ทริพเพิล ไอ ถึงเวลารับกำไรซื้อกิจการ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

ทริพเพิล ไอ ถึงเวลารับกำไรซื้อกิจการ

Forbes Thailand

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (III) เป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ชั้นนำที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน (การขนส่งสินค้าทางอากาศ, การขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก, การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ การบริหารคลังสินค้า และการกระจายสินค้า, โลจิสติกส์ครบวงจรสำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย) มีบริษัทในเครือทั้งหมด 24 บริษัท และมีฐานลูกค้าเป็นบริษัทมหาชน บริษัทข้ามชาติ และบริษัทไทยจำนวนมาก ดำเนินธุรกิจขนส่งทั้งทางอากาศและบกทั้งในและระหว่างต่างประเทศ ด้วยเป้าหมายที่จะชัดเจนว่า จะเป็นบริษัทโลจิสติกส์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ทิพย์ ดาลาล ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของ ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ที่ปัจจุบันถือหุ้นอยู่ 141.37 ล้านหุ้น หรือ 23.39 % ดำเนินธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่องนับตั้งแต่ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2539 จนได้ตัดสินใจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเดือนกันยายน 2560 โดยมีเป้าหมายไว้ว่าเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ส่วนหนึ่งนั้นจะนำมาซื้อกิจการเพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและพาธุรกิจให้ผงาดขึ้นเป็นผู้นำบริษัทโลจิสติกส์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร III กล่าวว่า เงินทุนที่ได้จากการขายไอพีโอประมาณ 700 ล้านบาท บริษัทจะนำมาสร้างการเติบโตให้กับกิจการ ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่สำคัญในการสร้างอัตราการเติบโตคือการออกไปซื้อกิจการ หรือลงทุนในต่างประเทศเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับกิจการ นอกเหนือจากการเติบโตจากการดำเนินธุรกิจภายในบริษัท

ทิพย์ ดาลาล

ดังนั้นที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้เข้าซื้อหุ้น 50% ในบริษัท DG Packaging Pte. Ltd. (DGP) บริษัทในประเทศสิงคโปร์ที่ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์และให้บริการรับบรรจุสำหรับสินค้าอันตรายที่ใช้ในการขนส่งสินค้า โดยใช้งบลงทุน 267 ล้านบาท ขยายฐานลูกค้าสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์

การเข้าถือ DG Packaging จะช่วยให้กลุ่มบริษัทเติบโตและต่อยอดทางธุรกิจในอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ของสินค้าอันตรายในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการทำธุรกิจที่สำคัญของโลก และเป็นการลงทุนที่จะสร้างผลกำไรและกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่องในระยะ เพราะในปี 2561 DGP มีกำไรกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโต และยังได้ประโยชน์จากเครือข่ายธุรกิจของ DG Packaging ซึ่งครอบคลุม 18 ประเทศใน 5 ทวีป

สำหรับแผนการขยายธุรกิจ 3 ปี (2562-2564 ) ตั้งเป้าที่จะทำรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 20% จาก 4 ธุรกิจหลัก และการเข้าซื้อกิจการ จะทำให้รายได้และกำไรของบริษัททำสถิติสูงสุดใหม่ติดต่อกัน 3 ปี ส่วนปีนี้จะรับรู้รายได้เต็มปีจากการเข้าไปซื้อกิจการบริษัท DG รวมถึงรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อหุ้นในบริษัท อราวน์ โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ ตัวแทนสายการบินกว่า 22 สายการบิน ซึ่งจะทำให้บริษัทขยายฐานลูกค้าขนส่งสินค้าทางอากาศได้ครอบคลุมทุกภูมิภาค

การออกไปซื้อกิจการยังคงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท และมีเป้าหมายจะซื้อกิจการปีละ 1 บริษัท และในการซื้อก็จะชัดเจนว่าจะซื้อธุรกิจที่ยังคงดำเนินการอยู่ และเจ้าของต้องการเติบโตร่วมกันไปกับบริษัท ไม่ซื้อธุรกิจหรือบริษัทที่เจ้าของอยากขายเพราะต้องการเลิกกิจการ และในการซื้อจะมีเงื่อนไขที่จะต้องการันตีกำไรขั้นต้นที่บริษัทจะต้องได้รับ ต้องมากกว่า 20% บางบริษัท 27-30% ดังนั้นต่อปีจะมีกำไรจากการเข้าซื้อกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรนอกเหนือจากกำไรปกติของการดำเนินงาน

ปี 2561 บริษัทมียอดขาย 2.77 พันล้านบาท เติบโต 20.7% โดย 50% เป็นรายได้ในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐ (ซึ่งในจำนวนนี้ 80% มาจากการขนส่งสินค้าทางอากาศ) ส่วนกำไรสุทธิทำได้ 150.7 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.4% การรับรู้รายได้จากการเติบโตด้วยตัวเอง และการซื้อกิจการในปีนี้จะทำให้รายได้และกำไรสุทธิโตทำสถิติใหม่ตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ธุรกิจโลจิสติกส์จะเติบโตตามการส่งออก ซึ่งปีนี้มีปริมาณการส่งออกมีการเติบโตสูงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ยิ่งไปกว่านั้นธุรกิจหลักของบริษัททั้งธุรกิจขนส่งทางอากาศ ขนส่งทางเรือ และขนส่งเคมีภัณฑ์ คาดว่าจะเติบโตเป็นไปในทิศทางที่ดี และการซื้อกิจการจะเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างมูลค่าที่ดีให้กับกิจการ

 

อ่านเพิ่มเติม

 

 

ภาพ : บจ.ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์


คลิกเพื่ออ่านบทความทางด้านการลงทุนได้ที่ Forbes Wealth Management & Investing 2019 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP