Flipagram หาใช่ธรรมดา - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

Flipagram หาใช่ธรรมดา

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
04 Mar 2016 | 2:53 pm 1548

Farhad Mohit ไม่ได้แสดงความวิตกกังวล (เขาเคยก่อตั้งและขายธุรกิจเว็บไซต์ 2 แห่งก่อนหน้านี้) แต่ในช่วงปลายปี 2013 ผู้ประกอบการรายนี้รู้ตัวดีว่าเงินลงทุนในธุรกิจเกิดใหม่ของเขาจะหมดลงเมื่อเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์

ทว่า หนทางข้างหน้าของ Mohit ไม่ได้เลวร้ายเหมือนตัวเลขที่ปรากฏทางบัญชี ธุรกิจเกิดใหม่ของเขาเป็นเจ้าของแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Flipagram ซึ่งผู้ใช้สามารถสร้างสไลด์วีดีโอหรือ “Flips” จากวีดีโอ ภาพถ่าย ข้อความและสามารถเลือกใส่เพลงฮิตท่อนสั้นๆ เป็นเวลา 30 วินาที ก่อนที่ Mohit จะมีโอกาสระดมเงินทุนจากผู้ลงทุนรายใหม่ Sequoia Capital ชิงขอนัดเจรจาโดยทันที Sequoia ส่ง Michael Moritz มหาเศรษฐีหุ้นส่วนของบริษัทและ Tim Lee ผู้ร่วมลงทุนไปยัง Los Angeles เพื่อพบกับ Mohit ที่บ้านของเขาซึ่งใช้เป็นสำนักงานของ Flipagram พวกเขาพูดคุยกันระหว่างร่วมโต๊ะมื้อกลางวันรับประทานอาหารเปอร์เซียนแบบทำเองที่บ้าน ในเดือนกุมภาพันธ์ SequoiaKleiner Perkins Caufield & Byers และ Index Ventures ร่วมกันลงทุนในมูลค่า 70 ล้านเหรียญ

พวกเขาต้องการถือหุ้นส่วนหนึ่งในธุรกิจเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่จะเติบโตเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการในอนาคต ณ ช่วงสิ้นสุดปี 2014 Flipagram มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 30 ล้านรายต่อเดือน เทียบกับ Facebook ที่ใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนจะทำยอดผู้ใช้แตะหลักเดียวกัน ส่วน Snapchat ใช้เวลากว่า 2 ปี ขณะที่ Flipagram ทำได้ในระยะเวลาเพียง 1 ปี ปัจจุบัน Flipagram ยังคงติดอันดับ1 ใน 10 แอพฯ ประเภทภาพถ่ายและวิดีโอที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดบนระบบ iOS ในสหรัฐฯ และจำนวน Flips ที่สร้างโดยแอพฯ นี้มีอัตราเติบโต 165% ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2014 ถึงไตรมาส 3 ปี 2015

Flipagram ตอบโจทย์ความต้องการโดยมองว่าผู้ใช้อยากได้โปรแกรมที่ช่วยให้พวกเขาสร้างวีดีโอได้เร็วกว่าการทำคลิปลงบน YouTube ให้อิสระในการสร้างสรรค์และมีลูกเล่นเยอะกว่า Vine ของ Twitter และInstagram ของ Facebook “มันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์” Mohit กล่าว “ทุกคนมีเรื่องราวที่อยากบอกเล่าและแบ่งปัน” ข้อแตกต่างสำคัญของ Flipagram คือการให้ผู้ใช้ใส่เพลงประกอบยาว 30 วินาที (เพิ่มระยะเวลาเป็น 60 วินาทีเมื่อธันวาคมที่ผ่านมา) ลงในวิดีโอโดยสามารถเลือกจากหลายสิบล้านเพลงในคลัง Mohit ทุ่มเงินส่วนหนึ่งที่ได้มาจากการระดมทุน 70 ล้านเหรียญเพื่อทำสัญญาซื้อลิขสิทธิ์เพลงจากบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเพลงรายใหญ่เกือบทุกราย Flipagram ไม่รองรับการใส่เสียงเพลงลงในวิดีโอจากแอพฯ โดยตรง ส่วน Vine จำกัดให้ผู้ใช้เลือกเพลงประกอบเฉพาะเพลงที่แอพฯ คัดเลือกให้หรือเพลงที่อยู่ในเครื่องของผู้ใช้เท่านั้น ทั้งนี้ Flipagram ยังมีบริการลิงค์เชื่อมโยงเพื่อซื้อเพลงฉบับเต็มบน iTunes หรือ Spotify

ไม่น่าแปลกใจที่ศิลปินนักร้องพากันชื่นชอบและสนุกกับการเล่น Flipagram อาทิ Britney Spears ที่กำลังออกลีลาเต้นกับลูกๆ ของเธอในรถมีผู้กดเข้าชมกว่า 500,000 ครั้ง

Mohit ผู้อพยพชาวอิหร่านวัย 46 ปี ซึ่งมีเคราดำแซมด้วยสีขาวและผมสีดำขลับ  อพยพจากเมือง Tehran ไปยังฝรั่งเศสและอังกฤษพร้อมครอบครัวของเขาตอนอายุได้ 9 ปี ก่อนจะย้ายไปลงหลักปักฐานที่ California ตอนใต้ เขาศึกษาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ที่ University of California, Los Angeles และเข้าทำงานเป็นที่ปรึกษา หลังจากนั้นได้เรียนต่อและจบสาขา M.B.A. จาก Wharton ในปี 1996 ก่อนเรียนจบไม่นาน Mohit ต่อยอดโครงการที่ทำในหลักสูตรปริญญาโทและเปิดเป็นบริษัทแห่งแรกในชื่อ BizRate ซึ่งเป็นหนึ่งในเว็บไซต์จัดอันดับธุรกิจออนไลน์รายแรกๆ ต่อมาขยายมาเปิดShopzilla เว็บไซต์ด้านธุรกิจค้าปลีก ซึ่งเทคโนโลยีที่ให้ผู้ใช้สามารถเปรียบเทียบราคาสินค้าเป็นปัจจัยส่งผลให้ Shopzilla ขึ้นแท่นหนึ่งในเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลในหมวดช็อปปิ้งออนไลน์รายใหญ่ที่สุดของโลก Mohit บริหารธุรกิจให้สามารถทำกำไรได้ท่ามกลางภาวะวิกฤตฟองสบู่ธุรกิจเทคโนโลยีแตกและขายเว็บไซต์ทั้ง 2 แห่งให้กับ Scripps ด้วยราคา 525 ล้านเหรียญในปี 2005

หลังจากนั้นเขาพัฒนาแอพฯ ประเภทสื่อสังคมออนไลน์อีกหลายโปรแกรมซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนโดยใช้เงินของเขาเองแต่ไม่ประสบความสำเร็จและเริ่มมุก Brian Dilley ประธานบริหารฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัทจึงแนะนำ Mohit ให้รู้จักกับ Josh Feldman และ Raffi Baghoomian ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแอพฯ สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS ราคา 0.99 เหรียญที่ชื่อ Flipagram โดยพวกเขาใช้เวลาว่างจากงานประจำที่บริษัทสื่อโฆษณาด้านดิจิทัล พวกเขาทั้ง 4 นัดเจอกันในเดือนกันยายน 2013 ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นย่าน Studio City และพูดคุยกันอย่างถูกคอ เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น Mohit เข้าซื้อ Flipagram โดยไม่เปิดเผยข้อมูลตัวเลข หนึ่งเดือนต่อมา 4 ผู้ร่วมก่อตั้งเปิดให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดได้ฟรี ปรับการใช้งานให้ง่ายขึ้นกว่าเดิมและเพิ่มการใส่ “โลโก้” Flipagram ที่จะปรากฏอยู่ในทุกวิดีโอ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลให้ยอดดาวน์โหลดและจำนวนการสร้างวิดีโอเพิ่มสูงขึ้น และนำไปสู่การระดมทุนเพิ่มจากกองทุนเงินร่วมลงทุนมูลค่า 70 ล้านเหรียญ

เรื่อง: KATHLEEN CHAYKOWSKI เรียบเรียง: นวตา สันติวัฒนา


คลิ๊กเพื่ออ่าน “Flipagram หาใช่ธรรมดา” ฉบับเต็มได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ FEBRUARY 2016 ในรูปแบบ E-Magazine

BACK TO TOP