KU DÉ TA โฉมใหม่ในบัญชาการของ LVMH - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Forbes Life >
  • KU DÉ TA โฉมใหม่ในบัญชาการของ LVMH

KU DÉ TA โฉมใหม่ในบัญชาการของ LVMH

Forbes Thailand / Admin
19 Aug 2014 | 3:01 pm 443

ท่ามกลางบรรยากาศฝุ่นตลบของสถานการณ์ทางการเมือง บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจสินค้าแบรนด์หรูอย่าง LVMH ยังคงเห็นประกายแสงที่ดินแดนขวานทอง เตรียมพร้อมกางแผนลงทุนเพิ่มในไทย ประเดิมด้วยเชนอุตสาหกรรมบันเทิงใจกลางสาทร

L Capital Asia บริษัทกองทุนในสังกัดของ LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton หรือที่รู้จักในชื่อ LVMH เดินหน้ารุกตลาดอาหารและเครื่องดื่มแนวไลฟ์สไตล์ในภูมิภาคเอเชีย โดยเพิ่มความหลากหลายในแบรนด์ที่ถืออยู่ด้วยการควบรวมธุรกิจแนวคอมเพล็กซ์ร้านอาหารและไนท์คลับจากสิงคโปร์ “KU DÉ TA”ที่ปัจจุบันมีอยู่เพียง 2 สาขา คือที่ Marina Bay Sands ประเทศสิงคโปร์ และที่อาคาร สาทร สแควร์ ก่อนเล็งขยายสาขาเพิ่มที่ Hong Kong ณ อาคาร California Tower รวมทั้งเมืองเอกของโลก อาทิ Dubai, Miami, Sydney, Tokyo ไปจนกระทั่งเมืองหลวงของวงการบันเทิง Los Angeles

แม้ตัวเลขการซื้อขายจะไม่ถูกเปิดเผย แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้กลุ่มทุนดังกล่าวกลายเป็นผู้ถือหุ้นหลักในKU DÉ TA ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นกว่า 50% นำมาสู่การปรับโฉมใหม่ด้วยงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ให้สถานบันเทิงระฟ้าใจกลางย่านเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนด้วยคลับรูปลักษณ์ใหม่ และเล้านจ์บาร์เปิดรับอากาศบริสุทธิ์ในเมืองหลวงบนชั้นที่ 39 ซึ่งทั้ง 2 ส่วนที่กล่าวมานั้น คาดว่าจะเปิดบริการเต็มรูปแบบได้ในช่วงกลางเดือนกันยายนและตุลาคมตามลำดับ

นอกเหนือจากทุ่มเม็ดเงินไปในกลุ่มธุรกิจบันเทิงแล้ว  L Capital Asia ยังเล็งนำร้านอาหารจากออสเตรเลียที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนมาทดลองตลาดเมืองไทยราว 3 แบรนด์ ทั้ง Charlie & Co. Burgers ร้านเบอร์เกอร์ต้นตำรับจากแดนจิงโจ้, Becasse Bakery แบรนด์ขนมอบสูตรประณีต และ Jones the Grocer เชนร้านอาหารพรีเมี่ยมที่ปัจจุบันมีสาขาใน 5 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อีกทั้งยังเล็งที่จะขยายสาขาให้เชนภัตตาคารจากสิงคโปร์อย่าง Crystal Jade ร้านอาหารจีนหลากหลายสไตล์ ทั้งฉบับกวางตุ้ง แต้จิ๋ว และเซี่ยงไฮ้

ทั้งหมดเพื่อกรุยทางไปสู่อนาคตอันสดใสในไทยแลนด์ ดินแดนที่ยังถูกปกคลุมด้วยบรรยากาศขมุกขมัวทางการเมือง

 

BACK TO TOP