เทรนด์ดูแลสุขภาพยุคใหม่ เชื่อมโยงร่างกายเข้ากับเทคโนโลยี - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Insights >
  • เทรนด์ดูแลสุขภาพยุคใหม่ เชื่อมโยงร่างกายเข้ากับเทคโนโลยี

เทรนด์ดูแลสุขภาพยุคใหม่ เชื่อมโยงร่างกายเข้ากับเทคโนโลยี

Forbes Thailand

เทรนด์ดูแลสุขภาพยุคใหม่ และการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงในยุคปัจจุบันจึงเป็นสิ่งสำคัญ ผู้บริโภคต่างมองหาผลิตภัณฑ์และการบริการที่เชื่อมโยงต่อสุขภาพ ผู้ประกอบการด้านสุขภาพก็ต่างพัฒนาเทคโนโลยี รวมถึงการบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

จากสถิติการเติบโตของธุรกิจด้านสุขภาพของโลกโดย Global Wellness Institute (GWI) ที่ระบุว่า ธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (wellness tourism) มีสัดส่วนการเติบโตมากที่สุดเมื่อเทียบกับธุรกิจด้านสุขภาพอื่นๆ โดยจะเห็นได้จากปี 2558-2560 ที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีอัตราเติบโตถึงร้อยละ 6.5 ต่อปี ซึ่งเติบโตมากกว่าธุรกิจท่องเที่ยวทั่วไปถึง 2 เท่า ถือเป็นอีกหนึ่ง เทรนด์ดูแลสุขภาพยุคใหม่

โดยเฉพาะในปี 2560 ที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมีจำนวนสูงขึ้นถึง 830 ล้านทริป ซึ่งมากกว่าปี 2558 ถึง 139 ล้านทริป และเมื่อมองลงมาที่ตลาดเอเชีย จากสถิติของ GWI ระบุว่า ตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพนั้นมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 33 ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา และยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเป็น 2 เท่า (จาก 137 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2562 เป็น 252 พันล้านเหรียญ ในปี 2565)

สำหรับตลาดในไทย เทรนด์การดูแลสุขภาพยุคใหม่ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับสุขภาพกำลังเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคต่างให้ความสนใจ และเป็นขาขึ้นที่มาแรงสำหรับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะด้วยนโยบายภาครัฐในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแข่งขันในธุรกิจอาหารสุขภาพ ธุรกิจอุปกรณ์เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

รวมไปถึงการดูแลสุขภาพศาสตร์ใหม่อย่างเวชศาสตร์เชิงป้องกัน (preventive medicine) โดย BDMS Wellness Clinic ซึ่งนับว่าเป็นการจุดประกายให้คนไทยเริ่มตระหนักและหันมาดูแลสุขภาพตนเองก่อนที่จะเกิดโรค เพราะเมื่อร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ก็เสมือนมีเกราะปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรคต่างๆ ได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะกับอัตราการเจ็บป่วยของคนไทยในปัจจุบันที่เพิ่มมากขึ้น

ทั้งจากโรคติดต่อ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไวรัสโควิด-19 เป็นต้น และโรคไม่ติดต่ออย่างโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ non-communicable diseases (NCDs) ได้แก่ โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง รวมไปถึงโรคมะเร็ง และโรคถุงลมโป่งพอง จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขไทยพบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรค NCDs ร้อยละ 75 ต่อปี

ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ดังนั้นการแก้ที่ต้นเหตุจึงเริ่มจากการปรับที่ตัวเองก่อน โดยเฉพาะเรื่องของอาหาร ผสานกับการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เพราะถ้าป้องกันได้ตั้งแต่แรกเริ่มก็สามารถชะลอการเจ็บป่วยหรือกระทั่งสามารถป้องกันการเกิดโรคได้

เทรนด์ดูแลสุขภาพ

ผสานเทคโนโลยีเข้ากับเวชศาสตร์เชิงป้องกัน

BDMS Wellness Clinic อยากช่วยและชักชวนคนไทยให้หันมาใส่ใจสุขภาพก่อนที่จะเจ็บป่วย เพราะเป็นวิธีที่คุ้มค่าที่สุดไม่ว่าจะเป็นการปรับการใช้ชีวิต การลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย การฝึกจิตลดความเครียด การรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ วิธีที่กล่าวมานั้นทุกคนสามารถทำได้ และที่สำคัญยังฟรีอีกด้วย และสามารถทำได้โดยเริ่มจากตัวเรา เมื่อเราทำได้ดีแล้วยังสามารถต่อยอดให้ละเอียดขึ้น

ด้วยการปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุของการเกิดโรค รวมไปถึงการวางแผนป้องกันการเจ็บป่วยต่างๆ เพราะเรื่องสุขภาพไม่ใช่เพียงแค่การตั้งรับ แต่เป็นการรุกก้าวเพื่อป้องกันตนเองก่อนเกิดโรค และด้วยทัศนคติของประชาชนที่เปลี่ยนไป ความต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ จึงมีคุณค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด (health brings wealth)

สุขภาพดีนำมาซึ่งทุกอย่างที่คุณอยากได้ ซึ่งตรงตามวิสัยทัศน์ของนายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ก่อตั้ง บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS

ทั้งนี้ การที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีต้องเริ่มจากการมีสุขภาพที่แข็งแรง ตามที่องค์การอนามัยโลกได้ระบุองค์ประกอบของตัวชี้วัดระดับคุณภาพชีวิตที่ดีไว้ด้วย 6 ด้านหลักๆ ได้แก่ ด้านสุขภาพร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านความเป็นอิสระของบุคคล ด้านความสัมพันธ์ทางสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านความเชื่อส่วนบุคคล

ที่ BDMS Wellness Clinic การดูแลสุขภาพด้วยเวชศาสตร์เชิงป้องกัน (preventive medicine) จึงเป็นหัวใจหลัก โดยเน้นการป้องกันก่อนเกิดโรค ด้วยการดูแลและให้คำแนะนำโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการ พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ครบครัน และบริการที่หลากหลาย ทั้งการดูแลสุขภาพทางกายภาพ (physical health) ไปถึงการดูแลสุขภาพจิตใจ (mental health) ไม่ว่าจะเรื่องการนอน ความเครียด ความจำ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพองค์รวมทั้งสิ้น

ทั้งนี้ เพื่อให้แต่ละคนสามารถรู้จักร่างกายของตนเอง ตั้งแต่ระดับกายภาพและลงลึกไปถึงระดับพันธุกรรม ด้วยการตรวจเช็กสุขภาพเชิงลึก (regenerative signature) การตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรม (genetic analysis) การตรวจเซลล์เพชฌฆาต (NK cell activity) การตรวจวัดระดับวิตามินและแร่ธาตุในร่างกาย (micronutrients) เป็นต้น

โดยความแตกต่างที่โดดเด่นของ BDMS Wellness Clinic ก็คือ การดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล (personalized medicine) เพราะแต่ละคนมีพิมพ์เขียวร่างกายที่ต่างกันแพทย์ผู้รักษาก็เปรียบเสมือน life coach ที่จะตรวจวิเคราะห์ พร้อมให้คำปรึกษาในการดูแล ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพสำหรับแต่ละบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“เพราะสุขภาพดีไม่มีขาย แต่เราสร้างได้ขอแค่ลงมือทำครับ”

 

เทรนด์ดูแลสุขภาพ
นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้อำนวยการ
บีดีเอ็มเอสเวลเนส คลินิก

 


คลิกอ่านบทความทางด้านธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมิถุนายน 2563 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP