ตลาดพิลาทิสในไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องสอดคล้องรับกับเทรนด์การดูแลสุขภาพ ฟิตเนสและสตูดิโอกำลังเปิดใหม่ในทุกมุมเมือง ทำให้หลายคนก้าวเข้ามาในธุรกิจนี้และผันตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญในเวลาอันสั้น แต่สำหรับ
ฮันนะฮ์ - ภูษณิศา ทาระพันธ์ ผู้ก่อตั้ง Authentic Pilates Thailand (หรือที่ทั่วโลกรู้จักในชื่อ HannahJoe) ความเร็วไม่ใช่เป้าหมายที่เธอตั้งไว้ เธอเลือกเดินสวนกระแส ด้วยระบบการฝึกที่เข้มข้นและนานกว่า เพื่อสร้างครูสอนพิลาทิสที่ "รู้จริง" ไม่ใช่แค่ "สอนได้"
ภูษณิศาเรียนรู้การเคลื่อนไหวร่างกายมาตั้งแต่เด็กผ่านการเต้นและศาสตร์ด้านฟิตเนสทุกแขนง จนวันที่ได้มีโอกาสเรียนพิลาทิส เธอรู้สึกได้ถึงความเชื่อมโยงระหว่างจิตใจและร่างกาย เมื่อไม่มีที่ไหนในไทยที่จะสอนให้เธอก้าวไปอีกขั้นได้แล้ว จึงตัดสินใจบินไปเรียนถึงโปรตุเกสและบราซิลกับ Inelia Garcia ปรมาจารย์ด้านพิลาทิสที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น "Teacher of Teachers" และเป็นลูกศิษย์สายตรงของ Joseph Pilates ก่อนจะกลายเป็นคนแรกที่นำ Authentic Pilates เข้ามาในเอเชีย และได้รับแต่งตั้งให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในเวลาต่อมา

"การที่เราเรียนกับครูระดับโลกมา มันไม่ใช่แค่ความสำเร็จของเราคนเดียว แต่เป็นภาระความรับผิดชอบที่เราต้องถ่ายทอดต่อไป และต้องรับผิดชอบต่อศาสตร์ที่ได้เรียนมาอย่างซื่อสัตย์ด้วย" ภูษณิศากล่าว เธอเป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของสายวิชานี้ ต่อจาก Joseph Pilates ผู้คิดค้นศาสตร์แห่งพิลาทิสคนแรกของโลก
ด้วยเหตุนี้ ในขณะที่หลายสถาบันในไทยเปิดอบรมพร้อมออกใบรับรองครูพิลาทิสได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน แต่ Authentic Pilates Thailand กลับกำหนดชั่วโมงฝึกขั้นต่ำไว้สูงถึง 800 ชั่วโมง และหากต้องการจบเป็นครูจากในเครือของ Authentic Pilates Thailand จะต้องผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นมากกว่า 3,000 ชั่วโมงหรือ 2 ปีขึ้นไป
ความท้าทายที่ยากที่สุดจึงไม่ใช่เรื่องเทคนิคการสอน แต่คือการรับมือกับความคาดหวังของผู้เรียนที่มองหา หลักสูตรเร่งรัดเพื่อนำใบผ่านอบรมไปใช้ประกอบอาชีพ ซึ่งบ่อยครั้งมักเกิดความเข้าใจผิดว่าใบรับรองการเข้าร่วมอบรมนั้นเท่ากับใบอนุญาตประกอบอาชีพครู ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคือคนละเรื่องกัน หลายครั้งที่ความท้าทายบนเส้นทางนี้ทำให้เธอรู้สึกท้อ แต่สิ่งที่ทำให้ภูษณิศายืนหยัดต่อ คือคำตอบในใจที่ชัดเจนเสมอว่าเธอไม่ได้แค่ทำธุรกิจ แต่กำลังวางรากฐานองค์ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อยกระดับวงการพิลาทิสไทยให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ภูษณิศามองว่า หัวใจของพิลาทิสคือ “Powerhouse” พิลาทิสเป็นการควบคุมร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน ซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นการออกกำลังกายเชิงป้องกันโรคอย่างแท้จริง สถาบันของเธอจึงขยายงานไปสู่กลุ่มเด็กพิเศษ ผู้ป่วยมะเร็ง โรคร้ายแรงอื่นๆ และผู้สูงอายุ เธอเล่าด้วยความภูมิใจว่า เคยมีโอกาสลงพื้นที่ไปช่วยชาวบ้านที่จังหวัดตรังครอบครัวหนึ่งให้กลับมายืนและเดินได้อีกครั้งหลังไม่ได้เดินมานาน

สำหรับเป้าหมายระยะยาวของภูษณิศา คือการผลักดันให้พิลาทิสเข้าไปเป็นหลักสูตรในโรงเรียนตั้งแต่ระดับประถม เพื่อปลูกฝังการเคลื่อนไหวร่างกายที่ถูกต้องและลดภาระค่ารักษาพยาบาลของประเทศในระยะยาว
"เป้าหมายนี้อาจต้องใช้เวลานานในการผลักดันให้เกิดขึ้นอาจไม่ใช่แค่ 5 ปีหรือ 10 ปี แต่เราจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้" เธอกล่าวด้วยความมุ่งมั่น
ภายในปีนี้เธอยังพร้อมเดินหน้าโครงการ "พิลาทิสเพื่อประชาชน" เพื่อมอบโอกาสฝึกพิลาทิสฟรีให้ผู้ที่ด้อยโอกาส และเมื่อถามถึงตัวตนที่อยากให้คนมองเข้ามาที่สถาบัน Authentic Pilates Thailand ภูษณิศาตอบโดยไม่ลังเลว่า "ตัวตนของเราคือมาตรฐาน ความถูกต้อง ความปลอดภัย ผู้เรียนทุกคนที่จบหลักสูตรจากสถาบันของเรา คือครูที่มีคุณภาพและพร้อมส่งต่อความรู้ที่มีคุณภาพให้กับนักเรียนต่อไป” ภูษณิศากล่าวทิ้งท้าย
ช่องทางการติดต่อ
Instagram : Authentic Pilates Thailand


