทำงานของนาฬิกา Minute Repeater สไตล์ Urban เรือนนี้ ขับเคลื่อนด้วยคาลิเบอร์ R 27 PS แบบไขลานอัตโนมัติ ที่มาพร้อมจุดเด่นเรื่องความบางของตัวเครื่องเพียง 5.05 มิลลิเมตร

Ref. 5374/400P-001


    เมื่อศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง (Haute Horlogerie) และศิลปะแห่งอัญมณีชั้นสูง (Haute Joaillerie) มาบรรจบกัน ได้ก่อเกิดเป็นนาฬิกา Ref. 5374/400P-001 ซึ่งมาพร้อมกลไก Perpetual Calendar และ Minute Repeater โดดเด่นด้วยตัวเรือนแพลทินัมที่รับกับหน้าปัดเปลือกหอยมุกจากบาหลีอย่างลงตัว

    นาฬิกา Grand Complication รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Caliber R 27 Q และโชว์ความตระการตาด้วยการประดับพาราอิบาทัวร์มาลีน (Paraiba tourmaline) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอัญมณีที่ล้ำค่าและหายากที่สุดในโลก ทั้งนี้ ด้วยความซับซ้อนทางเทคนิคระดับสูงบวกกับความหายากของอัญมณีที่นำมาใช้ นาฬิการุ่นนี้จึงถูกจำกัดการผลิตไว้เพียง 8 เรือนเท่านั้น


Ref. 5204G-010


    Patek Philippe หยิบเอาโมเดลระดับตำนานที่มาพร้อมฟังก์ชัน Split Seconds Chronograph และ Perpetual Calendar มาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งใน Ref. 5204G-010 เวอร์ชั่นใหม่นี้มาในตัวเรือนไวท์โกลด์สุดหรู รับกับหน้าปัดสีน้ำเงินเนวีบลูปัดลายซันเบิสต์ที่เล่นแสงอย่างสวยงาม ความน่าสนใจอยู่ที่การเปลี่ยนมาใช้สายคอมโพสิตสีน้ำเงินเนวีบลูพิมพ์ลายผ้า (Textile motif) พร้อมเย็บด้ายสีแดงตัดกัน ซึ่งช่วยปรับลุคให้นาฬิกาที่ขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber CHR 29-535 PS Q เรือนนี้ดูเป็นนาฬิกาสปอร์ตที่โฉบเฉี่ยวและสมบูรณ์แบบ

Ref. 5236P-011


    อีกหนึ่งกลไกสลับซับซ้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Patek Philippe อย่าง In-line Perpetual Calendar ได้รับการตีความใหม่อีกครั้งใน Ref. 5236P-011 ที่มาพร้อมความเรียบหรูเหนือกาลเวลาของตัวเรือนแพลทินัมและหน้าปัดสีเงินประกายเงางาม ความยอดเยี่ยมของนาฬิกาเรือนนี้อยู่ที่การแสดงผลแบบจดสิทธิบัตร ซึ่งรวมหน้าต่างแสดงวัน วันที่ และเดือนไว้ในช่องหน้าต่างขนาดใหญ่เพียงช่องเดียวที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา โดยอาศัยการทำงานของกลไก Ultra-flat Caliber 31-260 PS QL ที่บางเฉียบเป็นพิเศษพร้อมไมโครโรเตอร์ทำจากแพลทินัม

Ref. 5270P-015


    นอกจากนี้ Patek Philippe ยังได้นำนาฬิกาโครโนกราฟ Perpetual Calendar ระดับตำนานอย่าง Ref. 5270 มานำเสนอใน 3 เวอร์ชั่นใหม่บนตัวเรือนแพลทินัมที่ผสานความสง่างามและความทันสมัยเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย Ref. 5270P-015 ที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดแล็กเกอร์สีเทาชาร์โคลไล่เฉดดำขอบนอก Ref. 5270P-016 ในเวอร์ชั่นหน้าปัดแล็กเกอร์สีน้ำเงินไล่เฉดดำ และ Ref. 5270P-017 ที่สะดุดตาด้วยหน้าปัดแล็กเกอร์สีแดงไล่เฉดดำ

Ref. 5270P-016


    โดยทั้งสามรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber CH 29-535 PS Q ที่รวมโครงสร้างแบบดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมจดสิทธิบัตรถึง 6 รายการในส่วนของระบบโครโนกราฟ

Ref. 5270P-017


    Patek Philippe นำเสนอนาฬิกากลไกไขลานอัตโนมัติ Annual Calendar รุ่นยอดนิยมอย่าง Ref. 5396 ในรูปลักษณ์ใหม่ที่คลาสสิกและสง่างาม โดยความอบอุ่นของตัวเรือนโรสโกลด์ได้หลอมรวมเข้ากับหน้าปัดสีเบจทราย (Sand-beige) ขัดลายซันเบิร์สต์ที่เปล่งประกายได้อย่างเป็นธรรมชาติ นาฬิกา Ref. 5396R-016 นี้ยังคงขับเคลื่อนด้วยกลไก Annual Calendar อันชาญฉลาดที่ Patek Philippe ได้สร้างสรรค์และจดสิทธิบัตรไว้เมื่อปี 1996

Ref. 5396R-016


    ในขณะเดียวกัน แบรนด์ยังได้เผยโฉมฟังก์ชัน Annual Calendar อีกหนึ่งเวอร์ชั่นใน Ref. 4946G-001 ซึ่งมาในตัวเรือนไวท์โกลด์พร้อมลุคที่ดูสดใสและโมเดิร์นยิ่งขึ้น หน้าปัดสีเทาอมฟ้าโดดเด่นด้วยการขัดลายซาติน (Satin-brushed) ตัดไขว้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน มอบสัมผัสที่ชวนให้นึกถึงประกายเงางามของผ้าไหมชานตุง จับคู่มากับสายหนังลูกวัวสีเทาอมฟ้าพิมพ์ลายเดนิมและเดินตะเข็บด้ายสีขาวตัดกันอย่างลงตัว ส่วนฝาหลังกรุคริสตัลแซฟไฟร์ยังเปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่ได้ชื่นชมความงามของกลไก Caliber 26-330 S QA LU ได้อย่างใกล้ชิด

Ref. 4946G-001


    ปิดท้ายด้วยผลงานจาก Patek Philippe ที่ได้นำนาฬิกาฟังก์ชันสำหรับนักเดินทางระดับไอคอนมาเผยโฉมในดีไซน์ที่เจิดจรัส โดยจับคู่ตัวเรือนเยลโลว์โกลด์เข้ากับหน้าปัดแล็กเกอร์สีแดงคาร์มีน (Carmine-red) อันโดดเด่น ซึ่งเพิ่มความวิจิตรด้วยการสลักลวดลายกิโยเช่ "vieux panier" หรือลายสานตะกร้าด้วยมืออย่างประณีต

Ref. 7129J-001


    นาฬิกา Ref. 7129J-001 รุ่นนี้ ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติ Caliber 240 HU ที่มาพร้อมระบบกลไกอัจฉริยะซึ่งจดสิทธิบัตรเมื่อปี 1999 ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถปรับการแสดงเวลาแบบ World Time ทั้งหมดได้พร้อมกันอย่างง่ายดาย เพียงแค่กดปุ่มที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา


ความซับซ้อนภายใต้ความเรียบง่าย

    นาฬิกาในกลุ่มที่มักถูกขนานนามว่าเป็นรุ่น "เรียบง่าย" (Simple watches) มีตัวเลือกที่หลากหลายและเติมเต็มคอลเลคชั่นให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยผลงานรุ่นใหม่เหล่านี้ได้สะท้อนถึงความร่วมสมัย ความประณีตขั้นสูง และความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ออกมาได้อย่างเด่นชัด

Ref. 5227G-015


    คอลเลคชั่น Calatrava ซึ่งถือเป็นแก่นแท้แห่งความสง่างามเหนือกาลเวลา ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่อย่าง Ref. 5227 ที่พร้อมจะมาสะกดใจเหล่าผู้หลงใหลในความคลาสสิก ดีไซน์อันเรียบหรูของ Ref. 5227G-015 ใหม่นี้ เป็นการผสมผสานตัวเรือนไวท์โกลด์ขัดเงาทั้งเรือนขนาด 39 มิลลิเมตร เข้ากับขอบตัวเรือนทรงเว้าและขาตัวเรือนแบบโค้งเว้าเซาะร่อง หน้าปัดสีโรสโกลด์โอปอลีนถูกเพิ่มความโดดเด่นด้วยหลักชั่วโมงทรงกระสุน (Obus) และเข็มนาฬิกาทรง Dauphine แบบมีเหลี่ยมมุม ซึ่งทั้งหมดรังสรรค์ขึ้นจากไวท์โกลด์เคลือบสีเทาชาร์โคล

Ref. 5227G-015


    ความพิเศษของตัวเรือนสไตล์ "Officer" คือฝาหลังคริสตัลแซฟไฟร์ที่ถูกปกป้องด้วยฝาปิดกันฝุ่นแบบบานพับซ่อนรูป ให้ผู้สวมใส่ได้ชื่นชมกลไกไขลานอัตโนมัติ Caliber 26-330 S C ที่มาพร้อมหน้าต่างแสดงวันที่และเข็มวินาทีกลางหน้าปัด ปิดท้ายความสมบูรณ์แบบด้วยสายหนังจระเข้สีน้ำตาลช็อกโกแลตเงางามและหัวเข็มขัดไวท์โกลด์

Ref. 7200/50G-001


    สำหรับ Ref. 7200/50G-001 และ 7200/50G-012 ทาง Patek Philippe ได้นำเสนอนาฬิกา Calatrava สำหรับสุภาพสตรีในสองเวอร์ชั่นที่เปล่งประกายงดงาม ตัวเรือนสไตล์ "Officer" วัสดุไวท์โกลด์ขนาด 34.6 มิลลิเมตร มีให้เลือกทั้งแบบหน้าปัดสีเบจทรายขัดลายซันเบิร์สต์ ที่มาพร้อมสายหนังลูกวัวสีเข้ากัน

7200/50G-012


    หรือจะเป็นเวอร์ชั่นหน้าปัดสีไอซ์บลูขัดลายซันเบิร์สต์ที่จับคู่กับสายหนังจระเข้เคลือบมุกสีไอซ์บลูอย่างลงตัว ภายในของทั้งสองโมเดลขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติแบบบางพิเศษ Caliber 240 พร้อมมินิโรเตอร์เยื้องศูนย์ที่ทำจากทองคำ 22K ซึ่งนวัตกรรมนี้เองที่ช่วยให้ตัวเรือนมีความเพรียวบางเฉียบเพียง 7.37 มิลลิเมตรเท่านั้น

Ref. 5738G-001


    Patek Philippe ขยายคอลเลคชั่นด้วยการเพิ่มตัวเลือกใหม่ให้กับเรือนเวลาสุดหรูอย่าง Golden Ellipse ถึงสองรุ่น ได้แก่ Ref. 5738G-001 ในไซส์ Jumbo (34.50 x 39.50 มิลลิเมตร) และ Ref. 3738G/100G-014 ในไซส์ Medium (31.1 x 35.6 มิลลิเมตร) ที่หวนกลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้ง

Ref. 3738G/100G-014


    นาฬิกาทั้งสองโมเดลมาในตัวเรือนไวท์โกลด์ที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเขียวมะกอกขัดลายซันเบิร์สต์ มอบมิติความลึกและประกายสะท้อนที่สะกดทุกสายตา การประดับหลักชั่วโมงทรงบาตอง และเข็มนาฬิกาทรงเชอโว (Cheveux) วัสดุไวท์โกลด์ เป็นการสืบทอดสุนทรียศาสตร์จาก Golden Ellipse ยุค 1970s ซึ่งรุ่นแรกได้เปิดตัวไปเมื่อปี 1968

    ความงามที่ไร้กาลเวลาและเส้นสายอันกลมกลืนของตัวเรือนถูกขับเน้นให้เด่นชัดยิ่งขึ้นด้วยสายหนังลูกวัวเคลือบเงาสีเขียวมะกอกที่เย็บตะเข็บด้ายสีครีมตัดกัน พร้อมหัวเข็มขัดไวท์โกลด์ ภายในบรรจุกลไกออโตเมติกแบบบางพิเศษ Caliber 240 ที่มาพร้อมไมโครโรเตอร์ทองคำ 22K ช่วยให้ตัวเรือนมีความบางเฉียบเพียง 5.99 มิลลิเมตร ทำให้เรือนเวลาเหล่านี้ครองตำแหน่งนาฬิกาที่บางที่สุดในคอลเลคชั่นปัจจุบันของ Patek Philippe


ชุบชีวิตสมบัติชิ้นเอกของ Patek Philippe Museum ในแบบฉบับร่วมสมัย

    Patek Philippe ยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสืบสานและต่อยอดธรรมเนียมการประดิษฐ์เรือนเวลาอันยิ่งใหญ่แห่งเจนีวาให้คงความมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ผ่านการเผยโฉมผลงานชิ้นเอกที่หลอมรวมงานหัตถศิลป์ที่หาชมได้ยาก (Rare Handcrafts) เข้ากับสุดยอดกลไกบอกเวลาสลับซับซ้อนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    นาฬิกา Ref. 5249R-001 เป็นการนำหนึ่งในผลงานชิ้นเอกอันล้ำค่าจากพิพิธภัณฑ์ของแบรนด์มาตีความใหม่ นั่นคือนาฬิกาพกที่สามารถบอกชั่วโมงและนาทีได้เมื่อต้องการ ซึ่งประดิษฐ์ขึ้นโดย Louis Cottier ในปี 1958 เรือนเวลาสุดหายากที่นำเสนอการบอกเวลาอันงดงามดั่งบทกวีนี้ ถือเป็นนาฬิกากลไก Automaton รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ยุคปัจจุบันของเมซง และเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้กับนาฬิกาข้อมือของ Patek Philippe

Ref. 5249R-001


    กลไกการเคลื่อนไหวบอกเวลาอันน่าหลงใหลนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานเรื่อง The Crow and the Fox ของ Jean de La Fontaine โดยเรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดลงบนตัวเรือนสไตล์ "Officer" พร้อมหน้าปัดโรสโกลด์ภายใต้พื้นผิวสีน้ำตาลโอปอลีนเฉด “Matara” ที่ทำหน้าที่เป็นฉากหลังได้อย่างวิจิตรบรรจง


50 ปีแห่งความสำเร็จของไอคอนสปอร์ตหรู

    Patek Philippe ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่ง Nautilus หนึ่งในคอลเลคชั่นแฟล็กชิปของแบรนด์ในปี 2026 ด้วยการนำเสนอภาพลักษณ์สปอร์ตหรูในมุมมองใหม่ ที่เน้นย้ำถึงดีเอ็นเอดั้งเดิมของงานออกแบบ ฟีเจอร์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตลอดจนความประณีตละเอียดอ่อนของตัวเรือน โดยไอคอนแห่งวงการนาฬิการุ่นนี้จะมาพร้อม 4 โมเดลใหม่ล่าสุด ซึ่งแต่ละรุ่นจะผลิตขึ้นแบบจำกัดจำนวนในฐานะนาฬิการุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น

Ref. 5810/1G-010


    ไฮไลต์ของคอลเลคชั่นนี้เริ่มต้นที่นาฬิกาขนาด Jumbo ไซส์ 41 มิลลิเมตร สองรุ่นในตัวเรือนไวท์โกลด์ ได้แก่ Ref. 5810/1G-010 ที่จับคู่กับสายโลหะ และ Ref. 5810G-001 ที่มาพร้อมสายคอมโพสิต ตามมาด้วยรุ่น Ref. 5610/1P-001 ซึ่งนำเสนอเสน่ห์อันน่าหลงใหลผ่านตัวเรือนและสายแพลทินั่มขนาด 38 มิลลิเมตร

Ref. 5810G-001


    นาฬิกาทั้งสามรุ่นนี้แสดงเวลาเป็นชั่วโมงและนาที โดยดึงดูดสายตาด้วยความประณีตและรูปทรงตัวเรือนที่บางเฉียบ จากการทำงานของกลไกไขลานอัตโนมัติแบบบางพิเศษ Caliber 240 ซึ่งเป็นกลไกประวัติศาสตร์ที่เปิดตัวในปี 1977 ตามหลังการเปิดตัว Nautilus รุ่นแรกเพียงหนึ่งปี

Ref. 5610/1P-001


    ปิดท้ายคอลเลคชั่นด้วยการสดุดีดีไซน์อันแหวกแนวที่เป็นเสมือนขบถแห่งยุค 1970s ด้วยการนำเสนอนาฬิกาตั้งโต๊ะ Nautilus ที่งดงามอลังการในรหัส Ref. 958G-001 ตัวเรือนไวท์โกลด์ โดยมาพร้อมกับกลไก 8-Day caliber

Ref. 958G-001



คอลเลคชั่น Rare Handcrafts งานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่า

    ในปีนี้ Patek Philippe ยังคงสืบทอดธรรมเนียมการนำเสนอคอลเลคชั่นสุดพิเศษที่รวบรวมผลงานแบบ One-of-a-kind และลิมิเต็ดอิดิชั่นไว้อย่างครบครัน ทั้งนาฬิกาตั้งโต๊ะทรงโดม นาฬิกาพก และนาฬิกาข้อมือ โดยผลงานแต่ละชิ้นล้วนเป็นพื้นที่จัดแสดงศิลปะ Rare Handcrafts ขั้นสูงสุดของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นศาสตร์แห่งการทำเอนาเมลแขนงต่างๆ ทั้ง Grand Feu cloisonné, การวาดภาพย่อส่วนบนเอนาเมล, grisaille, flinqué, paillonné และ Fauré รวมถึงความเชี่ยวชาญด้านการแกะสลักด้วยมือ งานทำกิโยเช่ด้วยมือ และศิลปะการประดับอัญมณีอันประณีต

    ผลงานระดับมาสเตอร์พีซทั้ง 65 ชิ้นนี้จะถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการ "Rare Handcrafts 2026" ซึ่งเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน ถึง 9 พฤษภาคม 2026 ณ Patek Philippe Salons (41 rue du Rhône) นครเจนีวา นิทรรศการเปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ ในเวลา 11.00 น. - 18.00 น. (เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 17.00 น.) สามารถลงทะเบียนสำรองสิทธิ์การเข้าชมล่วงหน้าทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ patek.com ได้ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2026


นิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ "Watch Art" Grand Exhibition Milan 2026

    Patek Philippe ร่วมเฉลิมฉลองธรรมเนียมการประดิษฐ์นาฬิกาอันทรงคุณค่า พร้อมมอบประสบการณ์ที่ให้ผู้เข้าชมได้ดื่มด่ำไปกับโลกและประวัติศาสตร์ของแบรนด์ใจกลางเมืองมิลาน ในนิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ "WATCH ART" ครั้งที่ 7

    โดยอิตาลีได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในฐานะตลาดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ Patek Philippe ตั้งแต่วันที่ 2 ถึง 18 ตุลาคม 2026 ผู้เข้าชมจะได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์แบบเจาะลึกในโลกของผู้ผลิตเรือนเวลาอิสระแบบครอบครัวรายสุดท้ายของเจนีวา บนพื้นที่จัดแสดงขนาด 2,500 ตารางเมตร

    งานนี้นับเป็นนิทรรศการครั้งใหญ่ที่สุดของแบรนด์ ซึ่งจะมาพร้อมกับการเปิดตัวนาฬิการุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นอีกหลากหลายโมเดล นิทรรศการจะจัดขึ้น ณ อาคารประวัติศาสตร์ CityOval (เดิมชื่อ Palazzo delle Scintille) บริเวณ Piazza Sei Febbraio โดยเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันไม่มีวันหยุด สามารถลงทะเบียนสำรองรอบเข้าชมล่วงหน้าผ่านทางช่องทางออนไลน์ได้ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน 2026 ที่เว็บไซต์ watchart2026.patek.com



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Buy Hold Sell: คำแนะนำจากกูรู นาฬิกาซ่อนเวลา นาฬิกาดำน้ำ นาฬิกาพก รุ่นไหนน่าซื้อ ถือไว้ หรือขายบ้าง

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine