การปรับตัวของ "สถาบันการเงิน" ในยุคดิจิทัล - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Commentaries
  • Insights >
  • การปรับตัวของ “สถาบันการเงิน” ในยุคดิจิทัล

การปรับตัวของ “สถาบันการเงิน” ในยุคดิจิทัล

Forbes Thailand

สถาบันการเงิน คือส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจในทุกประเทศที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันไปทั่วโลก ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาระบบการเงินของโลกได้เติบโตขยายตัวต่อเนื่อง และมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาอย่างรวดเร็ว จากที่ใช้เงินในรูปแบบธนบัตรและเหรียญ มาจนถึงรูปแบบการทำธุรกรรมการเงินที่สะดวกรวดเร็วขึ้นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินและการลงทุนที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น

ปัจจุบันระบบการเงินพัฒนามาเข้าสู่รูปแบบการเงินยุคใหม่ที่มีชื่อคุ้นหูว่า Fintech (Financial Technology) คือการใช้เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาระบบการเงินในรูปแบบใหม่ ด้วยการใช้ระบบออนไลน์ในธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่อยู่กับโลกออนไลน์มากขึ้น จากการใช้สมาร์ทโฟนในการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ในชีวิตประจำวันซึ่งเอื้อให้เกิดธุรกิจและบริการใหม่ๆ

จะเห็นได้ว่า สถาบันการเงิน ต่างๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะธนาคารที่มีการลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี รวมทั้งสร้างแพลตฟอร์มบริการต่างๆ ในระบบดิจิทัล เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้า ซึ่งทำให้เกิดธุรกิจและบริการใหม่ๆ ที่ผู้คนสามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น การซื้อสินค้าออนไลน์ บริการด้านขนส่ง และการรับชำระเงินผ่านระบบออนไลน์บนมือถือ

ประเทศไทยเองในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ธนาคารและ สถาบันการเงิน ขนาดใหญ่ได้พัฒนาระบบการให้บริการทางการเงินและการลงทุนผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อลดการใช้เงินสดด้วยแพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้น ไม่เฉพาะแต่ธนาคารและสถาบันการเงินใหญ่ๆ เท่านั้น บริษัทหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการด้านการลงทุนที่หลากหลาย ตลอดทั้งการระดมทุนอย่างบริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “KTBST” ซึ่งเป็นสถาบันการเงินลูกครึ่งเกาหลีไทย ก็ได้พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีแพลตฟอร์มการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตและความต้องการลงทุนที่ขยายตัวสู่ทางเลือกใหม่ๆ ตลอดทั้งการระดมทุนของผู้ประกอบการต่างๆ

 

Diversify เพื่อความอยู่รอดในธุรกิจ

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา “KTBST” ได้ยึดหลักบริหารธุรกิจที่หลากหลาย หรือ diversify เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากเพียงธุรกิจเดียว โดยได้ขยายธุรกิจให้บริการและแพลตฟอร์มให้กับนักลงทุนและผู้ที่ต้องการระดมทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงตลาดทุนมากขึ้นรวมถึง 12 ธุรกิจ จากเดิมที่มีธุรกิจบริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ไทยและตราสารอนุพันธ์ (Securities Brokerage and Derivatives Trading) เพียงธุรกิจเดียว ได้แก่ บริการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลและที่ปรึกษาการลงทุน (Private Wealth Management & Investment Advisory) ที่ให้บริการกับบุคคลทั่วไปเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวที่บริการให้คำปรึกษาการเลือกหุ้นที่ถูกตามหลักชารีอะห์ของศาสนาอิสลาม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกศาสนาได้เข้าถึงตลาดทุนได้มากขึ้น, บริการกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund), บริการตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุนในกองทุนรวม (Mutual fund Selling Agents), บริการโปรแกรมออมหลักทรัพย์ DCA, บริการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Borrowing and Lending – SBL), บริการ Block Trade, บริการการลงทุนต่างประเทศ, บริการด้านเงินตราต่างประเทศ, บริการออกแบบการลงทุน (Wealth Advice), บริการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (Securities Underwriting), บริการวาณิชธนกิจและที่ปรึกษาทางการเงิน (Investment Banking and Financial Advisory)

 

พัฒนาแพลตฟอร์มให้เข้าถึงตลาดทุน

ทั้งนี้ “KTBST” มองว่า นวัตกรรมและเทคโนโลยีเป็นส่วนส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ลงทุนมีโอกาสเข้าถึงตลาดทุนได้มากขึ้น ตลอดทั้งช่วยติดอาวุธให้กับนักลงทุนในการให้ความรู้ด้านการลงทุนด้วยเครื่องมือต่างๆ อีกด้วย ซึ่งด้วยเทคโนโลยีเพียงลำพัง หากไม่มีคนใช้ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้น สำหรับ “KTBST” เราเน้นการพัฒนาแพลตฟอร์มการลงทุนเพื่อสร้างความสะดวกและเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนมาใช้ผ่านช่องทางนี้ โดยนวัตกรรมที่ถือเป็นจุดเด่นคือแอปพลิเคชัน “KTBST SMART” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักที่รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์การลงทุนของ KTBST ไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้น อนุพันธ์ ตราสารหนี้ กองทุนรวม และการลงทุนต่างประเทศ

อีกแพลตฟอร์มที่น่าสนใจคือ KTBST Social Trading ที่พัฒนาร่วมกับ บริษัท สกายเน็ต ซิสเต็ม จำกัด เป็นการลงทุนในรูปแบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Trading) เป็นนวัตกรรมการลงทุนแบบใหม่ที่ให้บริการเป็นแห่งแรกของประเทศ เพื่อให้นักลงทุนหรือผู้จัดการกองทุนที่เก่งได้เข้ามาแลกเปลี่ยนนำาเสนอกลยุทธ์การลงทุนใหม่ๆ ระหว่างกัน บนแพลตฟอร์มที่เปิดเผยและโปร่งใสตรวจสอบได้ ด้วยฟังก์ชัน Follower และ Master ที่ให้ผู้ลงทุนสามารถติดตามการซื้อขายของผู้ให้ข้อมูลหรือ Master พร้อมทั้งศึกษากลยุทธ์การลงทุนของ Master ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งจะส่งเสริมให้นักลงทุนเก่งขึ้นเรื่อยๆ

แพลตฟอร์มที่โดดเด่นและสร้างชื่อให้กับ KTBST คือ KTBST Smart Algo เป็นบริการซื้อขายหุ้นและอนุพันธ์อัจฉริยะ (Algorithm Trading) ด้วยระบบ MT4 และ MT5 มีกลยุทธ์ลงทุนที่หลากหลายให้ผู้ลงทุนเลือกเป็นการลงทุนซื้อขายด้วยระบบอัตโนมัติที่ผู้ลงทุนไม่ต้องลงทุนด้วยตนเอง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในการลงทุน เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นเพื่อให้ใช้ได้ทั้งการลงทุนในหุ้นไทย อนุพันธ์ และการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ และบริษัทได้ออกแบบ KTBST Islamic Smart Algo เพื่อให้บริการลงทุนหุ้นอัตโนมัติ ตามหลักชาริอะห์ของศาสนาอิสลามอีกด้วย ซึ่งผลักดันให้นักลงทุนชาวมุสลิมในประเทศไทยมีโอกาสเข้าถึงตลาดทุนไทยมากขึ้น และนวัตกรรมนี้ได้รับรางวัลชมเชยจากเวทีรางวัลสุดยอดนวัตกรรมตลาดทุนไทย : CAPITAL MARKET INNOVATION AWARDS 2018 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ล่าสุดที่ KTBST เปิดให้บริการระบบเปิดบัญชีออนไลน์ (Online Application) ผู้ลงทุนสามารถเปิดบัญชี และยืนยันตัวตนเพียงผ่านระบบออนไลน์ได้ทุกผลิตภัณฑ์ในครั้งเดียว ผ่านทุกอุปกรณ์ ทั้งคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ซึ่งหาก e-KYC (Electronic Know Your Customer) คือ กระบวนการตรวจสอบตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ และโครงการการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (National Digital ID : NDID) ซึ่งเป็นระบบกลางในการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลของประเทศสำเร็จ จะช่วยผลักดันให้คนไทยเข้าถึงตลาดทุนได้มากยิ่งขึ้น

ไม่เพียงเท่านั้น KTBST ยังมีกำลังพัฒนาแพลตฟอร์มการซื้อขายกองทุนรวมออนไลน์ ซึ่งจะเชื่อมกับระบบ Fund Connect ในการส่งข้อมูลซื้อขายกองทุนรวม เพื่อให้สามารถใช้งานได้บนระบบ Streaming for fund และสามารถพัฒนาไปสู่ระบบ Robo Advisor ซึ่งเป็นบริการจัดพอร์ตลงทุนในกองทุนรวม

 

ลุยดิจิทัลครบวงจรด้วย “Integration Platform”

การเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินไปสู่ยุคดิจิทัลของประเทศไทยในช่วงประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดธุรกิจ FinTech Startup ซึ่งเป็นผู้ประกอบการใหม่ที่ทำธุรกิจด้านการพัฒนาเทคโนโลยี หรือบริการในการทำาธุรกรรมทางการเงิน เช่น True-Money Wallet, mPay, Paysbuy, และ 2c2p ที่เจาะตลาดผู้บริโภคในการชำระค่าสินค้าและบริการจำพวกของอุปโภคบริโภค และด้วยนโยบายจากหน่วยงานภาครัฐที่ให้การสนับสนุน ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (...) ทำให้แนวโน้มที่ธุรกิจด้าน FinTech จะเติบโตสูงขึ้นอย่างแน่นอน

อีกหนึ่งธุรกิจในเรื่องเทคโนโลยีทางการเงินที่กำลังเติบโตและได้รับความสนใจคือเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) หรือโทเคน (Token) ซึ่งปัจจุบันกำลังเติบโตขึ้นจากการนำระดมทุนหรือ ICO (Initial Coin Offering) ควบคู่ไปกับการใช้ระบบโครงข่ายในการทำธุรกรรมออนไลน์ หรือ Blockchain ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการประกอบธุรกิจทางการเงินในยุคดิจิทัลซึ่งเชื่อมโยงไปถึงรูปแบบธุรกิจบริการชำระเงิน (Payment System) ด้วยเงินดิจิทัล

โดยทั้งสองธุรกิจคือการลงทุนและชำระค่าสินค้าและบริการ หากมีการประสานแพลตฟอร์มกัน (Integration Platform) จะเป็นการพัฒนาเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางการให้บริการของสถาบันการเงินไปอีกขั้น ซึ่ง KTBST ซึ่งเป็นลูกครึ่งเกาหลีไทยได้ร่วมกับบริษัทชั้นนำที่เกาหลีใต้ พัฒนาระบบ Payment System ที่เชื่อมต่อกับบริการกองทุนรวมของ บลจ.วี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ KTBST ผ่าน Payment Application เพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุนออมเงินในกองทุนตลาดเงิน (Money Market) คือ กองทุน WE-MONEY ของ บลจ.วี และถอนกองทุนผ่านแอปพลิเคชันเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ซึ่งเรามั่นใจว่าจะช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงการลงทุนได้มากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อการบริหารจัดการและวางแผนทางการเงินของผู้ลงทุนที่สะดวกรวดเร็วและปลอดภัย

 

ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์

ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)


คลิกอ่านบทความทางด้านธุรกิจและการลงทุนได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนสิงหาคม 2562 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP