Jimmy John Liautaud มหาเศรษฐีแซนด์วิชยักษ์ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • Jimmy John Liautaud มหาเศรษฐีแซนด์วิชยักษ์

Jimmy John Liautaud มหาเศรษฐีแซนด์วิชยักษ์

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
27 May 2019 | 12:02 pm 737

หลังจบชั้นมัธยมปลายด้วยคะแนนรองโหล่ Jimmy John Liautaud เปิดกิจการร้านขายแซนด์วิชยักษ์ (submarine sandwich) ที่ดัดแปลงจากโรงรถขนาด 2 คัน

สองปีที่แล้วเขาขายหุ้นส่วนใหญ่ของ Jimmy John’s ให้บริษัทเงินทุนส่วนบุคคล (private equity firm) ตามข้อตกลงที่มีเงื่อนไขให้เขาต้องสละอำนาจการควบคุมร้าน Jimmy John’s จะต่อยอดความสำเร็จได้หรือไม่เมื่อปราศจาก Jimmy John ในฐานะผู้กุมบังเหียน

สำนักงานใหญ่ของ Jimmy John’s วันพุธเป็นวันชิมอาหาร และ Jimmy John Liautaud ผู้ก่อตั้ง มีตำแหน่งเป็นหัวหน้านักชิม เขาเดินก้าวอาดๆ เข้าไปห้องครัวในชุด เสื้อเชิ้ตปล่อยชายและกางเกงยีนส์ พร้อมจะสำรวจตรวจสอบอาหารในวันนี้ ซึ่งประกอบไปด้วย แซนด์วิช 10 ชนิดเนื้อ deli meat 6 ประเภท มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบและคุกกี้ Liautaud เปิดฉากชิมด้วยขนมปัง

Liautaud ในวัย 54 ปี เปิดร้านแซนด์วิช Jimmy John’s เมื่อ 35 ปีก่อน ทุกวันนี้ บริษัททำยอดขายกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากร้านใน 2,802 ทำเล แต่เขาไม่ได้เป็นผู้อยู่เบื้องหน้าอีกต่อไป Jimmy John’s เติบโตเกินกว่าแนวทางที่ Liautaud เคยใช้ในการทำธุรกิจ ตอนนี้เขารับคำสั่งจาก Roark Capital บริษัททุนเงินส่วนบุคคลจาก Atlanta ซึ่งได้ซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทในปี 2016 ผ่านข้อตกลงที่เป็นการประเมินมูลค่าธุรกิจที่ราว 3 พันล้านเหรียญ Liautaud ยังคงถือหุ้นประมาณร้อยละ 35 เขามีสินทรัพย์คิดเป็นมูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญ

“ชีวิตช่วงแรกๆ ของผมล้มเหลวไม่เป็นท่า” เขาเล่า “ผมจบมัธยมปลายด้วยคะแนนรองบ๊วย แล้วผมก็เป็นเด็กตัวอ้วนๆ” เมื่อ Liautaud เรียนจบ พ่อของเขาประสบความสำเร็จกับบริษัทขึ้นรูปพลาสติก เขาให้เงินแก่ลูกชาย 25,000 เหรียญ เป็นทุนตั้งต้นธุรกิจโดยมีเงื่อนไขว่เขาจะต้องไปสมัครเป็นทหารถ้าธุรกิจไม่เป็นรูปเป็นร่างภายใน 1 ปี เดิมทีเดียว Liautaud คิดจะตั้งร้านขายฮอตดอกแต่อุปกรณ์มีราคาแพงเกินไป จึงลงเอยด้วยการเปิดร้านขายแซนด์วิชในโรงรถดัดแปลง ร้าน Jimmy John’s แห่งแรกเปิดกิจการเมื่อปี 1983

บรรดาแซนด์วิช ยักษ์ใหญ่ ในสหรัฐฯ

หนึ่งวันหลังจากวันครบรอบวันเกิดปีที่ 19 ของ Liautaud ร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่คลาคล่ำไปด้วยบาร์ใกล้มหาวิทยาลัย Eastern Illinois เขากับพ่อแบ่งหุ้นกันโดยเขาถือหุ้นร้อยละ 52 ส่วนพ่อของเขาถือหุ้นร้อยละ 48 Liautaud ตั้งเป้าที่กลุ่มนักศึกษาเพื่อขยายฐานลูกค้าและเป็นคนไปส่งแซนด์วิชที่หอพักด้วยตัวเองโดยคิดค่าส่ง 25 เซนต์ต่อแซนด์วิช 1 ชิ้น (ร้าน Jimmy John’s เกือบทุกแห่งยังให้บริการส่งแซนด์วิชและคิดค่าส่งคงที่ที่ 2 เหรียญ) เขาทำงานวันละ 18 ชั่วโมงและเรียนการเงินพื้นฐานแบบรวบรัด “ผมดูว่าอะไรทำให้ยอดเงินในบัญชีธนาคารเพิ่มขึ้นและอะไรทำให้มันลดลง” เขาบอก “ก็เวลาที่ผมเขียนเช็คเงินเดือนนั่นล่ะที่ยอดเงินลดลง”

Liautaud เปิดร้านแห่งที่ 2 ใกล้กับมหาวิทยาลัย Western Illinois จากนั้นจึงขยายไปที่เมือง Champaign รัฐ Illinois ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ Jimmy John’s ในปีเดียวกันนั้น Jimmy John’s เริ่มขายแฟรนไชส์เพื่อให้การขยายธุรกิจทำได้เร็วยิ่งขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นการขายในรัฐที่อยู่ตอนกลางของประเทศขณะที่ธุรกิจโตวันโตคืน เมนูของร้านยังคงความเรียบง่ายอันประกอบไปด้วยเนื้อสัตว์ 6 ชนิด ขนมปัง 3 ชนิด และชีส Provolone สิ่งนี้ทำให้ Jimmy John’s ต่างจากคู่แข่งและช่วยให้ต้นทุนค่าอาหารต่ำ

จากข้อมูลของ Liautaud ธุรกิจเริ่มประสบปัญหายอดขายในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2014 ยอดขายของร้านสาขาเดียวกันตกลงทุกปี ในปี 2017 ยอดขายลดลงถึงร้อยละ 3 สาเหตุประการหนึ่งของความซบเซามาจากการที่ครั้งหนึ่ง Jimmy John’s เคยโดดเด่นในเรื่องบริการส่งอาหาร แต่ตอนนี้บริการส่งสินค้าออนไลน์อย่าง Seamless, Postmates และ Grubhub ช่วยให้ลูกค้าสามารถสั่งแซนด์วิชจากคู่แข่งมากมายของ Jimmy John’s อุตสาหกรรมแซนด์วิชในสหรัฐฯเริ่มกระจุกตัวและมีการแข่งขันสูงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีผู้ประกอบการรายใหญ่อย่าง Subway (สาขา 24,812 แห่งในสหรัฐฯ) Mike’s (1,482 แห่ง) และ Firehouse Subs (1,115 แห่ง)

“ผมคิดว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา พวกเขาเริ่มเห็นยอดขายตึงตัว ขณะที่ความท้าทายที่มาถึงจุดอิ่มตัวเหล่านี้จะยังดำเนินต่อไป” David Henkes เจ้าหน้าที่อาวุโสของ Technomic บริษัทวิจัยด้านบริการอาหารกล่าว ถึงกระนั้น เขาก็ยังคาดหวังว่าทีมบริหารของ Roark จะทำให้ธุรกิจกลับมาฟื้นตัวได้ เช่นเดียวกับที่พวกเขาทำได้สำเร็จกับ Arby’s ตั้งแต่ Roark ลงทุนในเชนร้านแซนด์วิชเนื้ออบแห่งนี้ในปี 2011 Arby’s สามารถฟื้นจากบริษัทที่มีผลการดำเนินงานอันดับท้ายๆ ในอุตสาหกรรม มาเป็นบริษัทอันดับต้นๆ โดยสามารถทำยอดขายนำร้านสาขาเดียวกันเพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงบ้างแล้วที่ Jimmy John’s ในเดือนตุลาคม 2017

Roark ได้ John Shea อดีตผู้บริหารของ Gatorade มารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดคนแรกของบริษัท นอกจากนี้ Roark ยังช่วยให้บริษัทสามารถใช้ข้อมูลในการติดตามทุกสิ่งตั้งแต่ความพึงพอใจของลูกค้าเมนูที่เป็นที่นิยม ไปจนถึงจำนวนลูกค้าในร้าน นั่นเป็นความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่

“Roark นำเรื่องการวิเคราะห์และข้อมูลเข้ามา”

ที่เมือง Champaign รัฐ Illinois ถนนลื่นเพราะฝนตก Liautaud บึ่งรถ McLaren ราคา 3 แสนเหรียญด้วยความเร็ว “ผมอยากให้คุณเห็นตัวอย่างเล็กน้อยว่าเจ้าเครื่องยนต์พวกนี้ทำอะไรได้บ้าง” เขาบอกและเหยียบคันเร่งจนมิดตัวเลขบนหน้าปัดบอกความเร็วพุ่งไปที่ 138 ไมล์ต่อชั่วโมง เขายังคงเพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งรถยนต์ โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 เขาเพิ่งควักกระเป๋า 2.2 ล้านเหรียญซื้อรถ Ferrari LaFerrari Aperta สีดำซึ่งเป็นหนึ่งในแค่ 209 คันในโลก Liautaud รอถึง 3 ปีกว่าจะได้เป็นเจ้าของ เขาจอดมันไว้รวมกับรถคันอื่นๆ ในคอลเล็คชั่นในโกดังที่สำนักงานใหญ่ของ Jimmy John’s “เวลามีรถที่ผลิตจำนวนน้อยมากๆ ผมมักจะหาทางซื้อไว้ 2 คัน”

นี่คือชีวิตของ Liautaud ในตอนนี้ไม่ต้องเครียดอีกต่อไปกับการบริหารงบโฆษณา 100 ล้าน หรือพินิจพิจารณาข้อมูลผู้บริโภค ยามที่เขาไม่ได้เข้าครัวชิมอาหารหรือบินไปร่วมงานเปิดร้านใหม่เขาอาจอยู่บนเรือยอชต์ขนาด 200 ฟุต ยังต้องรอดูกันต่อไปว่าไลฟ์สไตล์แบบเร็วและแรงของ Liautaud จะหันเหความสนใจเขาออกจากธุรกิจได้หรือไม่และอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปเมื่อช่วงดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ระหว่างเขาและ Roark จบลง แต่อย่างน้อยสาหรับตอนนี้ เขาดูจะพอใจที่มีเจ้านาย

“ผมอยู่ในสถานะที่ยอดเยี่ยม” Liautaud กล่าว “ผมสร้างมันขึ้นมาจนผมทำไม่ไหวแล้ว ผมพาหุ้นส่วนที่ผมรู้สึกว่าจะช่วยผมได้เข้ามานี่คือเรื่องราวของ Jimmy John’s นี่คือตัวผมในตอนนี้ ผมพาคนมากมายร่วมเดินทางมาด้วย”

เรื่อง: Noah Kirsch เรียบเรียง: เอมวลี อัศวเปรม


คลิกเพื่ออ่านฉบับเต็ม “ลีลาใหม่ของ Microsoft” ได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ เมษายน 2562 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP