ชมนาดอินเตอร์ 2025 เปิดโผ 8 นวนิยายสตรีเอเชียคุณภาพระดับสากล หมุดหมายใหม่วรรณกรรมไทย เปิดพื้นที่ “เสียงผู้หญิง” เล่าโลกผ่านตัวอักษร
เวทีวรรณกรรมระดับนานาชาติ “ชมนาดอินเตอร์” หรือ Chommanard International Women’s Literary Award 2025 เดินหน้าสู่ช่วงสำคัญ หลังประกาศรายชื่อ 8 นวนิยายสตรีจากทั่วภูมิภาคเอเชีย ที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย (Shortlist) จากผลงานที่ส่งเข้าประกวดมากกว่า 70 เรื่อง โดยมีผลงานของนักเขียนไทยติดโผถึง 3 เล่ม นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการวรรณกรรมไทยบนเวทีเอเชีย
การประกวดครั้งนี้จัดขึ้นโดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยกับการมอบรางวัลนักเขียนหญิงระดับภูมิภาคเอเชีย เพื่อเปิดพื้นที่ให้ “เสียงของผู้หญิง” ได้บอกเล่าประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง และชีวิต ผ่านวรรณกรรมร่วมสมัยที่เชื่อมโยงประสบการณ์ส่วนบุคคลเข้ากับโครงสร้างอำนาจทางสังคมอย่างลึกซึ้ง
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใช้เวลากว่า 6 เดือนในการพิจารณาผลงานอย่างเข้มข้น ก่อนคัดเลือกนวนิยาย 8 เล่มสุดท้าย ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นวรรณกรรมคุณภาพที่ควรค่าแก่การอ่าน และสะท้อนบทบาทของนักเขียนสตรีในฐานะผู้ตั้งคำถาม ท้าทายกรอบเดิม และร่วมขับเคลื่อนสังคมผ่านตัวอักษร
รสนา โตสิตระกูล นักเขียน นักแปล และนักเคลื่อนไหวทางสังคม กล่าวถึงพลังของการอ่านในฐานะเครื่องมือเสริมพลังให้ผู้หญิงว่า ในอดีตสังคมจำนวนมากเชื่อว่าไม่ควรให้ผู้หญิงอ่านหนังสือ เพราะความรู้คืออำนาจ ผู้หญิงจึงถูกกดทับให้เป็นพลเมืองชั้นรอง การอ่านสามารถเปลี่ยนโลกทัศน์และปลุกพลังการตั้งคำถาม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม แม้แต่ความคิดต่างๆ ของเธอเองหรือการเป็นนักเคลื่อนไหวสังคมก็มาจากการอ่านหนังสือ
“การอ่านของผู้หญิงมีพลังมาก ที่สำคัญผู้หญิงไม่เพียงแค่เป็นครรโภทรของโลกเท่านั้น แต่เป็นครรโภทรของสังคมใหม่ที่ยุติธรรม ของสังคมที่ดีงามเพื่อให้เป็นที่อยู่ของลูกๆ และมนุษยชาติที่มาจากเธอ จินตนาการที่ยิ่งใหญ่เหล่านี้เกิดจากผู้หญิงที่อ่านหนังสือเท่านั้น”

ด้านคณะกรรมการตัดสิน ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณศิลป์และอุตสาหกรรมหนังสือ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ยกย่องผลงานทั้ง 8 เล่มว่าเป็นนวนิยายที่ทรงพลังและมีคุณค่า
รศ.ดร.ตรีศิลป์ บุญขจร ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบ กล่าวว่า รางวัลนี้สะท้อนพลังการเล่าเรื่องของนักเขียนสตรีในอาเซียนและจีนอย่างชัดเจน งานเขียนมีความเข้มข้น ลึกซึ้ง และไม่ได้เล่าเพียงเรื่องส่วนตัว แต่เชื่อมโยงบทบาทของสตรีเข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคมและประเด็นความเท่าเทียมทางเพศอย่างทรงพลัง
ขณะที่ รศ.สุรภีพรรณ ฉัตราภรณ์ ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาภาษาและวรรณคดีตะวันตก ระบุว่า Chommanard International Women’s Literary Award ถือเป็นรางวัลแรกที่รวมนักเขียนหญิงจากอาเซียน จีน ฮ่องกง และไต้หวัน รวม 13 ประเทศ เป็นเวทีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเป็นอนาคตที่สดใสของนักเขียนสตรีในภูมิภาค รวมถึงเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมนักเขียนไทยและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน

เกศณี ไทยสนธิ นักเขียน นักแปล และคอลัมนิสต์ กล่าวว่า รางวัลชมนาดเป็นเวทีที่น่าตื่นเต้น เพราะเป็นการรวมพลังของนักเขียนหญิงจากทั้งอาเซียนและจีนอย่างแท้จริง เป็น “Woman Power” ที่พร้อมขับเคลื่อนโลกผ่านวรรณกรรม โดยทุกเล่มล้วนมีคุณภาพสูง
ด้าน ธีรภัทร เจริญสุข เลขาธิการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย มองว่า รางวัลนี้ได้รับความสนใจจากวงการหนังสือนานาชาติอย่างกว้างขวาง ทั้งในกัวลาลัมเปอร์ แฟรงก์เฟิร์ต และไทเป พร้อมย้ำว่า การมีรางวัลวรรณกรรมของสตรีเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีน คือก้าวสำคัญในการยกระดับบทบาทของผู้หญิงในโลกวรรณกรรมให้โดดเด่นและมีความหมายยิ่งขึ้น
สำหรับการคัดสรรค์ครั้งนี้ พิจารณาจากคุณค่าทางวรรณศิลป์ ความร่วมสมัย ความลุ่มลึกของเนื้อหา และพลังของเสียงผู้หญิงในบริบทเอเชียจนได้หนังสือทั้ง 8 เล่มนี้เข้ามาชิงชัยในรอบสุดท้าย มีดังต่อไปนี้
1) Tongueless
Author: Lau Yee Wa (Hong Kong) นวนิยายที่สะท้อนแรงกดดันของสังคมฮ่องกงยุคเปลี่ยนผ่าน ผ่านชีวิตของ “หลิง” ครูหญิงที่ต้องดิ้นรนท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางภาษา อำนาจ และการเมือง จากระบบการศึกษาที่หันไปยึดภาษาจีนกลางเป็นศูนย์กลาง ความสามารถในการ “พูด” จึงกลายเป็นเครื่องมือแห่งการอยู่รอดเรื่องราวเผยให้เห็นการแข่งขัน ความทะเยอทะยาน และการทรยศในพื้นที่การทำงาน พร้อมตั้งคำถามต่ออัตลักษณ์ เสรีภาพ และราคาที่ผู้หญิงต้องจ่ายเพื่อความก้าวหน้าในสังคมที่กฎเกณฑ์กำลังถูกเขียนใหม่
2) Taiwan Travelogue
Author: Yáng Shuāng-zǐ (Taiwan)นวนิยายที่เล่าเรื่องการเดินทางในไต้หวันยุคอาณานิคม ผ่านสายตาของนักเขียนหญิงชาวญี่ปุ่นและล่ามสาวชาวไต้หวัน ความสัมพันธ์อันละเอียดอ่อนระหว่างหญิงสองคนค่อยๆ เผยให้เห็นความซับซ้อนของอำนาจ อัตลักษณ์ และความใกล้ชิดส่วนตัว อาหาร การเดินทาง และบทสนทนา กลายเป็นสื่อกลางที่เชื่อมโยงความปรารถนาส่วนบุคคลเข้ากับโครงสร้างทางการเมือง นวนิยายเล่มนี้ได้รับการยกย่องอย่างสูงในไต้หวัน และชนะรางวัล Golden Tripod Award อันทรงเกียรติ
3) Chinatown
Author: Doan Anh Thuân (Vietnam) นวนิยายเชิงทดลองที่เล่าเรื่องผ่านกระแสสำนึกของหญิงชาวเวียดนามในฝรั่งเศส ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัว ความรัก การอพยพ และการเมือง ถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างซับซ้อน “ไชน่าทาวน์” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความพลัดพราก ความทรงจำ และอัตลักษณ์ที่แตกแยก เรื่องเล่าตั้งคำถามต่อการเป็นคนนอก การนิยามตัวตน และบาดแผลจากประวัติศาสตร์ที่ยังไม่จางหาย
4) Memories of the Memories of the Black Rose Cat
Author: Veeraporn Nitiprapha (Thailand) มหากาพย์ครอบครัวของผู้อพยพชาวจีนในสังคมไทย เล่าเรื่องหลายชั่วอายุคนที่ต้องเผชิญทั้งความรัก ความหวัง ความสูญเสีย และความผิดพลาดของมนุษย์นวนิยายขุดลึกถึงรากของโศกนาฏกรรมในชีวิต ที่เกิดจากความโลภ ความอิจฉา และความไม่สามารถจัดการอารมณ์ของตนเอง พร้อมตั้งคำถามถึงธรรมชาติของ “ความทรงจำ” และผลของการตัดสินใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

5) The Mountains Sing
Author: Nguyễn Phan Quế Mai (Vietnam) เรื่องเล่าข้ามรุ่นของครอบครัวชาวเวียดนาม ท่ามกลางความรุนแรงของสงครามและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ถ่ายทอดผ่านมุมมองของผู้หญิงในครอบครัว นวนิยายถ่ายทอดทั้งความสูญเสีย ความอดทน และพลังของความเมตตา โดยมุ่งเน้น “ต้นทุนมนุษย์” ของสงคราม มากกว่าชัยชนะหรืออุดมการณ์ทางการเมือง เป็นผลงานนวนิยายภาษาอังกฤษเล่มแรกของกวีชื่อดังเวียดนาม
6) The Age of Goodbyes
Author: Li Zi Shu (Malaysia) นวนิยายหลายชั้นที่ผสมผสานการเล่าเรื่องเชิงทดลอง เพื่อสำรวจความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และความจริงที่ถูกบิดเบือนโดยอำนาจ ฉากหลังคือเหตุการณ์จลาจลทางเชื้อชาติในมาเลเซียปี 1969 เรื่องราวสะท้อนผลกระทบของความรุนแรงทางการเมืองต่อชีวิตส่วนบุคคล และตั้งคำถามถึงสิ่งที่ถูกจดจำ สิ่งที่ถูกลบ และสิ่งที่ถูกทำให้เงียบหายไปจากประวัติศาสตร์
7) Mountains More Ancient
Author: Isna Marifa (Indonesia) นวนิยายที่เปิดพื้นที่ให้ประวัติศาสตร์การเป็นทาสของชาวอินโดนีเซียในแอฟริกาใต้ ผ่านสายตาของเด็กหญิงชาวชวาที่ถูกพรากจากบ้านเกิดเรื่องเล่าถ่ายทอดความสูญเสีย การยึดมั่นในอัตลักษณ์ และความเป็นมนุษย์ท่ามกลางระบบกดขี่ เป็นนวนิยายเรื่องแรกที่นำเสนอประวัติศาสตร์ส่วนนี้อย่างเด่นชัด และเปี่ยมด้วยความละเมียดทางอารมณ์
8) The Sea Speaks His Name
Author: Leila S. Chudori (Indonesia) นวนิยายที่บอกเล่าเรื่องการอุ้มหายของนักกิจกรรมทางการเมืองในอินโดนีเซีย และการต่อสู้ของครอบครัวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังเรื่องราวสะท้อนการแสวงหาความจริง ความยุติธรรม และการไม่ยอมให้ความทรงจำถูกลบเลือนจากประวัติศาสตร์ เป็นงานเขียนที่ทรงพลังทั้งในเชิงการเมืองและมนุษยธรรม
วรรณกรรมหญิงเอเชียบนเวทีโลก ทั้ง 8 ผลงาน ที่ผ่านเข้ารอบ Shortlist ของ Chommanard International Women’s Literary Award 2025 ไม่เพียงเป็นนวนิยายน่าอ่าน แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของสังคมเอเชีย ผ่านเสียงของนักเขียนสตรีที่กล้าตั้งคำถามต่ออำนาจ ความทรงจำ และอัตลักษณ์ รางวัลชมนาดอินเตอร์จึงไม่ใช่เพียงเวทีประกวด แต่คือพื้นที่ที่ทำให้วรรณกรรมหญิงเอเชียได้ก้าวข้ามพรมแดนภาษา วัฒนธรรม และการรับรู้ สู่เวทีวรรณกรรมระดับสากลอย่างแท้จริง
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : หยุดยาวนี้ทำอะไรดี? 5 หนังสือแนะนำจาก Bill Gates จุดประกายความอยากรู้อยากเห็น และทำให้เห็นความจริงของสิ่งสำคัญในชีวิต
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

