X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • บริษัทมหาชนหน้าใหม่แห่งทำเนียบ 50 สุดยอดบริษัทมหาชนแห่งเอเชีย ตอนที่ 1

บริษัทมหาชนหน้าใหม่แห่งทำเนียบ 50 สุดยอดบริษัทมหาชนแห่งเอเชีย ตอนที่ 1

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
17 Nov 2018 | 11:30 am 855

บริษัทเหล่านี้ได้รับการจัดเข้าทำเนียบ 50 สุดยอดบริษัทมหาชนแห่งเอเชียเป็นครั้งแรก หลังจากสามารถแซงหน้าคู่แข่งในอุตสาหกรรมที่มีตั้งแต่เกมบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ไปจนถึงรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก

อินเดียครองพื้นที่ในลิสต์ได้มากเป็นอันดับ 2 อีกครั้งรองจากจีน ด้วยจำนวน 7 บริษัท ซึ่งลดลงจากปีที่แล้ว 1 บริษัท บริษัทญี่ปุ่นแทรกเข้ามาได้ 5 บริษัท ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 โดยมี 3 บริษัทในกลุ่มนี้เป็นบริษัทที่เพิ่งเข้าลิสต์มาใหม่และก่อตั้งเมื่อปี 1997 เท่านั้น ส่วนเวียดนามนั้น ก่อนปี 2016 เวียดนามไม่เคยมีบริษัทเข้าลิสต์ Fab 50 แต่ในคราวนี้มี 3 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทน้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในปีนี้ด้วย



ASHOK LEYLAND
อินเดีย

ผู้บริหารสูงสุด: Dheeraj Hinduja
อุตสาหกรรม: รถบัสและรถบรรทุก
ยอดขาย: 4.6 พันล้านเหรียญ
มูลค่าหุ้น: 5.5 พันล้านเหรียญ

ผู้ผลิตยานพาหนะจากเมือง Chennai แห่งนี้ เป็นผู้ผลิตยานพาหนะเพื่อการพาณิชย์ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอินเดีย และเป็นผู้ผลิตรถบัสใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ในปีงบประมาณที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทเติบโตก้าวกระโดดร้อยละ 34 จากโรงงานผลิต 9 แห่งโดย 7 แห่งอยู่ในอินเดีย 1 แห่งในตะวันออกกลาง และ 1 แห่งในสหราชอาณาจักร บริษัทเป็นธุรกิจหลักของ Hinduja Group มี Dheeraj Hinduja ทายาทรุ่นที่ 3 ดำรงตำแหน่งประธาน บริษัทมีอายุครบ 70 ปีเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ Hindujas เพิ่งเข้าถือหุ้นเมื่อปี 1987

Photo Credit: www.financeasia.com

Avenue Supermarts
อินเดีย
ผู้บริหารสูงสุด: Ignatius Navil Noronha
อุตสาหกรรม: ค้าปลีก
ยอดขาย: 2.3 พันล้านเหรียญ
มูลค่าหุ้น: 1.41 หมื่นล้านเหรียญ

Avenue Supermarts ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกที่เปิดราคาจำหน่ายในหลากหลายชื่อ D Mart, D Mart Minimax, D Mart Premia, D Homes และกลุ่มสินค้าภายใต้แบรนด์ Dutch Harbour  แน่นอนว่าสินค้าของพวกเขาหลากหลายไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สินค้าแช่แข็ง ผักผลไม้ กลุ่มบริษัทของเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งๆ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2000 โดย Radhakishan S. Damani และมีสำนักงานใหญ่ที่เมือง Thane ประเทศอินเดีย

Photo Credit: fly-wheel.com

TVs Motor
อินเดีย
ผู้บริหารสูงสุด: Venu Srinivasan
อุตสาหกรรม: ยานยนต์
ยอดขาย: 2.5 พันล้านเหรียญ
มูลค่าหุ้น: 3.8 พันล้านเหรียญ

บริษัทอายุ 39 ปี จาก Chennai นับเป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ขนาดเล็กรายล่าสุดของอินเดียฐานการผลิต 4 แห่งของบริษัทซึ่งหนึ่งในนั้นคือที่อินโดนีเซียยังผลิตสกูตเตอร์ จักรยานยนต์ และรถสามล้อด้วย ในปีงบประมาณล่าสุด รายได้ของบริษัททะยานขึ้นร้อยละ 36 ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 101 ล้านเหรียญ เติบโตร้อยละ 33 เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา TVs Motor ได้เข้าถือหุ้น Ultraviolette Automotive บริษัทสตาร์ทอัพผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจาก Bangalore

 

OPEN HOUSE
ญี่ปุ่น
ผู้บริหารสูงสุด: Masaaki Arai
อุตสาหกรรม: นายหน้าอสังหาริมทรัพย์
ยอดขาย: 2.7 พันล้านเหรียญ
มูลค่าหุ้น: 3.1 พันล้านเหรียญ

Masaaki Arai ซึ่งปัจจุบันร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีก่อตั้งบริษัทขึ้นใน Tokyo เมื่อปี 1997 นอกจากดำเนินธุรกิจโบรกเกอร์อสังหาริมทรัพย์แล้วบริษัทยังพัฒนาบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยวตามหัวเมืองขนาดใหญ่ในญี่ปุ่น คำขวัญของบริษัทคือ “มาหาบ้านใน Tokyo กันเถอะ” ปี 2013 บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และได้ขายบ้านไปแล้วกว่า 5,000 หลัง โดยมีลูกค้ากว่า 13,000 คนเป็นผู้อาศัยใน Tokyo และพื้นที่โดยรอบ

OUTSOURCING INC.
ญี่ปุ่น

ผู้บริหารสูงสุด: Haruhiko Doi
อุตสาหกรรม: บริการจัดหาพนักงาน
ยอดขาย: 2.1 พันล้านเหรียญ
มูลค่าหุ้น: 2 พันล้านเหรียญ

ในปี 1997 Haruhiko Doi เริ่มธุรกิจจัดหาพนักงานที่เขายังดำรงตำแหน่งประธานและผู้บริหารสูงสุดจนถึงทุกวันนี้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นบริษัทในอุตสาหกรรมการผลิต วิศวกรรมและการบริการ ปัจจุบันมีบริษัทลูกถึง 88 แห่ง ใน 17 ประเทศจาก 4 ทวีป เมื่อเดือนเมษายนบริษัทซื้อหุ้นร้อยละ 56 จาก OTTO Holding ซึ่งจัดหาพนักงานให้กับธุรกิจในเนเธอร์แลนด์และเยอรมนีผ่านเครือข่ายการจัดจ้างในยุโรปตะวันออกปีที่แล้วยอดขายของบริษัทเติบโตร้อยละ 71.4 เป็นผลจากการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามพรมแดนที่ขยายตัว

PHOTO CREDIT: https://asia.nikkei.com

WELCIA HOLDINGS
ญี่ปุ่น
ผู้บริหารสูงสุด: Takamitsu Ikeno, Hideharu Mizuno
อุตสาหกรรม: ร้านขายยา
ยอดขาย: 6.2 พันล้านเหรียญ
มูลค่าหุ้น: 4.8 พันล้านเหรียญ

บริษัทค้าปลีกจาก Tokyo แห่งนี้ประกอบกิจการร้านขายยาและเครื่องสำอาง 1,747 แห่งทั่วประเทศ หลังจากก่อตั้งในปี 2008 ธุรกิจหลักของบริษัทคือขายยาที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ซึ่งมีอัตราส่วนกำไรร้อยละ 39.7 ในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีบริการให้คำปรึกษาและดูแลผู้สูงอายุที่บ้านระยะยาว ร้านขายยา Welcia หลายแห่งเปิดให้บริการถึงเที่ยงคืนหรือตลอด 24 ชั่วโมง



NETMARBLE

เกาหลีใต้
ผู้บริหารสูงสุด: Bang Jun-Hyuk
อุตสาหกรรม: เกมบนโทรศัพท์มือถือ
ยอดขาย: 2.1 พันล้านเหรียญ
มูลค่าหุ้น: 9.2 พันล้านเหรียญ

บริษัทผู้ผลิตเกมบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้รายงานผลกำไรสุทธิปีที่ผ่านมาเกือบ 275 ล้านเหรียญ พุ่งขึ้นร้อยละ 83 เกมแนวแฟนตาซี Lineage 2: Revolution ได้รับความนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดใกล้เคียงอย่างไต้หวันและญี่ปุ่น เดือนเมษายนบริษัทจาก Seoul ลงทุนเกือบ 190 ล้านเหรียญ กับวง K-Pop ชื่อดัง BTS พร้อมทั้งระบุว่าจะมีการเปิดตัวเกมที่สร้างจากสมาชิกบอยแบนด์ทั้งเจ็ดในปีนี้ เมื่อปี 2000 Bang Jun-Hyuk ก่อตั้งบริษัทที่ขณะนี้มีพนักงานถึง 3,000 คน และดึงดูดเกมเมอร์จาก 155 ประเทศ


VINGROUP JOINT STOCK CO.
เวียดนาม

ผู้บริหารสูงสุด: Pham Nhat Vuong
อุตสาหกรรม: พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ยอดขาย: 3.9 พันล้านเหรียญ
มูลค่าหุ้น: 1.41 หมื่นล้านเหรียญ

กลุ่มเครือบริษัทจาก Hanoi ก่อตั้งโดย Pham Nhat Vuong บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของเวียดนาม และมหาเศรษฐีคนแรกของประเทศ เขาทำเงินมหาศาลก้อนแรกจากการขายธุรกิจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้กับ Nestlé ในปี 2010 จากนั้นเขาเปิดบริษัท Vincom พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ย่านธุรกิจระดับบนและก่อตั้ง Vinpearl สร้างรีสอร์ตและโรงแรมหรู ทั้งสองบริษัทควบรวมกิจการในนาม Vingroup ในปี 2012 ปีที่แล้ว Vingroup เปิดบริษัท Vinfast ผู้ผลิตรถยนต์ที่ตั้งเป้าผลิตยานยนต์ให้ได้ปีละ 5 แสนคันภายในปี 2025 เมื่อ 2 เดือนก่อน Vingroup ประกาศแผนสร้างศูนย์เทคโนโลยีใน Hanoi เพื่อพัฒนาไปสู่การผลิตปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (big data) รวมทั้งวางแผนจ้างงานนักศึกษาสาขาเทคโนโลยี 1 แสนคนภายใน 10 ปี

สำหรับบริษัทที่จะเข้ามาเป็น Fab 50 ได้นั้น เราเริ่มคัดจากบริษัทมหาชน 1,744 แห่งที่มีรายได้อย่างน้อย 2 พันล้านเหรียญต่อปี และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาแล้วอย่างน้อย 1 ปี จากนั้นตัดบริษัทที่ขาดทุนหรือมีรายได้ต่ำกว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้วออกไป ต่อมาเราโยนบริษัทซึ่งมีหนี้สินระยะยาวสูงเกินครึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดหรือมีรัฐบาลถือหุ้นเกิน 50% ทิ้งไป เพราะเป้าหมายของเราเน้นเฉพาะบริษัทที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งดำเนินกิจการได้ดี บริษัทที่มีบริษัทแม่ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถือหุ้นมากกว่า 50% ก็โดนคัดออกด้วย

สุดท้าย เราใช้ตัววัดผลด้านการเงินมากกว่า 12 รายการเจาะลึกผู้ท้าชิงที่เหลือ เป้าหมายคือเพื่อให้ได้รายชื่อเกียรติยศสำาหรับบริษัทกลุ่มบลูชิปที่มีผลประกอบการดีเยี่ยม สมเป็นที่สุดขั้นเทพของบรรดาสุดยอดของภูมิภาค

คลิ๊กเพื่ออ่าน ตอนที่ 2


ติดตามการจัดอันดับ FAB 50 “50 สุดยอด บริษัทมหาชนแห่งเอเชีย” ฉบับเต็มได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนตุลาคม 2561 ได้ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP