เอวีเอส อินโนเวชั่น ปั้นนวัตกรรมฆ่าเชื้อไวรัส - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Technology
  • Thailand
  • World >
  • เอวีเอส อินโนเวชั่น ปั้นนวัตกรรมฆ่าเชื้อไวรัส

เอวีเอส อินโนเวชั่น ปั้นนวัตกรรมฆ่าเชื้อไวรัส

คุณหมอนักวิจัยรศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุลตัดสินใจลาออกจากราชการ เพื่อมาทำธุรกิจสตาร์ทอัพด้านนวัตกรรม เอวีเอส อินโนเวชั่น เพราะมองเห็นความสำคัญของการต่อยอดงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง พร้อมเปิดตัวเทคโนโลยี “i-Sol+ Tech” น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรน่าได้ถึง 99%

วันนี้สังคมไทยกำลังตื่นตระหนก ทำให้เกิดความเครียดเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่า อยากจะบอกว่าโรคนี้ไม่ได้ติดง่าย และไม่ใช่ว่ารักษาไม่ได้ แต่ต้องไม่ประมาทรศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้ง บริษัท เอวีเอส อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้

ในฐานะนายแพทย์ เขาย้ำความมั่นใจถึงระบบการแพทย์ของไทย พิจารณาได้จากช่วงแรกของการระบาดประเทศไทยอยู่อันดับต้นๆ แต่วันนี้การแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 ช้ามากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ซึ่งมีอัตราการตายมากกว่า แสดงให้เห็นว่าระบบการแพทย์และสาธารณสุขในประเทศไทยดำเนินการอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญการแก้ไขปัญหานั้นต้องวางแผนในระยะยาว โดยอาศัยความรู้ความเข้าใจในด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้น

เทียบกับไวรัสเอชไอวี หรือ เอดส์ ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วย 40 ล้านคนทั่วโลก และเป็นผู้ป่วยใหม่ปีละ 1 ล้านคน แต่คนยังไม่ตระหนักถึงการป้องกันด้วยการใช้ถุงยางอนามัย เพราะฉะนั้นอย่าตระหนกตกใจกับไวรัสโคโรน่าที่ติดเชื้อยากกว่าเอดส์ด้วยซ้ำ แต่สิ่งสำคัญคือต้องไม่ประมาท

รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล

รศ.ดร.นพ.กำพล อดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นนักเภสัชวิทยาที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ให้ความเห็นว่า การต่อสู้กับไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เป็นเรื่องยาก เพราะมันสามารถกลายพันธุ์ได้ นับตั้งแต่การระบาดของโรคซาร์ส เมอร์ส จนมาถึงไวรัส COVID-19 แต่หากเราใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ไปแก้ปัญหา โดยการทำลายโปรตีนเอส ที่ห่อหุ้มไวรัส จะทำให้ไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อเข้าสู่มนุษย์ได้ เป็นที่มาของการพัฒนาเทคโนโลยี “i-Sol+ Tech” ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ เป็นอีกทางเลือกในการกำจัดไวรัสชนิดต่างๆ รวมถึงโคโรน่าไวรัสได้ถึง 99% และออกฤทธิ์ปกป้องพื้นผิวนานถึง 24 ชั่วโมง

 

ก่อตั้งเอวีเอสฯ สตาร์ทอัพนวัตกรรมการแพทย์

ผลิตภัณฑ์ ไอโซเทค “i-Sol+ Tech” เป็นหนึ่งในงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง ที่เอวีเอส อินโนเวชั่น พัฒนาขึ้น และมีการจดสิทธิบัตรเฉพาะของบริษัท ในการเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสปราศจากแอลกอฮอล์ มีสารออกฤทธิ์สำคัญที่ National Environment Agency (NEA) ได้ให้คำแนะนำว่าเป็นสารที่สามารถฆ่าเชื้อโคโรน่าไวรัสได้ โดยสิทธิบัตรที่จำเพาะของบริษัทที่ได้ใช้เทคโนโลยีนาโนในการสร้างอนุภาคไอออนเพื่อทำลายเมมเบรนที่ห่อหุ้มและสารพันธุกรรมของไวรัส ทำให้ไวรัสตายในที่สุด

รศ.ดร.นพ.กำพล กล่าวว่า ได้ตัดสินใจออกจากราชการ เพื่อตั้งเอวีเอส อินโนเวชั่น พัฒนานวัตกรรมที่เกิดจากงานวิจัย ซี่งได้เห็นปัญหานี้มาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน หากไม่ผลักดันงานวิจัยสู่ภาคเอกชน ไม่มีทางเกิดได้ แต่สมัยนั้น ยิ่งหากเป็นอาจารย์แพทย์ด้วยแล้ว การจะผลักดันผลงานสู่ภาคเอกชนจะถูกมองไม่ดี งานวิจัยจำนวนมากจึงถูกเก็บเข้าลิ้นชักไป

น้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสปราศจากแอลกอฮอล์ ผลงานนวัตกรรมจากเอวีเอส อินโนเวชั่น

อย่างไรก็ตาม เมื่ออายุมากขึ้น จึงเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนนักวิจัย ผลงานวิจัยที่มีคุณค่า ควรจะถูกนำมาพัฒนาเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่มนุษยชาติ และในฐานะที่เคยเป็นอาจารย์แพทย์มาก่อน จึงมองเห็นคุณค่าของนักวิจัย และนำมาเจียระไนให้เปล่งประกายมากยิ่งขึ้น โดยนักวิจัยคนสำคัญของโครงการนี้ คือ ดร.สรวง สมานหมู่ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย

บริษัท เอวีเอส อินโนเวชั่น จำกัด เป็นหนึ่งในโครงการ Spin Off โดยการสนับสนุนของอุทยานวิทยาศาสตร์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) บริษัทที่จัดตั้งขึ้นมีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจทางด้านวิจัย พัฒนานวัตกรรมและต่อยอดผลิตภัณฑ์ทางด้านเทคโนโลยี Microencapsulation การนำส่งสารสำคัญเข้าสู่ผิวหนังและร่างกาย สารสกัดจากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ทางด้าน Food Innovation

เรามุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทของคนไทยเพียงแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ที่มีขีดความสามารถในการทำวิจัย พัฒนา ออกแบบ ผลิตสารสกัดจากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อสุขภาพ เวชภัณฑ์ โดยฝีมือคนไทย เพื่อลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และยังสามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศและสร้างอาชีพให้แก่คนไทยรศ.ดร.นพ.กำพลระบุ

โมเดลธุรกิจของเอวีเอส อินโนเวชั่น คือการคิดค้นนวัตกรรม พัฒนาสินค้า และเปิดให้บริษัทต่างๆ เข้ามาใช้โนว์ฮาวต่อยอด เพื่อทำให้บริษัทขนาดเล็กได้มีโอกาสพัฒนาธุรกิจและต่อยอดสร้างรายได้ในอนาคต

อย่างกรณีผลิตภัณฑ์ ไอโซเทค “i-Sol+ Tech” ได้ร่วมกับบริษัท เลกาซี่ ไพร์ม เมด นำไปจำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ ภายในเดือนมีนาคมนี้ โดยก่อนเริ่มจำหน่ายได้แสดงเจตนารมณ์ในการบริจาคให้กับหน่วยงานของรัฐนำไปใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น กรมการแพทย์ทหารบก ศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยนเรศวร และโรงพยาบาลในประเทศจีน จำนวน 1 ล้านมิลลิลิตร

 

เป้าหมายคือสุขภาวะที่ดีของคนทั่วโลก

รศ.ดร.นพ.กำพล กล่าวว่า สิ่งที่ทำในวันนี้เป็นความใฝ่ฝันของตัวเองที่ต้องการสร้างให้เป็นมรดกของคนไทยและคนทั่วโลก เพื่อนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดี ต้องการให้คนไทยมีนิสัยในการดูแลตัวเองเป็นประจำ ไม่ใช่แค่ทำตามกระแส สถานที่ต่างๆ ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรค ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน โรงพยาบาล ต้องมีการกำจัดเชื้อโรค รวมไปถึงโรงเรียน และห้างสรรพสินค้า หากทำเป็นประจำ ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคจะน้อยลง รวมถึงสุขภาวะของคนทั่วโลกด้วย

และไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ บริษัทมุ่งพัฒนานวัตกรรมด้านอาหาร นวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหามลภาวะอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะเรื่อง PM 2.5 ที่อันตรายไม่แพ้กัน

เราเชื่อว่าโมเดลในการพัฒนาธุรกิจของเรามีความเป็นไปได้ และจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยนวัตกรรม และกลยุทธ์การบริหารคอนเน็คชั่น การสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ประเทศไทยได้ประโยชน์ ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ โดยเฉพาะรายเล็กสามารถใช้เป็นโมเดลในการสร้างความเข้มแข็งได้ เราคิดแบบเล็กๆ ถ้าคิดใหญ่เกินไป จะเกิดการผูกขาด ถ้าไม่สามารถแบ่งปันได้ก็ไม่เกิดประโยชน์ การให้เท่ากับการได้รับรศ.ดร.นพ.กำพลระบุ

แนวคิดในการพัฒนาธุรกิจครั้งนี้ได้อานิสงส์จากการที่ รศ.ดร.นพ.กำพล สามารถวางอัตตา และล้าง ego ได้เมื่อ 10 ปีก่อน ด้วยความภูมิใจในความสำเร็จของตัวเองที่สามารถก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าภาควิชาได้ตั้งแต่อายุ 30 ปี และเป็นรองอธิการบดีเมื่ออายุ 40 ปี ทำให้เขาภูมิใจในความเก่งของตัวเองที่สามารถเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งประสบกับมรสุมจึงเปลี่ยนแปลงความคิดใหม่ และตั้งปณิธานว่าจะอยู่เบื้องหลังเพื่อผลักดันนักวิจัย และงานวิจัยที่มีคุณค่า โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการสร้างธุรกิจที่ดี เพื่อสุขภาวะของคนไทย และประชากรของโลก

ผมเริ่มจากการเปลี่ยนตัวเอง พยายามฟัง เข้าใจคนอื่นให้มากขึ้น ช่วงที่ผ่านมาสามารถเปลี่ยนศัตรูเป็นมิตรได้มาก สร้างเครือข่าย เน็ตเวิร์ค โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ ประชาชนต้องได้ประโยชน์ วันนี้ถ้าไม่ร่วมมือกัน การล่มสลายทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นต้องเริ่มเปลี่ยนตัวเองตั้งแต่วันนี้รศ.ดร.นพ.กำพลกล่าวทิ้งท้าย

ในวัย 62 ปี ของ รศ.ดร.นพ.กำพล ศรีวัฒนกุล ยังมีภารกิจให้เดินตามความฝันอีกมากมาย เพราะเป้าหมายคือการสร้างความสุขให้สังคมโลก นอกจากงานในประเทศไทย รศ.ดร.นพ.กำพล ยังอยู่ในกลุ่มแพทย์ที่เรียกตัวเองว่า “Dr. Under The Same Sun” ซึ่งมีภารกิจในการเดินทางไปช่วยเหลือดูแลผู้ป่วยในหลายประเทศ และสิ่งหนึ่งที่เขาจะนำติดตัวไปเสมอ คืองานวิจัยที่ผ่านการเจียระไนแล้วจากประเทศไทยนั่นเอง

 

อ่านเพิ่มเติม

 

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP