“ทิวลิป” ดอกไม้ทองคำสร้างเศรษฐกิจหลักพันล้านเหรียญ

“ทิวลิป” ดอกไม้ทองคำสร้างเศรษฐกิจหลักพันล้านเหรียญ

FORBES THAILAND / ADMIN
20 Apr 2023 | 12:30 PM
READ 12420

ดอกทิวลิปหลายล้านดอกทั่วโลกกำลังบานสะพรั่ง แต่งแต้มสีสันมากมายเท่าที่จะจินตนาการได้ บางดอกมีสองสี บางดอกก็มีสามสี บางดอกเป็นลายแถบสีสวยงาม บางชนิดกลีบเป็นรอยหยัก บางชนิดมีกลีบชั้นเดียว บางชนิดก็มีหลายชั้น ดอกทิวลิปเหล่านี้ต่างส่งสัญญาณการมาถึงของฤดูใบไม้ผลิด้วยเฉดสีแสนสดใส


​


    ทิวลิปนั้นหลากหลาย หาง่าย ประณีต งดงาม และราคาถูก ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในยุโรป ดอกทิวลิปโหลหนึ่งมีราคาราว 2.50 ยูโร ยากมากที่จะพบต้นอ่อนทิวลิปราคาแพงกว่า 40 หรือ 50 เซนต์ เหล่าผู้เชี่ยวชาญการทำสวนต่างก็เชื่อว่าทิวลิปได้แย่งตำแหน่งดอกไม้ยอดนิยมที่สุดในโลกจากกุหลาบมาเสียแล้ว

    ที่แน่นอนคือความนิยมของทิวลิปได้แซงหน้ากล้วยไม้ ไฮยาซินธ์ และนาร์ซิสซัสซึ่งต่างก็เป็นดอกไม้ที่ขายได้มากที่สุดในยุโรป นอกจากความดึงดูด ทิวลิปยังปราศจากความหมายโดยนัยเกี่ยวกับความรักหรือความเศร้าโศกเช่นเดียวกับดอกไม้อื่นๆ

    “ความสดใสของพวกมันทั้งน่าสนใจ สวยงาม และเต็มไปด้วยสีสันตระการตา” Abra Lee ผู้เชี่ยวชาญการทำสวนและนักประวัติศาสตร์บอกกับ Mona Chalabi คอลัมนิสต์บนเว็บไซต์ The Guardian “ในขณะที่ดอกไม้อื่นๆ เช่น แดฟโฟดิล และซากุระจะพาเข้าสู่ฤดูใบผลิอย่างเงียบเชียบและอ่อนโยน ทิวลิปกลับเปิดตัวอย่างอลังการ กล้าหาญ ไม่เหมือนใคร และเป็นดั่งสัญญาณเริ่มต้นงานเลี้ยง”

    ปัจจุบันมีทิวลิปกว่า 150 สปีชีส์ ซึ่งทิวลิปเป็นพืชตระกูลเดียวกับลิลี่และหัวหอม โดยมีจำนวนถึง 3,000 สายพันธุ์


ตัวเลขที่น่าสนใจ


    ในอีกมุมหนึ่ง ณ สหรัฐอเมริกา อ้างอิงจากรายงานล่าสุดของ United States Department of Agriculture (USDA) มีการขายทิวลิป 1 ดอกต่อคน 2 คนในปี 2020 ซึ่งแปลได้ว่ามีต้นอ่อนทิวลิปมากกว่า 175 ล้านต้นถูกขายในปีดังกล่าว

    จากบทความของ Chalabi อาจกล่าวได้ว่าทิวลิปเป็นดอกไม้ที่มียอดขายสูงสุดในสหรัฐฯ “แม้ดอกไม้สปีชีส์อื่นๆ จะมีตัวเลขการขายใหญ่โต (ดอกเยอร์บีร่า 83 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และลิลี่ 69 ล้านเหรียญ) กลับยังไม่มีดอกไม้ชนิดใดเข้าใกล้ทิวลิปซึ่งมีชื่อจากคำภาษาตุรกีที่แปลว่าผ้าโพกหัวได้เลย”

    “ฟลอริด้าเป็นรัฐที่เปรียบเสมือนผู้นำ พืชเศรษฐกิจชนิดนี้มีมูลค่า 1.14 พันล้านเหรียญ เพิ่มมา 7 เปอร์เซ็นต์จากมูลค่าในปี 2019” United States Department of Agriculture รายงาน

    “แคลิฟอร์เนียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ลำดับต่อมา โดยมีมูลค่าการขายลดลง 5 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้าเหลือ 967 ล้านเหรียญ ตัวเลขจากสองรัฐนี้คิดเป็น 44 เปอร์เซ็นต์จากมูลค่ารวมทั้งหมด โดยในปี 2020 ห้ารัฐลำดับต้นๆ ได้แก่ ฟลอริด้า แคลิฟอร์เนีย มิชิแกน นิวเจอร์ซีย์ และโอไฮโอ มียอดขายรวมกัน 3.13 พันล้านเหรียญ หรือ 65 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าทั้งหมด”

​


    สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ของธุรกิจดอกไม้ ทาง USDA เปิดเผยมูลค่ายอดขายดอกไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจ 4.80 พันล้านเหรียญเมื่อปี 2020 เทียบกับ 4.42 พันล้านเหรียญเมื่อปี 2019

    ขณะที่ในยุโรป ปี 2022 รายงานจาก Eurostat ซึ่งเป็นหน่วยงานสถิติของสหภาพยุโรปที่เพิ่งมีการเปิดเผยในเมษายน 2023 ยุโรปส่งออกต้นอ่อนของทิวลิป กล้วยไม้ ไฮยาซินธ์ และนาร์ซิสซัสมากกว่า 100 ล้านยูโรทั่วโลก

    ประเทศเนเธอร์แลนด์ที่กลับกลายมาเป็นมหานครแห่งทิวลิปส่งออกดอกไม้ดังกล่าวคิดเป็น 81 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด “ผู้ส่งออกลำดับต้นรายอื่นๆ มียอดส่งออกต่ำกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่ ลิธัวเนีย 7 เปอร์เซ็นต์คิดเป็น 6.7 ล้านยูโร, โปแลนด์ 5 เปอร์เซ็นต์คิดเป็น 4.8 ล้านยูโร, เดนมาร์ก 2 เปอร์เซ็นต์คิดเป็น 2.1 ล้านยูโร และลัตเวีย 2 เปอร์เซ็นต์คิดเป็น 2 ล้านยูโร” Eurostat อธิบาย

    โดยดอกไม้ พืช และต้นอ่อนส่วนใหญ่ถูกส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรป สวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ของสหภาพยุโรปโดยคิดเป็น 31 เปอร์เซ็นต์หรือ 31 ล้านเหรียญ บริเตนใหญ่มีตัวเลขการนำเข้าที่ 21 ล้านยูโร, นอร์เวย์ 12 ล้านยูโร, รัสเซีย 9 ล้านยูโร และยูเครน 5.5 ล้านยูโร


ความคลั่งไคล้ทิวลิป


    แม้คำว่า “ความคลั่งไคล้ทิวลิป (Tulip Mania)” จะสามารถนำมาอธิบายเทรนด์ความนิยมทิวลิปทั่วโลกในขณะนี้ได้ อันที่จริงแล้วคำๆ นี้มีที่มาย้อนไปในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ดัตช์ราวปี 1634 ซึ่งมูลค่าของทิวลิปเริ่มจะขยับสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากความนิยมที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การเก็งกำไรที่กระตุ้นวิกฤตทางการเงิน

    ดอกทิวลิปถูกอธิบายใน Brussels Times ว่า “กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในยุโรปและในปี 1634 ราคาของมันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์กระทั่งฟองสบู่เศรษฐกิจแตกในปี 1637 การค้าขายดอกไม้ชนิดนี้จึงกลายเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้สาธารณรัฐดัตช์ครองตำแหน่งประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลกคิดจากรายได้ต่อบุคคล ณ เวลานั้น”

    เหล่าพ่อค้ายังจัดให้มีการซื้อขายสินค้าอันเป็นที่ต้องการเหล่านี้ล่วงหน้า โดยให้ผู้ซื้อทำสัญญาสำหรับการจัดส่งต้นอ่อนในอนาคต ระบบการค้าขายนี้ยังถูกนำมาใช้กับเงินตรา โภคภัณฑ์ และพลังงานในตลาดยุโรปในยุคปัจจุบัน

​


    ทุกวันนี้ ทิวลิปกลับมาทวงคืนความนิยมอีกครั้ง และเนเธอร์แลนด์ยังคงครองตำแหน่งผู้ผลิตทิวลิปเชิงพาณิชย์รายหลักของโลก โดยมีการส่งออกต้นอ่อนในปริมาณมหาศาลถึง 3 พันล้านต้นต่อปี ประเทศนี้ยังเป็นผู้ส่งออกดอกไม้รายใหญ่ไปทั่วโลก มีการส่งออกดอกไม้มากกว่า 2 พันล้านดอกในแต่ละปี คิดเป็นยอดขายมูลค่า 250 ล้านยูโรต่อปี และที่ดินเกือบ 35,000 เอเคอร์ก็ถูกใช้เพื่อการเพาะปลูกดอกไม้เหล่านี้

    นอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว ดอกทิวลิปยังเป็นดอกไม้ประจำชาติประเทศตุรกีและอิหร่านอีกด้วย

    หากคุณเองก็ชื่นชอบดอกทิวลิปแล้วละก็ มีเทศกาลดอกทิวลิปทั่วสหรัฐฯ และทั่วโลกให้ได้ไปเยือน ในอเมริกาเหนือ เทศกาลเหล่านี้มักจัดในเมืองที่สืบเชื้อสายมาจากดัตช์ เช่น อัลบานีในนิวยอร์ค ออตตาวาในอนตาริโอ กาตีโนและมอนทรีออลในควิเบก ฮอลแลนด์ในมิชิแกน ลีไฮในยูทาห์ ออเรนจ์ซิตี้และเพลลาในไอโอวา เมาท์เวอร์นอนในวอชิงตัน และวู้ดเบิร์นในโอเรกอน

    นอกจากเทศกาลที่จัดขึ้นทั่วประเทศเนเธอร์แลนด์แล้ว ประเทศอื่นๆ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย อินเดีย และอังกฤษ ต่างก็เฉลิมฉลองให้กับดอกทิวลิปแสนอัศจรรย์เหล่านี้เช่นกัน


แปลและเรียบเรียงโดย พรรณราย ดวงดีเด่น จากบทความ Tulip Mania And The Multimillion-Dollar Industry Behind The World’s New Most Popular Flower ซึ่งเผยแพร่บน forbes.com​


อ่านเพิ่มเติม: การจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีเกาหลีใต้ ประจำปี 2023​


​ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine​