พิชัย จิราธิวัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัลประกาศยุทธศาสตร์ผู้นำดิจิ-ไลฟ์สไตล์ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Special Report >
  • พิชัย จิราธิวัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัลประกาศยุทธศาสตร์ผู้นำดิจิ-ไลฟ์สไตล์

พิชัย จิราธิวัฒน์ กลุ่มเซ็นทรัลประกาศยุทธศาสตร์ผู้นำดิจิ-ไลฟ์สไตล์

สินีพร มฤคพิทักษ์

ภายในเวลา 1 วันของคนเมือง คงมีสักช่วงหนึ่งที่จะเป็นลูกค้าของกลุ่มเซ็นทรัลโดยไม่รู้ตัว ก่อนเข้าสำนักงานอาจแวะซื้อขนมปังและนมในแฟมิลี่มาร์ท ช่วงบ่ายมีประชุมที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ ตกเย็นนัดทานข้าวกับเพื่อนที่ร้านอาหารเดอะ เทอเรส

ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีเครือข่ายร้านค้า 1,922 แห่งใน 51 จังหวัดในประเทศไทย 133 ร้านค้าใน 40 จังหวัดในประเทศเวียดนาม และมีห้างสรรพสินค้า 9 สาขาในประเทศอิตาลี ร้านค้าปลีกมีพื้นที่ขายสุทธิรวมกว่า 2.99 ล้านตารางเมตร และศูนย์การค้าพลาซ่ามีพื้นที่ให้เช่ากว่า 5.16 แสนตารางเมตร

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของบริษัทว่าแบ่งธุรกิจออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่

1. ธุรกิจค้าปลีกและแบรนด์สินค้า มี 2 บริษัทคือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน) 2.ธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ โดยบริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN 3.โรงแรมและร้านอาหาร 4.ธุรกิจบริการด้านการเงินและฟินเทค 5.ธุรกิจใหม่ในยุคดิจิทัล (new economy) โดยร่วมมือกับพันธมิตรและบริษัทชั้นนำระดับโลกแห่งยุคเศรษฐกิจใหม่ อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล x JD.com ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ร่วมทุนในนามเจดี เซ็นทรัล ดำเนินงานด้านอี-คอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม JD.co.th และเซ็นทรัล เจดีฟินเทค ที่ดูแลด้านอีไฟแนนซ์ และผลิตภัณฑ์ฟินเทค, กลุ่มเซ็นทรัล x แกร็บ (Grab) ผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และผู้นำด้าน O2O โมไบล์แพลตฟอร์ม ด้วยการลงทุนในแกร็บประเทศไทยและ 6.Loyalty Platform อันดับ 1 ของประเทศไทยคือ digital lifestyle platform ที่เชื่อมต่อลูกค้ากับทุกหน่วยธุรกิจในกลุ่มเซ็นทรัลและพันธมิตร ผ่านการใช้บิ๊กดาต้า เทคโนโลยี และระบบการบริหารจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) เข้าด้วยกัน

เซ็นทรัล
พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด

ปี 2561 ผู้บริหารกลุ่มบริษัทเซ็นทรัลได้ประกาศยุทธศาสตร์ระหว่างปี 2561- 2565 ว่า จะนำพาบริษัทเป็น “นิวเซ็นทรัล นิวอีโคโนมี” (new Central, new e-conomy) มุ่งสู่การเป็นสุดยอดเทคคอมพานี และผู้นำด้านดิจิ-ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มแห่งแรกของประเทศไทย ส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า โดยมีแนวทางขับเคลื่อนด้วยการจัดเก็บข้อมูลจากทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกค้าเชิงลึก มีลอยัลตี้และการตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคลผ่านแพลตฟอร์มใหม่ของเดอะวัน มุ่งพัฒนาธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลให้เป็น omnichannel platform เพื่อเชื่อมต่อประสบการณ์การช็อปปิ้งระหว่างโลกออฟไลน์และออนไลน์อย่างไร้ขีดจำกัด ทุกกลุ่มบริษัทล้วนเติบโตตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว

กลุ่มที่ทำรายได้หลักคือธุรกิจค้าปลีกโดย บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือ CRC และครอบครัวจิราธิวัฒน์เพิ่งนำบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยในปี 2562 มีรายได้รวม 222,737 ล้านบาท กำไรสุทธิ 12,359 ล้านบาท

CRC เป็นหนึ่งในธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยรูปแบบร้านค้าที่หลากหลาย และธุรกิจระดับแนวหน้าในเอเชียอาคเนย์ แบ่งออกเป็นกลุ่มแฟชั่นได้แก่ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน, โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์, ซูเปอร์สปอร์ต, เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (ซีเอ็มจี), ห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต อิตาลี กลุ่มฮาร์ดไลน์ เน้นการจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่างๆ ได้แก่ ไทวัสดุ, บ้านแอนด์บียอนด์, เพาเวอร์บาย, เหงียนคิม เวียดนาม และกลุ่มฟู้ด เน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่พบได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อ ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่างๆ เช่น ท็อปส์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, แฟมิลี่มาร์ท, บิ๊กซี (GO!) เวียดนาม, ลานชีมาร์ท เวียดนาม

นอกจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังได้ขยายธุรกิจไปสู่ต่างประเทศ ทั้งในทวีปยุโรป มาเลเซีย และเวียดนาม ภายใต้วิสัยทัศน์ Central of Life หรือศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่ดีสำหรับทุกคน โดยมียุทธศาสตร์หลักที่มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกไลฟ์สไตล์-บริการ (lifestyle & service retailing) มุ่งขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศเน้นเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจด้วยการร่วมมือกับพันธมิตร และการขยายกิจการ

กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัลยังได้กล่าวถึงปัจจัยแห่งความสำเร็จของกลุ่มบริษัทว่ามาจากหลายปัจจัย โดยยึดหลักว่า บุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด บริษัทมีพนักงานกว่า 74,000 คน เซ็นทรัลเป็นองค์กรที่ transform ตลอดเวลา พร้อมจะปรับตัวและเป็น trend setter ในสิ่งใหม่ๆ เช่น เป็นผู้ริเริ่มการทำธุรกิจแบบ multi format และ multi channel มีความยืดหยุ่นและปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวน เป็นข้อได้เปรียบและเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าถึงลูกค้า และสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ

กลุ่มเซ็นทรัลมีการสร้างแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่งและครบวงจรที่เรียกว่า customercentric omnichannel platform ซึ่งเชื่อมต่อประสบการณ์ช็อปปิ้งและการบริการทั้งร้านค้าและช่องทางออนไลน์ ผ่านรูปแบบการบริการที่ตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า มีการใช้ศักยภาพความเป็น loyalty platform อันดับ 1 ของไทย ในการวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้าทั่วโลกที่เรียกว่า customer data platform อันแข็งแกร่งของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อเสนอสินค้าและบริการเฉพาะบุคคลแบบ personalization ให้กับลูกค้าได้อย่างตรงใจ

กว่า 72 ปีที่กลุ่มเซ็นทรัลมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องการสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวมภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคม เน้นการสร้างคุณค่าร่วม ตามแนวทางเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติที่ได้วางไว้ โดยดำเนินงานเพื่อสังคมภายใต้ชื่อ “เซ็นทรัล ทำ” เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน และคุณภาพชีวิตที่ดีแก่พนักงานและคนในสังคม โดยจัดทำโครงการที่สอดคล้องกับกรอบแนวคิดความยั่งยืนขององค์กรใน 4 ด้านหลักคือ people, prosperity, planet และ peace & partnerships

“ในสถานการณ์ที่โรคระบาดกระจายไปทั่วโลก กลุ่มเซ็นทรัลถือเป็นความท้าทายในการประคองธุรกิจให้อยู่รอดภายใต้วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่นี้ และไม่ลืมที่จะสนับสนุนสังคมให้อยู่รอดตามเจตนารมณ์ของการดำเนินธุรกิจ ในการเติบโตของธุรกิจที่ควบคู่กับการเติบโตของสังคมไทย” กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัลกล่าวสรุป

 


คลิกอ่านฉบับเต็ม Special Report – 7 ผู้นำธุรกิจ 7 เทรนด์เซตเตอร์ ได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมิถุนายน 2563 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP