ปี 2026 ใครคือ “มหาเศรษฐีอันดับ 1” ในประเทศเหล่านี้

ปี 2026 ใครคือ “มหาเศรษฐีอันดับ 1” ในประเทศเหล่านี้

แม้ว่า Elon Musk จะยังคงครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดของโลก แต่ความมั่งคั่งระดับพันล้านเหรียญสหรัฐฯ กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ตั้งแต่อัฟกานิสถาน อัลจีเรีย ไปจนถึงเวียดนามและซิมบับเว


    ปีนี้มีทั้งหมด 80 ประเทศและดินแดนที่มีพลเมืองติดอันดับมหาเศรษฐีโลกของ Forbes เพิ่มขึ้นจาก 78 ประเทศในปีก่อน แม้ว่ามหาเศรษฐีส่วนใหญ่ของโลกยังคงเป็นผู้ชาย แต่ก็มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ติดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศของตน โดยสร้างความมั่งคั่งจากหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่เหมืองแร่ การขนส่งทางเรือ ไปจนถึงธุรกิจเครื่องสำอางและการธนาคาร

    มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของโลกยังคงเป็น Elon Musk ซึ่งครองตำแหน่งบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดทั้งในสหรัฐอเมริกา และของโลกเป็นปีที่สองติดต่อกัน หลังจากทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลถึง 4.97 แสนล้านเหรียญในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันเขามีทรัพย์สินสุทธิราว 8.39 แสนล้านเหรียญ ซึ่งถือเป็นมูลค่าความมั่งคั่งสูงที่สุดที่ Forbes เคยประเมิน

    แม้ต้องเผชิญการแข่งขันจากมหาเศรษฐีจำนวนมากในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลกถึง 989 คน แต่ทรัพย์สินของ Musk ก็ยังมากกว่าคู่แข่งอันดับถัดไปอย่าง Larry Page ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ถึงมากกว่าสามเท่า โดย Page มีทรัพย์สินสุทธิราว 2.57 แสนล้านเหรียญ

    ขณะที่ภูมิภาค Greater China ซึ่งรวมจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง มีมหาเศรษฐีรวมกัน 610 คน มากเป็นอันดับสองของโลก โดยบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดคือ Zhang Yiming ผู้ร่วมก่อตั้ง ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ซึ่งมีทรัพย์สินราว 6.93 หมื่นล้านเหรียญ

    ส่วนอินเดียมีมหาเศรษฐี 229 คน อยู่ในอันดับสาม โดยมีมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดคือ Mukesh Ambani ด้วยทรัพย์สินประมาณ 9.97 แสนล้านเหรียญ

    หากพิจารณาในระดับภูมิภาค เอเชีย–แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดในปีนี้ จำนวน 1,229 คน รองลงมาคือทวีปอเมริกา (รวมสหรัฐฯ) 1,186 คน ตามด้วยยุโรป 875 คน และตะวันออกกลางกับแอฟริกา 138 คน

    และนี่คือตัวอย่างมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศเหล่านี้




แปลและเรียบเรียงจาก The Richest Billionaires in Each Country



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ปี 2026 มหาเศรษฐีไทย รวยเป็นอันดับเท่าไหร่ในทำเนียบมหาเศรษฐีโลก

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine