“Innovative Healthcare” บริบทใหม่แห่งการลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Investment Outlook >
  • “Innovative Healthcare” บริบทใหม่แห่งการลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์

“Innovative Healthcare” บริบทใหม่แห่งการลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์

บริบทใหม่แห่งการลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ “Innovative Healthcare” เป็นตัวเร่งสำคัญกับการลงทุนของกลุ่มอุตสาหกรรม Healthcare ให้เข้มข้นยิ่งขึ่น

การลงทุนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม Healthcare ในอดีตที่ผ่านมา เรามักจะคุ้นเคยกับการลงทุนในอุตสาหกรรม Healthcare แบบดั้งเดิม (Conventional Healthcare) ซึ่งมี Performance ย้อนหลังไม่ต่างจากตลาดมากนัก ทั้งๆ ที่อุตสาหกรรม Healthcare ถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาวสูง อีกทั้งยังได้รับอานิสงส์จากสังคมผู้สูงอายุ รวมถึงการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ที่เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนให้หันมาดูแลสุขภาพกันมากขึ้น

หากมาดู Sector ในหุ้นกลุ่ม Conventional Healthcare ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 30 เป็นการเน้นลงทุนในบริษัทผู้ผลิตยาขนาดใหญ่ (Drug Manufacturers) จึงไม่แปลกที่ในช่วงที่ผ่านมา Performance ของกลุ่ม Conventional Healthcare จะให้ผลตอบแทนในระยะยาวไม่ต่างจากตลาด

เนื่องจากหุ้นบริษัทยาในช่วงที่ผ่านมาได้รับผลกระทบทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายควบคุมราคายาของ Hillary Clinton ที่ทำให้กองทุน SPDR S&P Pharmaceuticals ETF (XPH) ที่เป็นตัวแทนของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตยา ปรับตัวลงมาจากจุดสูงสุดในช่วงปี 2016 ติดลบกว่าร้อยละ 20

และประเด็นการควบคุมราคายาตามใบสั่งแพทย์ (Prescription Drug Proposals) ทำให้ราคาของกองทุนดังกล่าวปรับตัวลงมาจากจุดสูงสุดในปี 2018 ที่ติดลบกว่าร้อยละ 29 เช่นเดียวกัน ซึ่งทำให้ราคาย้อนหลัง 5 ปี ของกองทุน SPDR S&P Pharmaceuticals ETF ปรับตัวขึ้นเฉลี่ยน้อยกว่าร้อยละ 6 ต่อปี (as of February 3, 2021)

จะเห็นได้ว่า หุ้นกลุ่ม Conventional Healthcare ที่เน้นการลงทุนในบริษัทยาใหญ่ๆ ในช่วงที่ผ่านมาเติบโตน้อย อย่างไรก็ตาม ยังมีหุ้นกลุ่ม Healthcare อีกกลุ่มหนึ่งที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่นและสามารถเอาชนะหุ้นกลุ่ม Conventional Healthcare ได้อย่างมีนัยสำคัญ นั่นก็คือ หุ้นกลุ่ม “Innovative Healthcare

ด้วยศักยภาพในการเติบโตสูงของกลุ่ม Innovative Healthcare ซึ่งมีการนำนวัตกรรมทางการแพทย์มาผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการรักษาผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น กลุ่ม Biotechnology ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการผลิตยารักษาโรคร้ายแรงชนิดต่างๆ โดยยาที่ผลิตด้วยนวัตกรรม Biotech ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ EvaluatePharma (June, 2020) มีการคาดการณ์ว่าในปี 2026 ยาที่มียอดขายสูงสุด 100 อันดับแรก จะเป็นยาที่ผลิตด้วยนวัตกรรม Biotech มากถึงร้อยละ 35 จากปี 2012 ที่มีเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น

แผนภาพที่ 1: สัดส่วนยอดขายยารักษาโรคแบบ Conventional Technology เทียบกับยอดขายยา Biotechnology
Innovative Healthcare

ที่มา: EvaluatePharma, June 2020

โดยนับตั้งแต่ปี 2012 ถึง 2020 ยอดขายยาที่พัฒนาจาก Biotechnology มีการเติบโตที่โดดเด่น โดยเติบโตได้ถึงร้อยละ 90 ขณะที่ยาที่พัฒนาจาก Conventional Technology มีอัตราการเติบโตเพียงร้อยละ 7 เท่านั้น และมีการคาดการณ์จาก EvaluatePharma (as of June, 2020) ว่ายอดขายยาที่ใช้เทคโนโลยีของ Biotechnology ในปี 2026 จะสามารถเติบโตได้มากถึงร้อยละ 77

ทั้งนี้ ยาที่มี Market Share สูงที่สุดอยู่ที่ประมาณร้อยละ 25 ยังคงเป็นยาที่ใช้ในการรักษากลุ่มโรคมะเร็ง (Oncology) ซึ่งคาดการณ์ว่ายอดขายในปี 2019-2026 จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 12 ต่อปี

อีกกลุ่มถัดมาคือ กลุ่ม Digital Health ที่นำเทคโนโลยีทาง Digital มารวมกับเครื่องมือที่ทันสมัย มาช่วยในการดูแลรักษาผู้ป่วย ยกตัวอย่างเช่น Telehealth, การผลิตเครื่องมือตรวจและวินิจฉัยโรคพกพา, การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ (Robotic Surgery) รวมไปถึงการใช้ระบบ Cloud ในการจัดเก็บข้อมูลผู้ป่วย

ซึ่งมีการคาดการณ์จาก gminsights.com ว่า ในปี 2020-2026 กลุ่ม Digital Health จะมีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยกว่าร้อยละ 28 ต่อปี โดยเฉพาะ Telehealth ในจีนที่ National Health Commission of PRC คาดการณ์ว่า Telehealth ในปี 2016-2025 จะมีจำนวนผู้ใช้งานเติบโตเฉลี่ยกว่าร้อยละ 35 ต่อปี

ทั้งนี้ กองทุนกลุ่ม Innovative Healthcare ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างโดดเด่น ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (as of February 3, 2021) ยกตัวอย่างเช่น กองทุน Polar Capital Fund Plu – Biotechnology Fund ที่เป็นตัวแทนของกลุ่ม Biotech ปรับตัวขึ้นถึงร้อยละ 197 และกองทุน CS (Lux) Digital Health Equity Fund ที่เป็นตัวแทนของกลุ่ม Digital Health ปรับตัวขึ้นกว่าร้อยละ 187  ขณะที่ Healthcare Select Sector SPDR Fund ให้ผลตอบแทนเพียงราวร้อยละ 74

แผนภาพที่ 2: ตัวอย่างผลตอบแทนกองทุนกลุ่ม Innovative Healthcare เทียบกับกองทุนที่ลงทุนในกลุ่มเฮลธ์แคร์ดั้งเดิม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

Innovative Healthcare

ที่มา : Bloomberg

จึงกล่าวได้ว่า อุตสาหกรรม Innovative Healthcare ถือเป็นอุตสาหกรรม Healthcare รูปแบบใหม่ที่มีอัตราการเติบโตระยะยาวที่สูง และสามารถทำผลตอบแทนได้ Outperform อุตสาหกรรม Healthcare แบบเดิมๆ (Conventional Healthcare) จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่จะเปลี่ยนการลงทุนในกลุ่ม Healthcare แบบเดิมๆ มาเป็นกลุ่ม Innovative Healthcare เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในอนาคต

“Innovative Healthcare”
บทความโดย
ณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์
CFP® Head of Wealth Advisory
ธนาคารทิสโก้

BACK TO TOP