คนไทยคิดเห็นอย่างไรกับ "มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ" ดึงต่างชาติซื้อบ้านในไทย - Forbes Thailand

คนไทยคิดเห็นอย่างไรกับ "มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ" ดึงต่างชาติซื้อบ้านในไทย

DDPROPERTY / สื่อกลาง ซื้อ-ขาย อสังหาฯ อันดับ 1 ของไทย
23 Sep 2021 | 03:26 PM
READ 1313

หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการดึงต่างชาติศักยภาพสูงเข้ามาลงทุนและพำนักในไทยระยะยาว (Long-term stay) เพื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ทดแทนต่างๆ ได้กลายเป็นกระแส Talk of the Town ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ยังต้องจับตากันต่อ โดยเฉพาะประเด็นที่เปิดทางให้ต่างชาติซื้อ/เช่าอสังหาริมทรัพย์ บ้าน-คอนโด และถือครองที่ดิน การปรับมาตรการดึงต่างชาติในครั้งนี้จะดีจริงหรือ? จากผลสำรวจ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด พบว่า มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

ผลสำรวจฯ ชี้ผู้บริโภคเสียงแตก ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคผ่านแบบสอบถาม DDproperty

s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด ซึ่งมีผู้ทำแบบสำรวจกว่า 1,000 คน ประกอบด้วย กลุ่มเจ้าของที่อยู่อาศัย กลุ่มนักลงทุน กลุ่มผู้เช่า รวมถึงกลุ่มที่พักอาศัยอยู่กับครอบครัว ซึ่งได้ทำการสำรวจไปก่อนหน้าตั้งแต่ที่ยังเป็นร่างกฎหมาย พบว่า ผู้บริโภคมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว โดยผู้ทำแบบสอบถาม 26% เห็นด้วย และ 24% ไม่เห็นด้วย

เมื่อโฟกัสที่ช่วงอายุและรายได้ พบว่า ผู้บริโภคที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่ มีอายุ 60 ปีขึ้นไป มีรายได้ระดับปานกลางอยู่ที่ 28% และมีรายได้ระดับสูง อยู่ที่ 31% โดยทั้ง 2 ถือเป็นกลุ่มผู้ที่มีความพร้อมในการซื้อ/เช่าอสังหาริมทรัพย์ บ้าน-คอนโด และมีโอกาสลงทุนในช่วงนี้ ขณะที่ผู้บริโภคที่มีรายได้น้อย อยู่ที่ 22%

ในขณะเดียวผู้บริโภคที่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว ส่วนใหญ่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเช่นเดียวกัน โดยมีรายได้ระดับปานกลางอยู่ที่ 29% รายได้รายระดับสูง อยู่ที่ 26% และรายได้น้อย อยู่ที่ 26%

มาตรการดึงต่างชาติซื้อบ้านในไทยเอื้อต่ออสังหาฯ และเศรษฐกิจไทยได้จริงหรือไม่

ผลการสำรวจฯ ยังบอกถึง 3 เหตุผลหลักของผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่ม โดยผู้บริโภคที่เห็นด้วยส่วนใหญ่ มองว่า มาตรการดึงต่างชาติ จะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจของไทยได้

- 79% มองว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทยโดยรวม

- 32% มองว่าเป็นการแก้ปัญหานอมินี (Nominee) หรือผู้ที่ซื้อแทนชาวต่างชาติเพื่อเลี่ยงกฎหมาย หลังปลดล็อกให้ต่างชาติสามารถซื้อ/เช่าอสังหาริมทรัพย์ได้เอง

- มองว่าจะช่วยผลักดันราคาอสังหาริมทรัพย์ให้เติบโต และเพิ่มมูลค่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ

และทางด้านผู้บริโภคที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่ มองว่า มาตรการดังกล่าวมีส่วนทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์แพงขึ้น

- 62% มองว่าจะทำให้ราคาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์แพงขึ้น

- 42%มองว่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหานอมินี (Nominee)

- 40% มองว่าอาจนำไปสู่ปัญหาที่ซับซ้อนอื่น ๆ ได้ในอนาคต

สรุปประเด็นไทยเปิดทางเศรษฐีต่างชาติ 4 กลุ่มหลักและสิทธิที่จะได้รับ

สำหรับมาตรการดึงต่างชาติชาติเข้ามาลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ เป็นหนึ่งในนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุน และเพิ่มบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ โดยเปิดทางให้ชาวต่างชาติ 4 กลุ่ม สามารถเข้ามาพำนักระยะยาว (Long-term-stay) ในประเทศไทย แลกกับวีซ่าระยะยาว 10 ปี (Long-term Resident Visa) และสิทธิประโยชน์จูงใจ โดยชาวต่างชาติทั้ง 4 กลุ่มจะได้แก่ 1. กลุ่มประชากรโลกผู้มีความมั่งคั่งสูง (Wealthy global citizen) 2. กลุ่มผู้เกษียณอายุจากต่างประเทศ (Wealthy pensioner) 3.กลุ่มที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย (Work-from-Thailand professional) โดยแบ่งเป็น ผู้ประกอบอาชีพด้านดิจิทัล (Digital nomad) และพนักงานองค์กรขนาดใหญ่และใกล้จะเกษียณอายุ (Corp Program) และ 4. กลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ (High-Skilled professional) 

ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ที่ชาวต่างชาติทั้ง 4 กลุ่มจะได้รับมีดังนี้

  1. วีซ่าผู้พำนักระยะยาวใหม่ (LTR visa) อายุ 10 ปี รวมถึงผู้ติดตาม หรือคู่สมรสและบุตร
  2. ได้รับใบอนุญาตทำงานอัตโนมัติหลังจากอนุมัติ LTR
  3. ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายได้จากต่างประเทศ
  4. สิทธิในการเป็นเจ้าของ/เช่าอสังหาริมทรัพย์ระยะยาว ซื้อบ้านได้ในพื้นที่ที่กำหนด
  5. สิทธิเลือกจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากรายได้ในประเทศไทยในอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเช่นเดียวกับผู้ถือสัญชาติไทย หรืออัตราภาษีเงินได้คงที่ที่ 17% เช่นเดียวกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ให้เฉพาะกลุ่มผู้มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ

โดยรัฐบาลตั้งเป้าดึงดูดผู้พำนักระยะยาวกว่า 1 ล้านล้านราย และใช้จ่ายในประเทศ 1 ล้านล้านบาทต่อปีต่อคนโดยเฉลี่ย ดึงดูดเม็ดเงินจากการลงทุนในประเทศ 8 แสนล้านบาท และรายได้ทางภาษี 2.7 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ดี มุมมองจากกูรูและผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาคอสังหาริมทรัพย์ ต่างตื่นตัวและมีความหวังว่ามาตรการดังกล่าวจะปลุกดีมานด์กำลังซื้อคนต่างชาติให้เข้ามาช่วยดูดซับสต๊อกคงค้าง ในระหว่างที่รอเวลากำลังซื้อในประเทศฟื้นตัวหลังโควิด-19 แต่อาจจะต้องเพิ่มเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติม รวมถึงการกำหนดราคาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่

DDproperty.com เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ที่รวบรวม ทิปส์ในการซื้อขายอสังหาฯ และรีวิวโครงการใหม่ ทั้งไทยและอังกฤษ ไว้กว่า 10,000 บทความ

บทความโดย

DDproperty


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine