10 ผู้ประกอบการ ขึ้นแท่น “มหาเศรษฐีพันล้าน” เพียงชั่วพริบตาในปี 2021 - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • World >
  • 10 ผู้ประกอบการ ขึ้นแท่น “มหาเศรษฐีพันล้าน” เพียงชั่วพริบตาในปี 2021

10 ผู้ประกอบการ ขึ้นแท่น “มหาเศรษฐีพันล้าน” เพียงชั่วพริบตาในปี 2021

Forbes Thailand / Admin
18 Jan 2022 | 5:00 pm 763

ใช่ว่ามหาเศรษฐีทุกรายจะสามารถรักษาความมั่งคั่งได้ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ามกลางความผันผวนในปี 2021 ที่ธุรกิจหลากหลายภาคส่วนต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

โดยหนึ่งในสาเหตุหลักของความมั่งคั่งชั่วพริบตาของ 10 ผู้ประกอบการแห่งทำเนียบนี้มาจากผลงานของบริษัทหลายแห่งที่ไม่ดีนักหลังเดินหน้าเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะด้วยวิธีเสนอขายหุ้น IPO แบบดั้งเดิม หรือวิธี SPAC ที่กำลังได้รับความนิยมในปีที่ผ่านมา

ทว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวสูงขึ้นในตอนแรกกลับดิ่งลงอย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน วัน หรือบางครั้งเพียงเศษเสี้ยวนาที จนทำให้สถานะมหาเศรษฐีพันล้านของพวกเขาดำรงอยู่เพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

พบไฮไลท์ 10 ผู้ประกอบการ ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีพันล้านเพียงชั่วพริบตาในปี 2021 โดยไล่เรียงจากระยะเวลาที่น้อยที่สุด เทียบเคียงมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ วันที่ 15 ธันวาคม 2021

10 ผู้ประกอบ ขึ้นแท่น “มหาเศรษฐีพันล้าน”

อันดับ 1

Anthony Tan 

ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Grab

สัญชาติ: สิงคโปร์

สถานะมหาเศรษฐี: น้อยกว่า 1 วัน

ทรัพย์สินสุทธิ: 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Tan ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีเพียงไม่กี่ชั่วโมงในวันที่ 2 ธันวาคม 2021 หลังนำ Grab ผู้ให้บริการเรียกรถรายใหญ่แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ด้วยวิธี SPAC ที่มูลค่ากิจการ 4 หมื่นล้านเหรียญ พร้อมขึ้นแท่นเป็นดีล SPAC ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นของ Tan ที่มีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านเหรียญ ทำให้การปรับตัวลงอย่างรวดเร็วจนมาอยู่ที่7.14 เหรียญต่อหุ้น หลังเปิดการซื้อขายที่ 13.06 เหรียญต่อหุ้น ได้ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินของเขากว่า 1 ใน 3 ที่อิงกับบริษัทอายุ 6 ขวบแห่งนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

 อ่านเพิ่มเติม: 5 มหาเศรษฐีสิงคโปร์ ธุรกิจทะยานท่ามกลางสถานการณ์โควิด

10 ผู้ประกอบ ขึ้นแท่น “มหาเศรษฐีพันล้าน”

อันดับ 2

Tim Chen 

ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Nerdwallet

สัญชาติ: อเมริกัน

สถานะมหาเศรษฐี: น้อยกว่า 1 วัน

ทรัพย์สินสุทธิ: 499 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Chen ใช้เวลาเพียงช่วงสั้นๆ กับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิถึง 10 หลัก หลังนำ Nerdwallet เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน

โดยบริษัทการเงินส่วนบุคคลที่ให้คำปรึกษาด้านบัตรเครดิต การจำนอง และบริการทางการเงินอื่น เปิดตลาดที่ 23.50 เหรียญต่อหุ้นก่อนที่จะปรับตัวสูงขึ้นเป็น 34.44 เหรียญ และที่จุดสูงสุดนี้ส่งผลให้ Chen ในฐานะผู้ก่อตั้งและซีอีโอมีมูลค่าทรัพย์สินแตะ 1.09 พันล้านเหรียญ จากการถือหุ้นทั้งหมด  31.7 ล้านหุ้นในบริษัท

ทว่าในช่วงวันเดียวกันก่อนปิดตลาด มูลค่าหุ้นกลับตกลงมาอยู่ที่ 23.40 เหรียญและไม่เคยปรับตัวสูงถึง 30 เหรียญเลยนับตั้งแต่นั้นมา

10 ผู้ประกอบ ขึ้นแท่น “มหาเศรษฐีพันล้าน”

อันดับ 3

Jean Qing Liu 

ประธาน DiDi Global

สัญชาติ: จีน

สถานะมหาเศรษฐี: น้อยกว่า 1 สัปดาห์

ทรัพย์สินสุทธิ: 466 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Jean Qing Liu ประธาน DiDi Global แพลตฟอร์มเรียกรถรายใหญ่ของจีน และซีอีโอ Will Wei Cheng สามีของเธอ ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีพันล้านด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1.1 พันล้านเหรียญ และ 4.4 พันล้านเหรียญ ตามลำดับ หลังนำ DiDi เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กในเดือนมิถุนายน

ทว่าในระยะเวลาน้อยกว่า 1 สัปดาห์ต่อมา หุ้น DiDi กลับปรับตัวลงกว่าร้อยละ 27 โดยได้รับผลกระทบจากข่าวหน่วยงานกำกับดูแลของจีนเข้าสอบสวนบริษัท ส่งผลให้ Liu มีทรัพย์สินลดลงกว่า 1 พันล้านเหรียญอย่างรวดเร็ว

ล่าสุดในเดือนพฤศจิกายน สถานการณ์ของบริษัทกลับยิ่งแย่ลง เมื่อมีรายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลของจีนขอให้บริษัทจัดทำแผนการที่จะเพิกถอนออกจากการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก

ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลที่ละเอียดอ่อน หุ้นของ “Uber จีนได้ปรับตัวลงกว่าร้อยละ 60 นับตั้งแต่เสนอขายหุ้น IPO (ปัจจุบัน Cheng มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 1.9 พันล้านเหรียญ)

อ่านเพิ่มเติม: DiDi Global จาก “Uber จีน” สู่การให้บริการใน 15 ประเทศ

10 ผู้ประกอบ ขึ้นแท่น “มหาเศรษฐีพันล้าน”

อันดับ 4

JoeBen Bevirt 

ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Joby Aviation

สัญชาติ: อเมริกัน 

สถานะมหาเศรษฐี: น้อยกว่า 3 เดือน

ทรัพย์สินสุทธิ: 670 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

หุ้นของสตาร์ทอัพแท็กซี่อากาศไฟฟ้าจากเมือง Santa Cruz รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ปรับตัวสูงขึ้นร้อยละ 5.8 ที่ 10.90 เหรียญสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารที่ 24 สิงหาคม ส่งผลให้ JoeBen Bevirt วัย 47 ปี ขึ้นแท่น ‘มหาเศรษฐีคนแรกของอุตสาหกรรม’

แม้ว่าเขาจะเริ่มพัฒนาเครื่องบินที่สามารถบินขึ้นและลงจอดในแนวตั้งได้เสมือนเฮลิคอปเตอร์ในชุมชนเมืองที่คับแคบ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดมาตั้งแต่ปี 2009 แต่ด้วยรูปแบบธุรกิจที่ต้องได้รับการอนุมัติก่อนให้บริการอย่างเต็มรูปแบบจาก Federal Aviation Administrationในปี 2023 จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่จะดึงดูดเงินทุนได้น้อยลง เป็นผลให้หุ้นของบริษัท วันที่ 15 ธันวาคม ปรับตัวลงกว่าร้อยละ 42 จากราคา IPO

อ่านเพิ่มเติม: JoeBen Bevirt ผู้ก่อตั้ง Joby Aviation ขึ้นแท่น “มหาเศรษฐีแท็กซี่อากาศไฟฟ้า”

อันดับ 5

Carl Daikeler

ซีอีโอและประธาน BeachBody

สัญชาติ: อเมริกัน 

สถานะมหาเศรษฐี: น้อยกว่า 4 เดือน

ทรัพย์สินสุทธิ: 320 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Daikeler นำธุรกิจฟิตเนส Beachbody วัย 23 ปี เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ด้วยวิธี SPAC เพื่อให้มีศักยภาพเทียบเท่าคู่แข่งอย่าง Peloton ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากรูปแบบสมัครสมาชิกและการให้บริการชั้นเรียนออกกำลังกายรายบุคคล

ทว่ามูลค่าหุ้นของบริษัทกลับร่วงลงมากกว่าร้อยละ 80 นับตั้งแต่นั้นมา ขณะที่รายรับในไตรมาสที่ 3 ของ Beachbody ลดลงร้อยละ 17 จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 208.1 ล้านเหรียญ และขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 39.9 ล้านเหรียญจาก 13.8 ล้านเหรียญในปีก่อน

อ่านเพิ่มเติม: กล้ามแขนโตๆ…กระเป๋าตุงๆ ของ ‘Carl Daikeler’ เศรษฐีพันล้านเจ้าของ Beachbody

อันดับ 6

Anne Wojcicki

ผู้ร่วมก่อตั้ง 23andMe

สัญชาติ: อเมริกัน 

สถานะมหาเศรษฐี: น้อยกว่า 6 เดือน

ทรัพย์สินสุทธิ: 765 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

หลังนำ 23andMe บริษัทวิจัยพันธุกรรมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ด้วยวิธี SPAC ผ่านการควบรวมกิจการกับ VG Acquisition Corp. ซึ่งก่อตั้งโดย Sir Richard Branson มหาเศรษฐีพันล้านชาวอังกฤษ หุ้นของบริษัทก็ปรับตัวสูงขึ้นกว่าร้อยละ 21 เป็น 13.32 เหรียญในช่วงวันแรกของการซื้อขาย

อย่างไรก็ดี ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่มีนาคม 2020 ถึง ธันวาคม 2020 บริษัทขาดทุนเกือบ 117 ล้านเหรียญจากรายได้ 155 ล้านเหรียญ ซึ่งลดลงร้อยละ 30 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ขณะที่ในเดือนมกราคม 2020 ก่อนที่จะเกิดวิกฤตโรคระบาด บริษัทก็ได้ทำการเลิกจ้างพนักงาน 100 คน หรือราวร้อยละ  14 ของพนักงานทั้งหมด

“23andMe คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะขาดทุนจากการดำเนินงานต่อไปในอนาคตอันใกล้ เนื่องจาก 23andMe ยังคงขยายความพยายามในการวิจัยและพัฒนาการรักษาอย่างต่อเนื่อง บริษัทกล่าวในการยื่นเอกสารต่อ ตลาดหลักทรัพย์ก่อนการควบรวมกิจการด้วยวิธี SPAC

ล่าสุด หุ้นของบริษัทปรับตัวลงกว่าร้อยละ 43 นับตั้งแต่การควบรวมกิจการในเดือนมิถุนายน

อ่านเพิ่มเติม: Anne Wojcicki มหาเศรษฐีหน้าใหม่จาก 23andMe บริษัทวิจัยพันธุกรรม

อันดับ 7

Anthony Hsieh

ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ LoanDepot

สัญชาติ: อเมริกัน 

สถานะมหาเศรษฐี: น้อยกว่า 8 เดือน

ทรัพย์สินสุทธิ: 649 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

การเสนอขายหุ้น IPO ได้เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ Hsieh เป็น 2 พันล้านเหรียญ จากสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 54 ในบริษัท 

ล่าสุด ในช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Hsieh วัย 56 ปีมีมูลค่าน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนนั้น เนื่องจากหุ้น LoanDepot ตกลงมาต่ำกว่าราคา IPO เกือบร้อยละ 80 ท่ามกลางการต่อสู้กับข่าวคราวที่โจมตีบริษัทเรื่อยมา และความกังวัลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในหมู่ผู้บริโภค

อันดับ 8

Whitney Wolfe Herd

ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Bumble

สัญชาติ: อเมริกัน 

สถานะมหาเศรษฐี: น้อยกว่า 11 เดือน

ทรัพย์สินสุทธิ: 970 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Whitney Wolfe Herd ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดแห่งปี 2021 ด้วยวัยเพียง 31 ปี หลังนำแอปพลิเคชันหาคู่ที่ออกแบบมาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ไปได้ 2.2 พันล้านเหรียญ

ทว่าจากการรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเติบโตของผู้ใช้โดยรวมลดลง เมื่อเทียบกับแอปหาคู่อื่นๆ อย่าง Badoo ซึ่งเป็นที่นิยมนอกสหรัฐอเมริกา ได้ส่งผลให้ทรัพย์สินของ Wolfe Herd ปรับตัวลงเรื่อยๆ กระทั่งมีมูลค่าต่ำกว่า 1 พันล้านเหรียญ

 อ่านเพิ่มเติม: Whitney Wolfe Herd ผู้ร่วมก่อตั้ง Bumble ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอายุน้อยที่สุดแห่งปี 2021

อันดับ 9

John Foley

ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Peloton

สัญชาติ: อเมริกัน 

สถานะมหาเศรษฐี: น้อยกว่า 1 ปี

ทรัพย์สินสุทธิ: 707 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Foley ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ Peloton มีรายชื่อปรากฎในทำเนียบมหาเศรษฐีของ Forbes ในเดือนเมษายน ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1.5 พันล้านเหรียญ

บริษัทอุปกรณ์ออกกำลังกายซึ่งจัดจำหน่ายจักรยานออกกำลังกายและลู่วิ่งภายใต้ระบบสมัครสมาชิกสำหรับออกกำลังกายที่บ้าน ได้รับความสนใจในช่วงต้นของการระบาดใหญ่เป็นอย่างดี ส่งผลให้บริษัทมียอดขายปรับตัวสูงขึ้นกว่าร้อยละ 250 ในช่วงไตรมาสแรก

ทว่าหลังจากที่ยิมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง Peloton ก็ต้องสูญเสียสถานะมหาเศรษฐี เนื่องจากหุ้น Peloton ร่วงลงกว่าร้อยละ 30 ในระยะเวลาเพียง 1 วันหลังจากรายงานผลประกอบการ

อันดับ 10

Jack Schuler

นักลงทุนและเศรษฐีใจบุญ

สัญชาติ: อเมริกัน 

สถานะมหาเศรษฐี: น้อยกว่า 1 ปี

ทรัพย์สินสุทธิ: 757 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

Schuler อดีตประธาน Abbott Laboratories ซึ่งหันมาสนใจด้านการลงทุนในธุรกิจดูแลสุขภาพเป็นเวลาหลาย 10 ปี ได้รับผลตอบแทนครั้งใหญ่ในช่วงต้นของการระบาดใหญ่ จนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 1.1 พันล้านเหรียญ

โดยได้รับอานิสงส์จากการเดิมพันในเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ ช่น การทดสอบโควิด-19 ที่พัฒนาโดย Quidel Corp. (หนึ่งในบริษัทแรกๆ ที่ได้รับการอนุมัติจาก FDA) และ Inspirotec ในอุปกรณ์ที่สามารถตรวจจับไวรัสในอากาศ

แต่ในที่สุดราคาหุ้นที่ลดลงอย่างรวดเร็วจากการลงทุนบางส่วนของเขา ซึ่งรวมถึง Accelerate Diagnostics, Biodesix และ Aspira Women’s Health กลับทำให้เขาสูญเสียทรัพย์สินไปมากกว่า 300 ล้านเหรียญ

แปลและเรียบเรียงโดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค จากบทความ Super-Rich, But Only For A Second—Meet The Briefest Billionaires Of 2021 เผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: 10 อันดับ “ยูทูบเบอร์” รายได้สูงสุดในโลก ประจำปี 2021

BACK TO TOP