เปิดบุคลิกผู้นำ 4 แบบแห่ง "ยุคอุตสาหกรรม 4.0" ...คุณคือผู้นำธุรกิจแบบไหน? - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • HR
  • News >
  • เปิดบุคลิกผู้นำ 4 แบบแห่ง “ยุคอุตสาหกรรม 4.0” …คุณคือผู้นำธุรกิจแบบไหน?
บุคลิกผู้นำ ยุคอุตสาหกรรม 4.0

เปิดบุคลิกผู้นำ 4 แบบแห่ง “ยุคอุตสาหกรรม 4.0” …คุณคือผู้นำธุรกิจแบบไหน?

พัฐรัศมิ์ ว่องไชยกุล

เรายังอยู่ในช่วงต้นของ “ยุคอุตสาหกรรม 4.0″ หรืออีกชื่อหนึ่งคือยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4” ซึ่งจะผนวกทรัพย์สินทางกายภาพ เช่น เครื่องจักร ยานพาหนะ และสินค้าคงคลัง เข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล AI และ IoT

แปลและเรียบเรียงจาก The Four Leadership Personas Of The Fourth Industrial Revolution – Which One Are You? เขียนโดย Punit Renjen ซีอีโอแห่ง Deloitte Global ตีพิมพ์ใน forbes.com

การจับคู่กันของสินทรัพย์ทางกายภาพกับโลกดิจิทัล ทำให้บังเกิดการสร้างสรรค์องค์กรที่ไม่เพียงแต่เชื่อมต่อถึงกันได้ แต่ยังทำให้องค์กรมีความครบรอบด้านเพื่อใช้ตัดสินใจ บรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในธุรกิจเช่นนี้ สร้างความไม่มั่นใจให้กับเหล่าผู้บริหารที่กำลังต่อสู้เพื่อเตรียมความพร้อมองค์กรไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ผู้นำบริษัทต่างๆ ยังคงค้นหาเส้นทางความสำเร็จเพื่อสร้างการเติบโตให้กับองค์กรในยุคใหม่นี้

รายงานของ Deloitte Global เก็บผลสำรวจจากผู้บริหารระดับ C-suite จำนวนกว่า 2,000 คนจาก 19 ประเทศ พบว่า มีผู้นำทั้งหมด 4 บุคลิกที่สามารถไปสู่ความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วในยุคเริ่มต้นของอุตสาหกรรม 4.0

โดย 4 บุคลิกเหล่านี้ ได้แก่ Social Supers (ยอดผู้นำเพื่อสังคม), Data-driven Decisives (ผู้ตัดสินใจจากฐานข้อมูล), Disruption Drivers (นักขับเคลื่อนนวัตกรรมดิสรัปชั่น) และ Talent Champions (นักบริหารทาเลนต์)

เหล่านี้คือ 4 บุคลิกผู้นำสู่ความสำเร็จของ ยุคอุตสาหกรรม 4.0

 

1.The Social Supers – สุดยอดผู้นำเพื่อสังคม

ขณะที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ที่ตอบแบบสอบถามกล่าวอ้างว่าผลกระทบต่อสังคมคือสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญ แต่ที่จริงแล้วหลายบริษัทก็ยังคงต่อสู้กับความตึงเครียดระหว่างการสร้างผลบวกต่อสังคมไปพร้อมกับการสร้างกำไร

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารที่เป็นสุดยอดผู้นำเพื่อสังคมดูเหมือนจะแก้โจทย์นี้ได้ ผู้นำเหล่านี้สามารถหาทางทำได้ดีด้วยการทำสิ่งที่ดีได้สำเร็จ ด้วยการสร้างรายได้ให้เติบโตผ่านการสร้างสรรค์สินค้าหรือบริการที่ตระหนักรับผิดชอบต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารกลุ่มนี้ยังมีความเชื่อว่า การให้ความสำคัญต่อสังคมมีส่วนสร้างผลกำไรอีกด้วย

สุดยอดผู้นำเพื่อสังคมมักจะวางนโยบายในโมเดลธุรกิจของตนให้เกี่ยวพันกับการตอบแทนสังคม มุมมองเชิงบวกต่อการทำสิ่งที่ดีเช่นนี้ยังสร้างประโยชน์ให้กับนโยบายพัฒนาบริษัทในหลายๆ ด้านด้วย เช่น

พวกเขามักจะมีความกระหายอยากที่จะลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อดิสรัปตลาด มีแนวโน้มมากกว่าในการเตรียมตัวพนักงานให้พร้อมเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 วัดได้จากความต้องการที่จะฝึกฝนพนักงานของผู้นำกลุ่มนี้มีสูงถึง 54% เทียบกับผู้บริหารทั่วไปที่ต้องการฝึกฝนพนักงานเพียง 37%

 

2. The Data-driven Decisives – ผู้ตัดสินใจจากฐานข้อมูล

การวางกลยุทธ์พัฒนาองค์กรจากฐานข้อมูลที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้นำองค์กรกลุ่มนี้ 62% ของผู้นำที่ตัดสินใจจากฐานข้อมูลเห็นด้วยเป็นอย่างมากว่าพวกเขาพร้อมแล้วที่จะนำพาองค์กรไปสู่โอกาสใหม่ภายใต้ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งตัวเลขสัดส่วนนี้สูงกว่าเป็นเท่าตัวจากผู้นำที่ไม่ได้ใช้ดาต้าในการตัดสินใจ

บุคลิกผู้นำกลุ่มนี้มักจะทำให้การวางกลยุทธ์องค์กรในระยะยาวประสบความสำเร็จ เพราะทั้งผู้นำและองค์กรมักจะกล้าเสี่ยงกว่า ผู้นำกลุ่มนี้ครึ่งหนึ่งใช้เม็ดเงินเพื่อลงทุนในเทคโนโลยีที่จะดิสรัปตลาด เทียบกับผู้นำกลุ่มอื่นที่มีเพียง 1 ใน 3 ที่กล้าเสี่ยงลงทุนในเทคโนโลยีแปลกใหม่

การตัดสินใจด้วยฐานข้อมูลนั้นให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เกือบครึ่งหนึ่งขององค์กรที่นำโดยผู้นำกลุ่มนี้สามารถสร้างการเติบโตของรายได้ต่อปีได้มากกว่า 5% เทียบกับผู้นำกลุ่มอื่นที่มีเพียง 25% ที่สามารถสร้างการเติบโตได้ในระดับดังกล่าว

 

3. The Disruption Drivers – นักขับเคลื่อนนวัตกรรมดิสรัปชั่น

ผู้บริหารที่รายงานว่าบริษัทมีการลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อปฏิวัติตลาดของตนเอง และลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อขยายความสามารถการทำกำไรของบริษัท นับได้ว่าเป็นนักขับเคลื่อนนวัตกรรมดิสรัปชั่น

ผู้นำกลุ่มนี้มักกล่าวว่าตนเองมีความพร้อมเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 มากกว่า (45% เทียบกับผู้นำกลุ่มอื่นที่ตอบว่าตนมีความพร้อมเพียง 32%) และมักจะเตรียมตัวได้ดีกว่าเพื่อโอกาสทางธุรกิจแห่งยุค

นักขับเคลื่อนนวัตกรรมมักจะมีวิธีการที่ครบรอบด้านกว่าเพื่อตัดสินใจ อันได้แก่การวางขั้นตอนที่ชัดเจน ใช้ดาต้า และรวบรวมความเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย ผู้นำกลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มความเชื่อมั่นว่าตนเองได้เตรียมพนักงานที่มีทักษะพร้อมสำหรับอนาคตแล้ว (54% เทียบกับกลุ่มผู้นำอื่นๆ ที่มีความเชื่อมั่นในประเด็นนี้เพียง 33%) และพวกเขายังวางแผนการฝึกฝนพนักงานไว้อีกมาก

การเลือกลงทุนกับเทคโนโลยีถือเป็นความท้าทายโดยมักจะมีอุปสรรคที่ทำให้การลงทุนนั้นไม่เกิดขึ้น คือ การมุ่งเน้นแต่ผลลัพธ์ระยะสั้น การขาดความเข้าใจต่อเทคโนโลยีในอุตสาหกรรม 4.0 และการขาดวิสัยทัศน์ที่เหมาะสม ซึ่งนักขับเคลื่อนนวัตกรรมดิสรัปชันสามารถเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ได้ทั้งหมด

 

4. The Talent Champions – นักบริหารทาเลนต์

นักบริหารทาเลนต์คือผู้นำที่ก้าวไปได้ไกลกว่าเพื่อนในการเตรียมพนักงานเพื่อรองรับอนาคต พวกเขาเชื่อมั่นว่าตนเองทราบถึงทักษะต่างๆ ที่บริษัทจำเป็นต้องมี และ พวกเขามีพนักงานในบริษัทที่เหมาะสมกับยุคนี้เรียบร้อยแล้ว

แม้จะมีความมั่นใจ แต่ผู้บริหารกลุ่มนี้ก็ยังไม่พึงพอใจสูงสุด พวกเขายังคงมุ่งมั่นเตรียมแรงงานให้พร้อมสู่อนาคต พวกเขาแสดงถึงความรับผิดชอบในการฝึกฝนทักษะให้กับลูกจ้าง (51% เทียบกับกลุ่มอื่นที่มีเพียง 41%) และมีแนวโน้มจะลงทุนในเทคโนโลยีเพื่อดิสรัปคู่แข่งมากกว่า

การที่ผู้นำมุ่งมั่นพัฒนาทักษะพนักงานทำให้เกิดประโยชน์ตามมา 64% ของนักบริหารทาเลนต์สามารถสร้างรายได้ให้เติบโต สิ่งนี้อาจเป็นผลสะท้อนจากปรัชญาของการทำได้ดีเพราะทำสิ่งที่ดีเนื่องจากวิสัยทัศน์การพัฒนาแรงงานเป็นสำคัญทำให้พนักงานให้ความร่วมมือมากกว่า และรู้สึกมีไฟในการทำงานเพราะต้องการใช้ทักษะใหม่ๆ ที่เพิ่งได้รับการฝึกฝน

คุณมองเห็นตัวเองหรือองค์กรของคุณมีบุคลิกภาพเหล่านี้บ้างหรือไม่? จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้องค์กรของคุณปรับใช้บุคลิกเหล่านี้? องค์กรของคุณจะประสบความสำเร็จได้มากมายเพียงใดหากผู้นำเริ่มวางวิสัยทัศน์ไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 ? นี่เป็นเพียงคำถามไม่กี่คำถามที่ต้องคิดพิจารณาในระหว่างที่เรากำลังเดินเข้าสู่ยุคใหม่ของธุรกิจ

 

BACK TO TOP